เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 12

คนขี้หวงปีศาจ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงประตูห้องพักส่วนตัวถูกผลักเปิดออกด้วยแรงที่มากพอจะทำให้บานไม้กระแทกผนังเบาๆ แต่ไม่เท่ากับแรงปะทะทางอารมณ์ที่พุ่งเข้าใส่รินรดาในวินาทีนั้น... "คุณพิมพ์!" เลขาฯ สาวอุทานเสียงหลง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจจนแทบถอยหลังกรูด สภาพของนักธุรกิจสาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจในเวลานี้ช่างห่างไกลจากภาพลักษณ์ ‘ท่านประธานผู้เยือกเย็น’ ที่สื่อมวลชนเคยเห็นโดยสิ้นเชิง เส้นผมยาวสลวยที่เคยรวบตึงอย่างไร้ที่ติกลับหลุดลุ่ยเคลียคลออยู่ข้างแก้ม แววตาดุคมที่มักใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจกำลังวาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด และที่สำคัญที่สุด... ร่างเพรียวระหงนั้นกำลังก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยระยะห่างที่อันตรายเกินความจำเป็น รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพล เหตุการณ์เมื่อครู่ที่ริมฝีปากของเธอกับพิมพ์อรเกือบจะสัมผัสกันยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับการที่เจ้านายสาวดันโผล่มาแจ็คพอตแตกตรงหน้าห้องพอดีในยามวิกาลแบบนี้! "ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมถึงยังไม่นอนคะคุณริน" น้ำเสียงที่เอ่ยถามไม่ได้ราบเรียบเหมือนเคย หากแต่เจือกระแสความหงุดหงิดและ... ความไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง พิมพ์อรปราบสายตามองสำรวจเลขาฯ ของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังตรวจตราว่าทรัพย์สินส่วนตัวชิ้นนี้มีรอยขีดข่วนตรงไหนบ้างหรือเปล่า รินรดากะพริบตาปริบๆ ตั้งสติแล้วเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ปากเก่งๆ รีบทำงานทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ "ฉันเพิ่งเคลียร์เอกสารเสร็จค่ะคุณพิมพ์ ว่าแต่คุณเถอะค่ะ มาทำอะไรหน้าห้องฉันดึกดื่นแบบนี้ หรือว่า... เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" ประโยคหลังตั้งใจหยอกเย้าเพื่อลดความตึงเครียด แต่ทว่า... มันกลับได้ผลลัพธ์ที่เกินคาด พิมพ์อรแค่น "หึ" ในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาอีกหนึ่งก้าว บีบพื้นที่ส่วนตัวของรินรดาให้แคบลงจนแผ่นหลังบางเกือบจะแนบติดกับบานประตูห้อง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูประจำตัวผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นยามดึกโชยเข้าจมูกจนเลขาฯ สาวต้องเผลอกั้นหายใจ "ห่วงเหรอ? คุณคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยรึไง รินรดา" พิมพ์อรจงใจกดเสียงต่ำ ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งเถียงเธอนั่นแหละ "ฉันแค่ผ่านมาตรวจความเรียบร้อยของชั้นนี้... และบังเอิญเห็นว่าไฟห้องคุณยังเปิดอยู่ ก็แค่นั้น" *โกหกคำโต! ชั้นนี้มีห้องพักส่วนของผู้บริหารกับเธอแค่สองคน จะผ่านมาตรวจอะไรเวลานี้!