เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 5

ร่องรอยในสูตรลับ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"พวกคุณ... กล้าดียังไงถึงมารบกวนเวลามื้อค่ำของ 'ภรรยา' ผม?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในยามวิกาล ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงแคบๆ ของร้านรถเข็นที่ถูกรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่กึ่งวินเทจ บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารที่เมื่อครู่ยังอวลไปด้วยไอความอบอุ่นของแกงป่าปลาคังฝีมือรินรดา กลับพลิกผันกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมในชั่วพริบตา ลุงสมบัติและป้าเพ็ญศรี สองสามีภรรยาผู้เป็นญาติฝั่งพ่อของรินรดา ซึ่งกำลังทำหน้ายโสถือวิสาสะเดินเข้ามานั่งหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ไม้สักเก่า ชะงักกึกทันที สองร่างที่อวบอ้วนตามประสาคนกินดีอยู่ดีแต่ไร้ซึ่งมารยาท หันขวับไปมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังรินรดา พฤกษ์ในยามนี้ไม่ได้สวมสูทเนี๊ยบกริบแบบนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล แต่เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ประกอบกับใบหน้าคมคายที่บัดนี้ไร้รอยยิ้ม มีเพียงแววตาดุดันเย็นชาที่จ้องมองผู้บุกรุกราวกับพวกเขากำลังยืนอยู่บนลานประหาร "เอ่อ... คุณ... คุณเป็นใครกันยะ? นี่มันเรื่องในครอบครัวตระกูลเรา อย่ามาทำเป็นกร่างนะ!" ป้าเพ็ญศรีเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง เมื่อเห็นประกัตตาคมกริบของพฤกษ์ที่มองตรงมายังนาง "ครอบครัว?" พฤกษ์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น เขาก้าวเข้ามาใกล้รินรดา มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ที่หญิงสาวนั่งอยู่ เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของและปกป้องอย่างชัดเจน "คนที่บุกรุกเข้ามาในยามวิกาลเพื่อกดดันหลานสาวตัวเองให้ขายที่ดินในราคาถูกๆ เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้การพนัน... เขาไม่เรียกriญาติหรอกครับ เขาเรียกว่า 'โจรในคราบญาติ' มากกว่า" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนบังลมฝนให้เธอมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเรื่อง หัวใจดวงน้อยที่เคยแข็งกระด้างและต้องต่อสู้ลำพังมานับแรมปี กลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด นี่สินะ... ความรู้สึกของการมี 'สามี' ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างในวันที่พายุโหมกระหน่ำ "แก! ไอ้หนุ่มนี่มันพูดจาอวดดีเกินไปแล้วนะรินรดา!" ลุงสมบัติตบโต๊ะเสียงดังลั่นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "นากจากแกจะหาผู้ชายมาเกาะกินแล้ว ยังอบรมสั่งสอนให้มันมาปีนเกลียวผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลอีกเรอะ! สัญญาขายที่ดินนั่น... แกจะเซ็นดีๆ หรือจะให้ฉันฟ้องขับไล่แกออกจากที่ตรงนี้ให้อับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขากันแน่!" กระดาษสัญญาแผ่นยับยถูกโยนลงกลางโต๊ะอาหาร เฉียดชามแกงป่าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรไทยไปนิดเดียว รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอดทนของเธอเดินทางมาถึงขีดสุดแล้ว กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์แม่ค้ามือหนึ่ง แต่ทว่า... "ถ้าอยากฟ้องนัก... เชิญตามสบายครับ" พฤกษ์เอ่ยขึ้นตัดหน้า น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่แววตากลับคมกริบราวกับคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก "แต่ก่อนจะไปถึงศาล ผมคงต้องรบกวนให้ทนายความส่วนตัวของผมตรวจสอบ 'เส้นทางการเงิน' ของพวกคุณเสียก่อน ว่าเงินที่เอาไปผ่อนรถคันใหม่และเล่นการพนันสนามม้าเมื่อเดือนก่อน... มันมาจากเงินกองกลางที่ยักยอกมาจากพินัยกรรมอาม่าหรือเปล่า" สิ้นคำพูดนั้น ลุงสมบัติและป้าเพ็ญศรีถึงกับหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้า ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นในพริบตา ทั้งสองสบตากันด้วยความเลิกลั่ก เพราะสิ่งที่พฤกษ์พูดนั้น... มันคือความจริงที่พวกเขาพยายามปกปิดมาตลอด "แก... แกพูดเรื่องอะไรวะ! มั่ว!" ลุงสมบัติเสียงสั่น ร่างท้วมเริ่มขยับถอยหลังกรูด "ผมไม่เคยพูดอะไรเล่นๆ ครับ และถ้าพวกคุณยังไม่ไสหัวออกไปจากร้านของภรรยาผมภายในสามวินาทีนี้... ผมเกรงว่าพรุ่งนี้เช้า พวกคุณคงไม่ได้เดินออกจากบ้านเฉยๆ แต่อาจจะไปนั่งจับเข่าคุยกับตำรวจในห้องขังแทน" พฤกษ์กวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ต้องรอให้ถึงวินาทีที่สาม สองสามีภรรยาจอมกะล่อนก็รีบคว้ากระดาษสัญญาบนโต๊ะแล้ววิ่งหนีออกไปจากร้านรถเข็นอย่างไม่คิดชีวิต เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังลนลานท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ของพ่อค้าแม่ขายละแวกใกล้เคียงที่แอบลุ้นเอาใจช่วยรินรดามาตลอด บรรยากาศในร้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงกลิ่นอายจางๆ ของแกงป่าและไอร้อนจากเตาถ่าน รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียดออกมาราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่ยังคงยืนคุมเชิงอยู่ข้างกาย "คุณนี่... ร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดไว้นะคะ... เอ๊ย... นะครับ" รินรดาเผลอหลุดปากเกือบใช้คำพูดติดปาก แต่รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคู่สนทนาเป็นใคร พฤกษ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาโน้มตัวลงมาใช้มือยันขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดารดรดแก้มเนียน "เมื่อกี้คุณเกือบเรียกผมว่า 'คะ' แล้วนะครับ... ภรรยา" รินรดาหน้าแดงซ่าน รีบเบือนหน้าหนีซ่อนความเขินอายด้วยการลุกขึ้นเก็บชามอาหาร "ใครเป็นภรรยาคุณกันเล่า! อย่ามาพูดจาอนุมานเอาเองนะ คุณช่วยฉันไว้ก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมใจอ่อนให้คุณง่ายๆ หรอกนะ" "ปากแข็งเสียจริงนะแม่ครัวตัวน้อย" พฤกษ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขามองตามร่างบางที่เดินหายเข้าไปในครัวหลังร้านเพื่อล้างจานชาม ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านวินเทจแห่งนี้อีกครั้ง ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับตู้ไม้โบราณที่ตั้งอยู่มุมอับชื้นใกล้ชั้นวางเครื่องเทศ ตู้ไม้สักเก่าคร่ำคร่า บานพับสนิมเขอะที่ดูเหมือนถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา ด้วยสัญชาตญาณของนักธุรกิจผู้มองหาโอกาสและรายละเอียดที่ซ่อนเร้น พฤกษ์เดินเข้าไปใกล้ตู้ใบนั้น มือหนาลองผลักบานประตูไม้ที่ฝืดเคือง เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ข้างในนั้นมีเพียงเศษกระดาษเก่าๆ และกล่องเหล็กขึ้นสนิมใบเล็กๆ วางอยู่ รินรดาที่เดินถือผ้าเช็ดมือออกมาจากห้องครัว เห็นพฤกษ์กำลังยืนรื้อค้นข้าวของเก่าแก่ของอาม่า รีบเอ่ยห้ามทันที "นี่! คุณกำลังทำอะไรน่ะ นั่นมันของใช้ส่วนตัวของอาม่านะคะ... เอ๊ย... นะครับ ห้ามรื้อส่งเดชนะ!" พฤกษ์ไม่ได้สนใจเสียงทักท้วง เขายกกล่องเหล็กใบนั้นขึ้นมาปัดฝุ่นหนาทึบที่เกาะอยู่ออก แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟวินเทจสาดส่องลงมาสะท้อนกับวัตถุชิ้นหนึ่งที่อยู่ก้นกล่อง มันคือ "สมุดบันทึกสูตรอาหารปกหนังสีน้ำตาลเข้ม" ที่กระดาษด้านในเหลืองกรอบตามกาลเวลา และที่มุมปกด้านล่าง มีตราประทับรูป "ดอกพฤกษ์" สีทองจางๆ ที่เลือนราง แต่ยังคงเห็นเค้าโครงเด่นชัด รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้าไปหา เมื่อเห็นตราประทับบนสมุดเล่มนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่เคยสังเกตเห็นมันมาก่อนเลยในชีวิต พฤกษ์หยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาเปิดพลิกดูอย่างช้าๆ กระทั่งนิ้วแกร่งต้องหยุดชะงักลงที่หน้ากระดาษแผ่นหนึ่ง ลายมือหวัดๆ ของผู้หญิงในอดีตถูกเขียนบันทึกไว้ด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม พร้อมกับข้อความที่ทำให้ลมหายใจของพฤกษ์สะดุดกึกทันที *"วันที่ 12 ตุลาคม 2520... รสชาติที่ตามหา ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แต่มันซ่อนอยู่ในความทรงจำของตระกูลพฤกษ์..."* พฤกษ์เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกราบจดจ้องมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ สงสัย และตื่นตะลึงระคนกัน ขณะที่รินรดาก็กำลังจ้องมองสมุดในมือเขาด้วยหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ปมปริศนาในอดีตระหว่างตระกูลของเขากesและร้านรถเข็นของเธอกำลังจะถูกเปิดเผย แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงเคาะประตูด้านหน้าร้านก็ดังขึ้นกะทันหัน สามครั้งซ้อนอย่างหนักแน่น และไร้ซึ่งมารยาทของผู้มาเยือนยามวิกาล "ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!" รินรดาและพฤกษ์หันขวับไปมองหน้าประตูพร้อมกัน ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มยืนรออยู่เบื้องหลังกระจกใส แสงไฟสลัวนอกร้านเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น และรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วขวา—บุคคลผู้ซึ่งไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ และเป็นคนเดียวกับที่พฤกษ์พยายามหลบหน้ามาตลอดหลายเดือน! (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 5 นี้ด้วยหัวใจที่พองโต แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะครับ!
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%