"ถ้าคุณคิดว่าเงินสามารถซื้อความเคารพจากผมได้ล่ะก็... เชิญเก็บเช็คใบนั้นแล้วเดินออกจากร้านรถเข็นเก่าๆ ของผมไปได้เลยครับ คุณพฤกษ์"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเครือ แม้ปลายนิ้วที่กำลังกำตะหลิวทองเหลืองจะขาวซีดด้วยความกดดัน บรรยากาศรอบเตาย่างถ่านยามพลบค่ำในย่านตลาดเก่าคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมของหมูย่างกะทิสดที่หมักจนเข้าเนื้อ ตัดกับความเย็นชาในแววตาของชายหนุ่มร่างสูงตระหง่านในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้สักของร้าน
พฤกษ์ปรายตามองเชฟสาวผู้เป็นเจ้าของร้านสตรีทฟู้ดวินเทจ ท่าทีของเธอดื้อรั้นราวกับม้าพยศที่ไม่เคยยอมจำนนต่อบังเหียนใดๆ ในโลก แววตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้กุมชะตากรรมอสังหาริมทรัพย์ครึ่งย่านนี้กวาดมองไปทั่วร้าน ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าเรียบตึงที่เปื้อนเขม่าควันจางๆ
"ความเคารพไม่ได้มีไว้ซื้อด้วยเงินหรอกครับ... รินรดา" พฤกษ์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบข้างใบหู "แต่เงินซื้อเวลา และเวลาจะซื้อความสงบสุขให้คุณจากการถูกญาติๆ ตัวดีของคุณมาป้วนเปี้ยนไถเงินหน้าเตาทุกวี่ทุกวัน... คุณคิดว่าคุณจะทนยืนถือตะหลิวสู้กับพวกปลิงดูดเลือดพวกนั้นไปได้อีกสักกี่น้ำ?"
คำพูดนั้นจี้ใจดำรินรดาเข้าอย่างจัง ภาพของลุงแท้ๆ ที่พยายามเอาโฉนดที่ดินร้านของอาม่าไปจำนองเพื่อใช้หนี้พนันผุดขึ้นมาในหัว แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธออ่อนแอลง ตรงกันข้าม มันกลับเติมเชื้อเพลิงให้ความหัวแข็งในตัวเธอลุกโชนขึ้นไปอีก
รินรดาเคาะตะหลิวกับขอบกระทะเหล็กเสียงดัง *กริ๊ง* เรียกสติของคนทั้งคู่กลับมา เธอหันขวับมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่ถึงคืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นควันถ่านไม้
"คุณพูดถูกเรื่องหนึ่งครับ... ฉันเกลียดพวกปลิงพวกนั้น แต่ฉันเกลียดคนประเภทที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นแล้วเที่ยวชี้นิ้วสั่งคนโน้นคนนี้มากกว่าเป็นกอง" รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏที่มุมปาก "ถ้าคุณแน่จริง และคิดว่าลิ้นเทวดาของคุณกินยากนัก... อยู่พิสูจน์ฝีมือฉันสิครับ อย่าดีแต่เอาเงินฟาดหัวคนอื่นเหมือนพวกคุณชายตกยุค"
พฤกษ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่หาดูยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน ความท้าทายในแววตานั้นวาววับราวกับเสือพบเหยื่อที่กล้าขู่คำรามใส่
"กล้าดีนี่..." พฤกษ์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะไม้เก่าจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ "ถ้าอาหารจานนี้ของคุณ ทำให้ผมหวนนึกถึงรสชาติที่ผมตามหามาสิบปีไม่ได้... นอกจากโฉนดที่ดินร้านนี้จะตกเป็นของผมแล้ว คุณต้องยอมมาเป็นเชฟส่วนตัวให้ผมแต่โดยดี"
"และถ้าฉันทำได้..." รินรดาไม่หลบสายตา "คุณต้องใช้เส้น ธุรกิจของคุณจัดการกวาดล้างหนี้สินปลอมๆ ของพวกญาติฉันให้หลุดพ้นจากชีวิตฉันเด็ดขาด... ตกลงไหมครับ?"
