เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 2

สัญญาฉบับพิเศษ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"ฉันให้เวลาแกห้าวิ ในการไสหัวออกไปจากห้องนี้ ก่อนที่โบนัสสิ้นปีของแกจะปลิวหายไปในอากาศ" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของพิมพ์อรไม่ได้ดังมากนัก แต่มันทรงพลังพอที่จะทำให้เลขาฯ หน้าห้องอย่าง 'กרณ์' ซึ่งกำลังยืนแข็งค้างเป็นหินปูนสะดุ้งสุดตัว ดวงตาของอีกฝ่ายเบิกกว้างด้วยความตกใจปนตื่นตระหนก ก่อนที่ร่างนั้นจะรีบหมุนตัวกลับแล้วปิดประตูห้องนอนหรูหราดัง *ปัง* สนั่นหวั่นไหว ราวกับกลัวว่ารัศมีมรณะจากท่านประธานสาวจะแผดเผาจนไหม้เกรียม รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามจัดระเบียบเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการยื้อยุดเมื่อครู่ให้เข้าที่เข้าทาง เธอมองร่างสูงที่ยืนนิ่งค้าง หันหลังให้ เพื่อซ่อนใบหน้าที่คงจะแดงก่ำด้วยความเคืองขัดปนกระดากอายไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท "จัดการแขกไม่ได้รับเชิญเสร็จแล้วเหรอคะ ท่านประธาน?" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าหยวน เจือความท้าทายเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใคร แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเปราะบางแค่ไหนก็ตาม พิมพ์อรค่อยๆ หันกลับมา ชั่ววินาทีนั้น แววตาของนักธุรกิจสาวผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้เย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนอย่างเคย ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความกรุ่นโกรธผสมความประหม่าที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "ปากเก่งนักนะ รินรดา" พิมพ์อรสาวเท้าเข้ามาใกล้ ประชิดตัวเลขาฯ สาวจนร่างบางต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ "เธอคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้มันน่าสนุกมากงั้นเหรอ ถ้าข่าวเรื่องที่เรา..." "เรื่องที่เราอยู่ใกล้ชิดกันเกินขอบเขตเจ้านายกับลูกน้องหลุดออกไป คนที่จะซวยไม่ใช่ฉันหรอกค่ะคุณพิมพ์อร แต่เป็นบริษัทของคุณที่มีภาพลักษณ์สะอาดสะอ้านต่างหาก" รินรดาไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เธอสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาสีนิลคู่สวยอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากของเธอยั่วเย้าเสียจนคนมองต้องเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ พิมพ์อรจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเจรจาพาทีอย่างคล่องแคล่วด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หัวใจในอกข้างซ้ายเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด ผู้หญิงคนนี้มักจะทำให้เธอกลายเป็นคนเสียศูนย์ได้ง่ายๆ แค่เพียงกระดิกปลายนิ้ว ปากก็เก่ง ความคิดก็ไว แถมยังรู้จุดอ่อนของเธอทุกกระบวนท่า "ฉันเกลียดคนฉลาดเกินไป" พิมพ์อรเอ่ยเสียงพร่า มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยของรินรดาอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมนุ่มนั้นทัดหูให้อย่างเบามือ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้านั้นทำให้รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ "แต่คุณก็ขาดฉันไม่ได้หรอกค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่เธอก็ยังคงรักษาความมั่น พิมพ์อรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวจางๆ ลอยเข้าจมูกยิ่งทำให้สติที่กักเก็บไว้เริ่มสั่นคลอน ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าเธอเก่งจริงอย่างที่ปากว่า" พิมพ์อรกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าขนลุก "ฉันมีข้อเสนอ... ข้อเสนอที่จะเปลี่ยนสถานะของเราไปตลอดกาล" รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย "ข้อเสนออะไรคะ?" พิมพ์อรผละออกเล็กน้อยเพื่อสบตา