เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 10

รอยจูบที่ทิ้งร่องรอย

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงล็อกประตูกระจกบานหนาของห้องทำงานส่วนตัว ดังขึ้นราวกับเสียงกิโยตันทิ้งน้ำหนักลงตัดขั้วหัวใจ รินรดาชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปบิดลูกบิด สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะไม่ระคายผิวเท่ากับสายตาคู่คมที่แผดเผาอยู่เบื้องหลัง ความเงียบงั้นในห้องเพנט์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าเวลานี้ ช่างกดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของชีพจรตัวเอง “เรื่องนี้… เรายังคุยกันไม่จบนะคะ รินรดา!” ประโยคเดิมที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ถูกตอกย้ำด้วยร่างระหงของพิมพ์อรที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับความอบอุ่นเฉพาะตัวของเจ้านายสาวพัดปะทะปลายจมูก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหลบหนี แต่ทว่าช่องว่างระหว่างเธอกับบานประตูกลับถูกมือเรียวยาวของอีกฝ่ายยกขึ้นทาบกั้นไว้เสียสนิท เป็นการปิดตายทุกเส้นทางถอยอย่างสมบูรณ์แบบ “คุณพิมพ์อรคะ ดิฉันหมดเวลาทำงานในฐานะเลขาฯ สำหรับวันนี้แล้วนะคะ เกินเวลาโอทีมาครึ่งชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำค่ะ” รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาความนิ่งสงบในน้ำเสียง แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล “โอทีเหรอ?” พิมพ์อรทวนคำ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่กำลังพิจารณาร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “ฉันจ้างคุณมาดูแลตารางงาน ไม่ได้จ้างให้มาวิ่งหนีปัญหาค่ะ แล้วการที่คุณพยายามจะชิ่งหนีฉันแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันคิดว่า… คุณกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่” “ดิฉันไม่ได้กลัวค่ะ แต่ดิฉันแค่อ่อนเพลีย” รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างไม่เกรงกลัว “อีกอย่าง เรื่องโปรเจกต์ที่เราถกกันในห้องประชุมเมื่อตอนบ่าย มันก็เคลียร์ชัดเจนหมดแล้วนี่คะ ไม่มีอะไรต้องคุยกันนอกรอบอีกแล้วค่ะ” “ชัดเจนเหรอคะ?” พิมพ์อรขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเอนตัวแนบชิดไปกับบานประตู ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ แววตานิ่งดุของนักธุรกิจสาวเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับบางอย่างที่อ่านไม่ออก “แต่เรื่องส่วนตัวระหว่างเรา… ยังไม่เคลียร์เลยสักนิดนะคะ รินรดา” คำว่า ‘เรื่องส่วนตัว’ ถูกเน้นเสียงหนักหน่วง จนคนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งพวงแก้ม รินรดาเม้มปากแน่นยิ่งขึ้น สมองคิดหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ ผู้หญิงคนนี้อันตรายเกินไป ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งเหมือนแมงมุมที่ชักใยถักทอความรู้สึกเข้ามาผูกมัดเธอไว้ทีละน้อย เธอรู้ตัวดีว่ากำลังตกลงไปในหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดไว้ แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรงจะก้าวหนี “ดิฉันไม่มีเรื่องส่วนตัวอะไรจะคุยกับคุณค่ะ” รินรดาเชิดคางขึ้น พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะคะ” มือบางเอื้อมไปหมายจะปัดข้อมือของพิมพ์อรออก แต่คนตัวสูงกว่ากลับเร็วกว่า พิมพ์อรคว้าข้อมือเรียวของเลขาฯ สาวไว้ได้ทัน แล้วรวบมันขึ้นไปแนบกับบานประตูเหนือศีรษะของรินรดาอย่างง่ายดาย แรงปะทะเพียงน้อยนิดทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมองสบตาโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้เสียจนแทบจะหลอมละลายความแข็งกร้าวทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้นมา “ปล่อยนะคะ คุณพิมพ์อร! เล่นอะไรไม่เข้าเรื่องค่ะ” รินรดาเริ่มโวยวายเมื่อพบว่าตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสมบูรณ์ “ฉันไม่ได้เล่นค่ะ รินรดา” พิมพ์อรเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตา “คุณต่างหากที่เล่นซ่อนหากับความรู้สึกตัวเองมาตลอด… คุณคิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอคะ ว่าเวลาฉันเข้าใกล้ คุณมักจะหลบตา และหัวใจของคุณก็เต้นแรงเสียจนฉันได้ยิน” คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจ รินรดาเบิกตากว้าง ความลับที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดเลขาฯ สาวผู้มั่นใจ กลับถูกอ่านขาดได้อย่างง่ายดายโดยเจ้านายจอมเผด็จการคนนี้ ร่างกายของเธอแข็งค้าง ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องหลบสายตาคู่นั้น แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของพิมพ์อรแตะเข้าที่คางสอพัด แล้วเชยขึ้นให้เธอกลับมาสบตาอีกครั้ง “หนีไม่พ้นหรอกค่ะ…” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “เพราะฉันตั้งใจไว้แล้วว่า จะไม่ปล่อยให้คุณไปไหนทั้งนั้น” รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ทั้งตื่นกลัว หวาดหวั่น และ… ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจเจ้ากรรมกำลังเต้นรัวระทึกด้วยความยินยอมพร้อมใจอย่างน่าประหลาด กลิ่นอายความเย้ายวนที่แผ่ออกมาจากตัวของพิมพ์อรสะกดให้เธอนิ่งงัน ราวกับถูกมนต์สะกดให้ติดตรึงอยู่ใต้รอยเงาของหญิงสาวตรงหน้า บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางเริ่มแคบลงทุกที อุณหภูมิรอบตัวดูเหมือนจะสูงขึ้นจนน่าใจหาย พิมพ์อรโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ สายตาคู่นั้นจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเธอราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังรอเวลาตะครุบเหยื่อ รินรดารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะกำลังจะหลุดลอย เธอยกมืออีกข้างที่ยังเป็นอิสระขึ้นหมายจะดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ แต่กลับถูกมือเรียวรวบจับไว้ทั้งหมด แล้วตรึงไว้แนบชิดกับอกระAอมของพิมพ์อรแทน สัมผัสจากความแนบชิดทำให้รินรดารู้สึกถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นแรงไม่แพ้กัน พิมพ์อรไม่ได้นิ่งสงบอย่างที่แสดงออก แววตาของนักธุรกิจสาวเต็มไปด้วยความปรารถนาอันร้อนแรงที่ถูกเก็บกักไว้มานาน และตอนนี้ มันกำลังจะทะลักทลายออกมา “คุณพิมพ์อรคะ… เดี๋ยว…” รินรดาเอ่ยท้วงเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด “ไม่มีเดี๋ยวแล้วค่ะ” พิมพ์อรเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับก้มลงกระซิบชิดริมใบหูจนรินรดาต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้และวาบหวิว “รินรดา… คุณหน and ฉันไม่พ้นหรอกค่ะ รู้ตัวรึยังคะ?” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้หาคำพูดใดมาโต้แย้ง ประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อกสนิท กลับมีเสียงบิดกลอนดังคลิก! พร้อมกับการผลักเปิดเข้ามาอย่างกะทันหันของร่างโปร่งในชุดสูททับด้วยเสื้อกาวน์แพทย์ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยทักขึ้นเสียงดังโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ “พิม! เย็นนี้ไปกินชาบูกัน… อุ๊ย!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับเรื่องราวของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%