“ถ้าคิดจะมาประกาศขายที่ดินแปลงนี้ในราคาขี้ผงเหมือนเศษอาหารให้หมาวัดล่ะก็… เชิญป้ายหน้าเถอะครับ อาป๊าของฉันไม่เคยทำพินัยกรรมยกสมบัติให้คนหน้าด้านที่นานๆ ทีโผล่หัวมาตอนโรงเจเปิดหรอกนะ”
เสียงกรุ้งกริ้งของกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานไม้สักยังไม่ทันจางหายดี ประโยคอันคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งก็พุ่งปักกลางอกของ ‘ป้าสำรวย’ และ ‘สมชาย’ ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบที่กำลังก้าวเข้ามาในร้านรถเข็นสตรีทฟู้ดวินเทจของรินรดา ร่างระหงในผ้ากันเปื้อนผ้าลินินสีครีมไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทันที เธอยังคงใช้คีบไม้ไผ่คีบปาท่องโก๋ทอดสีทองกรอบอร่อยลงใส่กระดาษซับน้ำมันอย่างใจเย็น กลิ่นหอมของแป้งหมักสูตรโบราณคละคลุ้งตัดกับกลิ่นไอความชื้นยามสายของย่านตลาดเก่าได้อย่างลงตัว
ป้าสำรวยหน้าดำคร่ำเครียดจนแก้มย้วยสั่นระริก แกสะบัดผ้าลูกไม้ผืนแพงออกจากไหล่ด้วยความหงุดหงิด “นังริน! แกกล้าดียังไงมาพูดจากับผู้ใหญ่แบบนี้ ฉันเป็นป่านะยะ! ที่ดินผืนนี้ตระกูลเราควรมีสิทธิ์ร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กกะโหลกะกะลาอย่างแกมาผูกขาดเปิดร้านขายของกระจอกๆ แบบนี้!”
รินรดายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธ้าวางคีบลงบนถาดสแตนเลสอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยประกายความเยือกเย็นอันน่าเกรงขาม
“กระจอกเหรอครับ? ร้านกระจอกๆ ร้านนี้แหละที่เลี้ยงชีพฉันมาได้โดยไม่ต้องไปเที่ยวแบมือขอส่วนบุญใคร หรือว่าเงินก้อนโตรอบก่อนที่พวกท่านเอาไปผ่อนรถกระบะป้ายแดงยังไม่หนำใจ ถึงได้ถ่อสังขารมาถึงย่านเก่านี้ตอนสิบโมงเช้า… เวลาทำมาหากินของคนอื่นเขา?”
คำพูดนั้นสะแทกใจดำจนสมชายต้องก้าวขึ้นมาข้างหน้า ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว “ปากดีนักนะนังริน! ระวังตัวไว้เถอะ แกไม่มีทางสู้คأسเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินกับทนายฝีมือดีของฉันได้หรอก ถ้าไม่อยากให้อาม่าที่ตายไปแล้วต้องนอนตายตาไม่หลับเพราะที่ดินถูกยึด ก็รีบเซ็นสัญญาขายสิทธิ์ให้พวกฉันซะดีๆ ในราคาแปดแสนบาทนี้!”
“แปดแสน?” รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความขบขันและดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง “ที่ดินติดริมถนนย่านการค้าเก่าแก่นี้ เนื้อที่เกือบสองงาน… พวกท่านกล้าตีราคาเท่ากับค่าซ่อมหลังคาบ้านปูนปั้นโบราณเนี่ยนะ สมอง หรือว่าขี้เลื่อยที่อัดอยู่ใต้กะโหลกกันแน่ ถึงได้คิดเลขตื้นๆ แบบนี้ออกมาได้”
บรรยากาศในร้านเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าประจำที่นั่งซดโจ๊กอยู่โต๊ะมุมในต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง แม้แต่พฤกษ์ ชายหนุ่มในชุดสูทสากลเรียบหรูผู้ซึ่งนั่งจิบกาแฟดำอยู่เงียบๆ ที่โต๊ะวีไอพีมุมร้าน ก็ยังชะแกนมองเหตุการณ์ด้วยแววตานิ่งลึก มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องทุกอากัปกิริยาของหญิงสาวราวกับกำลังชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่สนุกที่สุดในชีวิต
“นังเด็กนี่! แกอย่ามาปากเก่งให้มากนักนะ!” ป้าสำรวยทนไม่ไหวเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนหลานสาวตัวดี
ทว่า… ยังไม่ทันที่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นจะเข้าใกล้ใบหน้านวล ร่างสูงใหญ่ของพฤกษ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความกดดันอันทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นใต้น้ำ เขาก้าวเข้ามาขวางคั่นกลางระหว่างรินรดากับป้าสำรวยเอาไว้ได้อย่างพอดิบพอดี พร้อมกับยกมือขึ้นคว้าข้อมือของป้าสำรวยไว้แน่นด้วยแรงบีบที่ทำให้หญิงสูงวัยต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“อุ๊ย… มือไม้สะท้านเร็วจังนะครับ คุณผู้หญิงวัยทอง” พฤกษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบมองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าของสองแม่ลูกด้วยแววตาเหยียดหยามอย่างเปิดเผย “การใช้ความรุนแรงในพื้นที่ทำมาหากินของผู้อื่น… นอกจากจะแสดงถึงสติปัญญาที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแล้ว มันยังเป็นการกระทำที่โง่เขลาที่สุดในทางกฎหมายด้วยนะครับ”