มือนึงคว้าเอกสารฉบับหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมาพลิกเปิดผ่านๆ ก่อนจะวางมันลงตรงหน้าเลขาฯ สาว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย ได้รูปราวกับปีศาจสาวพราวเสน่ห์ที่กำลังรอเหยื่อติดกับ "มาเป็น 'คนพิเศษ' แบบลับๆ ให้ฉันสิ" คำพูดนั้นทำเอารินรดาถึงกับชะงัก นัยน์เบิกกว้างขึ้นด้วยความคาดไม่ถึง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงคำว่า 'คนพิเศษ' ในความหมายของเจ้านายสาวจอมเผด็จการคนนี้ "คุณหมายถึง..." "ใช่ แบบที่เธอคิดนั่นแหละ" พิมพ์อรพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดุดันไร้ทางเลือก "ไม่ต้องเปิดเผยกับใคร ไม่ต้องมีพันธะทางสังคม แค่ทำหน้าที่ดูแลฉัน... ทั้งในยามเป็นเลขาฯ และในยามที่ฉันต้องการ" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก ข้อเสนอนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจ และอันตรายต่อสถานะหน้าที่การงาน แต่มันกลับมีความหอมหวานเย้ายวนใจจนยากจะปฏิเสธ "แล้วฉันจะได้อะไรจากสัญญาฉบับนี้ล่ะคะ? ในเมื่อคุณเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่คนเดียว" รินรดายังคงไว้ซึ่งสติและความเข้มแข็ง เธอหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด พิมพ์อรโน้มตัวลงมาอีกครั้ง มือเรียวสวยคว้าคางสลวยของรินรดาให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้เลขาฯ สาวต้องรับรู้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตานั้น "สิ่งที่เธอจะได้... คือทุกอย่างที่เธอต้องการ ทั้งเงินทอง อำนาจ และการปกป้องจากฉัน" พิมพ์อรกระซิบชิดริมฝีปาก รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวจากปลายนิ้วที่แตะอยู่ใต้คาง "ว่าไงล่ะ รินรดา เธอจะรับข้อเสนอนี้ หรือจะให้ฉันทำลายชีวิตการทำงานของเธอให้ไม่เหลือชิ้นดีในวันพรุ่งนี้?" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน รินรดารู้ดีว่านี่คือเกมที่เดิมพันด้วยหัวใจและศักดิ์ศรี แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนใครง่ายๆ มุมปากบางยกยิ้มขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่ทำให้พิมพ์อรต้องหรี่ตามองด้วยความระแวง รินรดายื่นมือเรียวไปแตะปกเสื้อสูทของพิมพ์อร ไล้นิ้วเบาๆ ผ่านเนื้อผ้าแพรราคาแพงขึ้นไปจนถึงต้นคอระหง ดวงตาคมกวาดมองเจ้านายสาวด้วยแววตาท้าทายที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "ข้อหาน่าสนใจดีนี่คะ..." รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่ายจนคนตัวสูงกว่าขนลุกซู่ "แต่ถ้าฉันตกลง... ฉันขอเป็นคนกำหนดกติกาเองทั้งหมดนะคะ ท่านประธาน" พิมพ์อรชะงักไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเลขาฯ ตัวร้ายคนนี้จะกล้าต่อรองในสถานการณ์ที่ตนเองเป็นรอง นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทายที่ถูกปลุกเร้า ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงของเลขาฯ คนเดิมที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "คุณพิมพ์อรคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คุณธนาวินท์บุกเข้ามาที่ชั้นบริหารแล้วค่ะ เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับท่านประธานเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!" พิมพ์อรผละถอยหลังออกทันที ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาสบถในใจเบาๆ พร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของพิมพ์อรหันมามองรินรดาด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ ก่อนที่ริมฝีปากสวยจะขยับเอ่ยเสียงเย็นเยียบทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับปัญหาใหม่ที่หน้าประตู "เรายังคุยกันไม่จบ... รินรดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนกลิ่นลิลลี่สีขาวเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%