พฤกษ์นิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า "ดี... ดีมาก หวังว่าฝีมือของคุณจะคมคายพอๆ กับฝለปากนะ แม่เชฟมือเหล็ก"
รินรดายื่นมือเล็กที่เปื้อนแป้งและกลิ่นเครื่องเทศเข้า
สัมผัสจับมือรับคำท้า ฝ่ามือของเขาทั้งอุ่นและหนักแน่น แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความสั่นไหวแปลกประหลาดในใจของเธออย่างไม่น่าเชื่อ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก รินรดารีบดึงมือกลับแล้วหันไปจัดการกับวัตถุดิบตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอหยิบชิ้นเนื้อหมูที่หมักด้วยสูตรลับเฉพาะยุค 70 ออกมา วางลงบนตะแกรงย่างที่ไฟกำลังลุกโชนสะเก็ดไฟสีส้มแดงกระจายวับวามในความมืด กลิ่นหอมของรากผักชี กระเทียม พริกไทย และซีอิ๊วโบราณคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วตรอกแคบๆ
พฤกษ์ยืนมองทุกย่างก้าวของเธออย่างไม่วางตา ความคล่องแคล่ว เด็ดเดี่ยว และความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้ภาพจำในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ รสชาติที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต... รสชาติที่แม่ของเขาเคยทำก่อนจะจากไป
รินรดานำหมูย่างที่สุกกำลังดี เนื้อฉ่ำน้ำตักใส่จานกระเบื้องเคลือบโบราณ ราดด้วยน้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้านที่โรยข้าวคั่วหอมกรุ่น และผักชีใบเลื่อยสดๆ เธอยกจานนั้นมาเสิร์ฟตรงหน้าเขาด้วยท่าทีนิ่งสงบ
"เชิญครับ... ท่านชายผู้กินยาก ลองชิมฝีมือของ 'ปลิง' อย่างฉันดูสักคำ"
พฤกษ์มองจานอาหารตรงหน้า สัมผัสแรกที่ลอยเข้าจมูกคือกลิ่นหอมของเครื่องเทศโบราณที่เตะเข้าจังๆ จนต่อมรับรสทำงานอัตโนมัติ เขาหยิบช้อนส้อมขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ตัดชิ้นเนื้อหมูพอดีคำเข้าปาก ทันทีที่เคี้ยวสัมผัสแรก รสชาติกลมกล่อม หวานเค็มเผ็ดกำลังดีและความชุ่มฉ่ำของเนื้อหมูก็ระเบิดขึ้นในความรู้สึก... มันไม่ใช่แค่อร่อย แต่มันคือรสชาติเดียวกันกับความทรงจำในวัยเด็กที่เขาตามหามาเนิ่นนาน
เขานิ่งค้างไป ดวงตาคมกريบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว รินรดายืนกอดอกมองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ
ทว่า ในวินาทีที่พฤกษ์กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายก็ดังแหวกความเงียบของตรอกเข้ามาเสียก่อน
"เฮ้ย! นังหลานอกตัญญู แกกล้าดียังไงมาแจ้งตำรวจจับน้าตัวเองวะ!"
ร่างท้วมของลุงแท้ๆ พ่วงด้วยสมุนทนายหน้าเลือดพังประตูรั้วร้านเข้ามา พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือที่สะบัดไปมา รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด ขณะที่พฤกษ์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดำมืดที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
พฤกษ์ค่อยๆ วางช้อนในมือลงอย่างช้าๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นเยียบที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
"พวกคุณ... กล้าดียังไงถึงมารบกวนเวลามื้อค่ำของ 'ภรรยา' ผม?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งชีวิตนี้นะครับ
เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 4
กลเม็ดสยบคนหัวแข็ง
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!