“แก! แกเป็นใครวะ! เรื่องนี้มันเรื่องในครอบครัวเรา เสือกอะไรด้วย!” สมชายตะคอกใส่ด้วยความโมโห
พฤกษ์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาสลัดข้อมือป้าสำรวยออกราวกับรังเกียจสิ่งสกปรก ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดมือทีละนิ้วอย่างใจเย็น “ครอบครัว? คนที่จ้องจะฮุบสมบัติคนตายโดยไม่สนใจว่าเจ้าของหยาดเหงื่อแรงงานเขาจะรู้สึกอย่างไร… ผมไม่คิดว่าสังคมนี้เขาเรียกว่าครอบครัวหรอกนะครับ เขาเรียกว่า ‘ปลิง’ มากกว่า”
รินรดามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนบังลมฝนให้เธอด้วยความรู้สึกประหลาดใจระคนซาบซึ้งใจลึกๆ เคมีระหว่างเธอและเขามักจะจุดประกายความวุ่นวายเสมอ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า… ในยามวิกฤตเช่นนี้ การมีสุภาพบุรุษสายเปย์ผู้ทรงอิทธิพลมายืนเคียงข้าง ก็ช่วยยกระดับความสะใจในการตบหน้าคนโลภให้มีชั้นเชิงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
“คุณพฤกษ์… เรื่องนี้ฉันจัดการเองได้ครับ” รินรดากระซิบเบาๆ พร้อมกับแตะปลายแขนเสื้อสูทของเขาเบาๆ
พฤกษ์หันมามองเธอนิดหนึ่ง สายตาที่มองมาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากยามที่เขาใช้มองสองแม่ลูกลิบลับ “ผมรู้ว่าคุณจัดการได้ครับริน… แต่ในฐานะที่ผมเป็น ‘ลูกค้าประจำ’ ที่กินกาแฟและปาท่องโก๋ร้านนี้ทุกวัน ผมไม่อนุญาตให้สุนัขข้างถนนตัวไหนมาเห่าหอนรบกวนเวลาอาหารของผมหรอกนะ”
คำว่า ‘ลูกค้าประจำ’ ที่เน้นย้ำเสียงหนักทำให้ป้าสำรวยและสมชายหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม เมื่อกวาดตามองการแต่งกายและท่าทีของพฤกษ์แล้ว พวกเขาย่อมรู้ดีว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะไปหาเรื่องด้วยได้ง่ายๆ
“ฝากไว้ก่อนเถอะนังริน! แกกับไอ้ผู้ชายหน้าเลือดนี่จะเสียใจ!” ป้าสำรวยชี้หน้าคาดโทษด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะดึงแขนลูกชายให้ถอยร่นออกไปจากร้านอย่างหัวเสีย เสียงผลักประตูกระแทกวงกบดังลั่นต้อนรับการล่าถอยของพวกเห็นแก่ตัว
สิ้นเสียงประตูปิดลง ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่ร้านรถเข็นสตรีทฟู้ดวินเทจอีกครั้ง รินรดาระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับพฤกษ์ที่ยังยืนซ้อนหลังเธออยู่ไม่ห่าง
“ขอบคุณครับ… สำหรับความเสือกที่ถูกจังหวะพอดี” เธอยิ้มหยิกแกมหยอก
พฤกษ์เลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา “เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นเมนูพิเศษสำหรับผมคนเดียวตอนเที่ยงนี้… จะดีกว่าไหมครับ?”
รินรดาส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาในความเจ้าเล่ห์ของเขา แต่เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของพฤกษ์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ เพียงแค่แวบแรกที่เห็นชื่อผู้โทรเข้า รัศมีรอบตัวของเขาก็เปลี่ยนไปในพริบตา ความอบอุ่นขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเย็นชาและแววตากร้าวร้าวที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
พฤกษ์กดรับสาย น้ำเสียงของเขาต่ำทุบและทรงอำนาจยิ่งกว่าเดิม “ว่าไง… สืบเจอแล้วใช่ไหมว่าใครเป็นคนส่งเอกสารปลอมนั่นให้พวกมัน?”
ปลายสายตอบกลับมาด้วยประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้พฤกษ์ต้องชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับมามองรินรดาทันทีด้วยความตกใจระคนเคร่งเครียด
“คุณริน… เอกสารที่ดินฉบับจริงไม่ได้อยู่ที่ญาติพวกนั้นหรอกครับ… แต่มันอยู่ที่คนใกล้ตัวคุณที่สุด… คนที่คุณเพิ่งเดินสวนออกจากร้านไปเมื่อห้านาทีก่อนหน้านี้ต่างหาก!”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ทันทีที่สมองประมวลผลคำพูดของพฤกษ์จบ ภาพของชายแก่ท่าทางลับๆ ล่อๆ ที่ยืนรออยู่หน้าร้านก่อนที่ป้าสำรวยจะเข้ามา ก็ผุดวาบขึ้นมาในหัว…
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 6 นี้ด้วยหัวใจที่พองโต แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะครับ! — กาแฟโบราณแก้วโต
เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 6
ย่านนี้ไม่มีที่ให้คนเห็นแก่ตัว
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!