* รินรดากรีดร้องในใจ แต่ภายนอกกลับทำได้เพียงยิ้มหวานหยด "ถ้าอย่างนั้นก็ตรวจเรียบร้อยแล้วนะคะ เชิญคุณพิมพ์กลับไปนอนพักผ่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้มีประชุมเช้าตรู่ เดี๋ยวใต้ตาจะคล้ำจนกลบเครื่องสำอางไม่มิดนะะคะ" "ปากเก่ง" พิมพ์อรพึมพำลอดไรฟัน มือเรียวบางยกขึ้นกอดอก สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนิ่มของรินรดาที่สวมใส่ ความจริงแล้วมันไม่ได้เปิดเผยหรือล่อแหลมอะไรเลย แต่มันกลับทำให้เลือดในกายของนักธุรกิจสาวเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ยิ่งคิดถึงภาพที่รินรดาอาจจะยืนคุยกับใครหน้าห้อง (แม้ว่าความจริงจะไม่มีใครนอกจากเธอ) ก็พาลให้อารมณ์หงุดหงิดพุ่งทะยาน "แล้วนี่... ยืนขวางประตูฉันอยู่แบบนี้ ฉันจะเข้าห้องยังไงล่ะคะคุณพิมพ์ หรือว่าอยากจะขอเข้ามานั่งคุยเรื่องงานต่อในห้องฉันตอนตีสอง?" รินรดาลอยหน้าลอยตาถาม ยิ่งเห็นอาการฮึดฮัดของเจ้านายสาว เธอกยิ่งนึกสนุก พิมพ์อรหรี่ตามองคนตัวเล็กกว่าอย่างจับผิด รอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมานั้นช่างดูเจ้าเล่ห์จนรินรดาเริ่มใจคอไม่ดี "อยากคุยงานเหรอ... ก็น่าสนใจดีเหมือนกันนะ" พิมพ์อรเอ่ยเสียงพร่า ขยับเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย "เผื่อฉันจะได้ทบทวนเรื่อง... ที่ค้างคาอยู่เมื่อกี้ด้วยไง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างเรา" ให้ตายเถอะ! ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถในการทำให้เธอใจเต้นแรงจนแทบระเบิดได้ภายในสามวินาทีจริงๆ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีใบสวยที่โน้มเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะแตะกันอยู่รอมร่อ ความดุดันและมาดนิ่มขรึมหายวับไปกับตา เหลือเพียง ‘ความคลั่งรัก’ ในแบบฉบับของพิมพ์อรที่แสดงออกมาผ่านการตามประกบและหวงก้างแบบเนียนๆ "เรื่อง... เรื่องอะไรล่ะคะ ฉันจำไม่ได้หรอกค่ะคนจำพวกสมองปลาทอง" รินรดาเสียงสั่นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ความจำเสื่อมเร็วจังนะ... งั้นฉันคงต้องช่วยฟื้นความจำให้คุณซะหน่อยแล้วล่ะมั้ง รินรดา" พิมพ์อรไม่พูดเปล่า มือเรียวที่เคยกอดอกเปลี่ยนมาทาบลงบนบานประตูข้างศีรษะของรินรดา กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ใบหน้าสวยคมโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนรินรดาต้องหลับตาปี๋ด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงนาฬิกา ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้มขาวเนียน กลิ่นหอมอบM&Gอวลอยู่รอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจอุ่นๆ ของพิมพ์อรปัดผ่านข้างแก้มจนขนลุกซู่ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของพิมพ์อรก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมความอันตรายนั้นทันที! พิมพ์อรชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคืองใจอย่างที่สุด เธอผละใบหน้าออกห่างอย่างเสียดาย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยหางตาเพียงแวบเดียว แต่ทว่า... แค่เสี้ยววินาทีนั้นที่รินรดาลืมตาขึ้นมามอง สีหน้าของเจ้านายสาวกลับเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาทันที พิมพ์อรลดมือลง หันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลขาฯ สาวต้องชะงักกึก "ดูเหมือนว่า... เราจะมีแขกไม่invited มาเยือนที่บริษัทซะแล้วล่ะค่ะคุณริน และฉันคิดว่า... คุณคงอยากรู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนส่ง ‘ของขวัญ’ ชิ้นนี้มาให้เราดึกดื่นป่านนี้" รินรดารับโทรศัพท์ที่พิมพ์อรยื่นหน้าจอมาให้ดู ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ ก่อนที่ความตกใจระลอกใหม่จะแล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ เมื่อชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... คือคนที่พวกเธอคาดไม่ถึงที่สุด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%