เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 14

รินรดาถอยห่าง

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“คุณอรคะ รินขอลาพักร้อนห้าวันค่ะ” เสียงของรินรดาเรียบสนิทจนน่าใจหาย แฟ้มเอกสารในมือถูกวางลงบนโต๊ะทำงานของพิมพ์อรอย่างเบามือ แต่มันกลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟังจนพิมพ์อรชะงักปลายปากกาที่กำลังเซ็นอนุมัติโครงการใหญ่ มือเรียวสวยที่จับปากกาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมองเลขาสาวด้วยสายตาคมกริบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจ “พักร้อน? ตอนงานโปรเจกต์ใหญ่กำลังจะเริ่มเนี่ยนะ รินรดา เธอใช้สมองส่วนไหนคิด” รินรดาไม่ได้สะทกสะท้านกับถ้อยคำจิกกัดนั้น เธอยืนนิ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองสบตาเจ้านายสาวโดยไม่มีความหวาดหวั่นหรือรอยยิ้มออดอ้อนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “รินทำหน้าที่ของรินครบถ้วนแล้วค่ะ เอกสารทุกอย่างอยู่ในระบบ ข้อมูลการประสานงานรินลงรายละเอียดไว้หมดแล้ว ถ้าคุณอรขาดรินไปห้าวัน บริษัทก็คงไม่ล้มละลายหรอกค่ะ” “รินรดา!” พิมพ์อรตบโต๊ะเบาๆ เสียงนั่นไม่ได้แสดงถึงความโกรธเท่ากับความ ‘ไม่เข้าใจ’ ที่พุ่งพล่านอยู่ในอก “ช่วงนี้ฉันยุ่งแค่ไหนเธอไม่รู้หรือไง แล้วใครจะดูแลตารางงานฉัน ใครจะเตรียมกาแฟที่ฉันชอบ หรือใครจะ…” “คุณอรมีคนอื่นดูแลได้ค่ะ” รินรดาตัดบท คำพูดนั้นเชือดเฉือนหัวใจคนฟังอย่างจัง พิมพ์อรนิ่งงันไปครู่ใหญ่ นึกถึงภาพเมื่อคืนที่เธอต้องไปทานมื้อค่ำกับลูกสาวท่านประธานคู่ค้ารายใหญ่ตามคำสั่งของผู้ใหญ่ แม้เธอจะไม่ได้เต็มใจ แต่ความเงียบของเธอที่เลือกไม่ปฏิเสธ มันกลายเป็นมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของรินรดาโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว รินรดาไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ดีว่าตำแหน่ง ‘เลขาฯ คนสนิท’ ของเธอมันมีเส้นกั้นบางๆ ที่ไม่มีวันข้ามไปได้ตราบใดที่พิมพ์อรยังคงเลือกความสมบูรณ์แบบและการยอมรับทางสังคมมากกว่าความรู้สึกของ ‘ของเล่น’ ที่อยู่ข้างกาย “เธอจะประชดฉันเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม?” พิมพ์อรลดเสียงลง แววตาดุร้ายเปลี่ยนเป็นความสับสน “มันก็แค่ธุระทางธุรกิจ ริน เธอเป็นเลขาฯ ของฉัน เธอต้องแยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัวให้ออก” “นั่นสินะคะ… เรื่องส่วนตัว” รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าจนพิมพ์อรเจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจ “ถ้าเป็นเรื่องงาน รินทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเสมอค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่อง ‘ความรู้สึก’ รินว่ารินเริ่มทำหน้าที่ได้ไม่ดีแล้ว ขออนุญาตลาออก… เอ้อ หมายถึงลาพักร้อนตามที่ขอนะคะ” รินรดาหมุนตัวหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องทำงาน แต่เพียงแค่ก้าวที่สอง แรงกระชากจากข้อมือเล็กทำให้เธอต้องหมุนกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้านายสาวอีกครั้ง พิมพ์อรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยคมของเธออยู่ใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เต็มไปด้วยความหวงแหน “ฉันไม่อนุญาต” พิมพ์อรขบกรามแน่น สายตาจ้องเขม็งราวกับจะกลืนกิน “เธอไม่มีสิทธิ์ทิ้งงาน แล้วก็ไม่มีสิทธิ์ทิ้งฉันไปไหนทั้งนั้น” “ทำไมคะ?” รินรดาถามสวนทันควัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เธอมักจะแพ้ทางเสมอ “เพราะรินเป็นแค่เลขาฯ ที่คุณอรเอาไว้แก้เหงา หรือเพราะคุณอรไม่อยากเสีย ‘ของเล่น’ ชิ้นโปรดไปให้คนอื่นคะ?” คำถามนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ความอดทนของพิมพ์อรขาดผึง มือที่จับข้อมือรินรดาอยู่เปลี่ยนมาเป็นรวบเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจที่รดรินอยู่ตรงซอกคอทำให้รินรดาสั่นสะท้าน แต่เธอฝืนความอ่อนแอไว้สุดกำลัง “เธออยากรู้ใช่ไหมว่าฉันคิดยังไง…” พิมพ์อรกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าสั่นเครือ “ถ้างั้นเธอก็ลองอยู่พิสูจน์สิ ว่าการที่ฉันดึงเธอไว้แบบนี้ มันเป็นเพราะฉันเห็นเธอเป็นแค่ของเล่น… หรือเพราะฉันขาดเธอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวกันแน่” วินาทีที่หัวใจของรินรดากำลังจะยอมอ่อนข้อให้กับสัมผัสที่คุ้นเคย เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับร่างของหญิงสาวสวยสง่าที่คุ้นตาดีในหน้าหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจก้าวเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต “อรคะ คืนนี้คุณมีนัดทานมื้อค่ำกับพ่อของฉันไม่ใช่เหรอคะ อย่าบอกนะว่าคุณลืม?” พิมพ์อรผละออกจากรินรดาทันที สายตาที่เคยดูคลั่งไคล้เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาและนิ่งสนิท รินรดาได้แต่ยืนนิ่งราวกับถูกสาป เธอมองดูเจ้านายสาวที่ค่อยๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักธุรกิจผู้สมบูรณ์แบบ ก่อนที่พิมพ์อรจะหันมามองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า “งานของเธอในวันนี้ยังไม่เสร็จ รินรดา… ออกไปทำงานของเธอให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องลาพักร้อน ลืมมันไปซะ” รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอเม้มปากจนห่อเลือด ความหวังเล็กๆ ในใจที่เคยก่อตัวขึ้นแตกสลายลงต่อหน้าต่อตา เธอรู้แล้วว่าในสมรภูมิของความรักครั้งนี้… พิมพ์อรไม่เคยเลือกเธอจริงๆ รินรดาก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว สบตาพิมพ์อรเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย โดยหารู้ไม่ว่าในจังหวะที่เธอเดินผ่านประตูไปนั้น พิมพ์อรกลับยืนนิ่งค้าง มือที่สั่นเทาของเจ้านายสาวกำลังคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแน่นจนขอบกระดาษยับยู่ยี่ และสายตาที่มองตามแผ่นหลังของเธอนั้น… มันไม่ใช่สายตาของเจ้านายที่มองเลขาฯ อีกต่อไป แต่เป็นสายตาของคนที่กำลังสูญเสียบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปจริงๆ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงเคียงข้างและเอาใจช่วยรินรดาในความสัมพันธ์ที่แสนจะซับซ้อนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%