เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 7

สายเปย์ที่เริ่มเปลี่ยนท่าที

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงกระแทกของกล่องโฟมลังกระดาษราคาถูกที่วางลงบนพื้นปูนเก่าๆ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องครัวแคบๆ ของร้าน “รินรดาโภชนา” แรงสะเทือนนั้นทำเอาขวดพริกน้ำปลาบนชั้นวางสั่นไหวเล็กน้อย รินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนข้ามคืนถึงกับต้องชะงักมือ เธอยืดตัวขึ้นช้าๆ ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะหันไปมองผู้บุกรุกยามวิกาลด้วยสายตาระคนสงสัยแกแกมระอา “นี่คุณพฤกษ์ครับ ร้านผมขายก๋วยเตี๋ยวหมูสับโบราณ ไม่ใช่จุดพักสินค้าของบริษัทโลจิสติกส์เอกชน” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความหงุดหงิดจางๆ เธอถอดผ้ากันเปื้อนสีซีดออกผืนหนึ่งแล้ววางพาดไว้บนพนักเก้าอี้ไม้ ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ไร้เนกタイแต่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดตามแบบฉบับนักบริหารรุ่นใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายความเนี้ยบแบบผู้ดีเก่า พฤกษ์ไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำเหน็บแนมนั้นแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาสำรวจความสะอาดสะอ้านของห้องครัวขนาดกะทัดรัดด้วยแววตาพินิจพิจารณา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนฝากล่องโฟมขนาดใหญ่ที่ส่งไอเย็นยะเยือกออกมา “ผมไม่ได้ส่งของผิดที่หรอกครับรินรดา” พฤกษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าหนักแน่นในแบบฉบับของคนที่คุ้นเคยกับการออกคำสั่ง “และวัตถุดิบข้างในนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อได้ตามตลาดสดทั่วไปที่คุณเดินจ่ายตลาดตอนตีสี่” รินรดาหรี่ตาลงเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้กล่องใบนั้น กลิ่นอายความเย็นเยียบของห้องแช่แข็งลอยกรุ่นออกมาปะทะจมูกทันทีที่พฤกษ์ใช้มีดพับเล่มเล็กกรีดเทปกาวสีน้ำตาลออก เผยให้เห็นแผ่นน้ำแข็งแห้งที่ยังคงพ่นไอควันสีขาวจางๆ และเมื่อเปิดชั้นโฟมด้านในออก กลิ่นเฉพาะตัวของวัตถุดิบชั้นเลิศก็โชยแตะจมูกจนเชฟสาวถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ เนื้อวากิวญี่ปุ่นเกรด A5 ลายหินอ่อนสีชมพูอ่อนแทรกไขมันละเอียดดั่งงานศิลปะ ถูกซีลสุญญากาศมาอย่างดีในแพ็กเกจพรีเมียม ข้างกันนั้นคือเห็ดทรัฟเฟิลดำสดจากแคว้นอุมเบรีย ประเทศอิตาลี ที่ส่งกลิ่นหอมล้ำลึกเป็นเอกลักษณ์ แม้กระทั่งไข่ปลาคาเวียร์สีดำสนิทกระปุกเล็กยังถูกวางประคองไว้อย่างทะนุถนอมท่ามกลางเจลทำความเย็น ภาพตรงหน้าทำให้นิ้วมือของรินรดาที่กำชายเสื้อกันเปื้อนเผลอจิกแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่แค่ความพยายามในการเอาอกเอาใจแบบคนมีเงินเหลือใช้ แต่มันคือการ "ท้าทาย" ศักดิ์ศรีของเชฟสตรีทฟู้ดผู้ยึดมั่นในรากเหง้าของรสชาติแบบดั้งเดิมอย่างเธออย่างชัดเจน! “คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ครับคุณพฤกษ์?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของอีกฝ่ายตรงๆ “ร้านรถเข็นริมถนนของผม ใช้กระดูกหมูเคี่ยว น้ำปลาแท้จากระยอง และพริกขี้หนูสวนจากสวนยายข้างบ้าน วัตถุดิบราคาแพงพวกนี้... มันไม่มีที่ทางในหม้อก๋วยเตี๋ยวของผมหรอกครับ” พฤกษ์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูมีเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้ในสายตาของหญิงสาว เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะเตรียมอาหารโดยอัตโนมัติ “ใครบอกว่าผมเอามาให้คุณใส่ก๋วยเตี๋ยว?” พฤกษ์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาพินิจพิเคราะห์ดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศอย่างชัดเจน “ผมแค่รู้สึกว่า... ฝีมือระดับคุณ รินรดา น่าจะได้ลองทำอะไรที่ท้าทายมากกว่าการยืนหน้าเตาร้อนๆ ควันโขมง เพื่อรอให้พวกญาติหน้าเงินของคุณมาคอยจ้องสูบเลือดสูบเนื้อทุกสิ้นเดือน” คำพูดนั้นสะกิดปมในใจของรินรดาเข้าอย่างจัง บรรยากาศภายในห้องครัวพลันเงียบงันลงทันที เสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปในหม้อใบใหญ่กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบงันนั้น เรื่องที่ดินของอาม่าและบรรดาญาติฝั่งพ่อที่พยายามฟ้องร้องเพื่อฮุบตึกเก่าอายุกว่าห้าสิบปีนี้ เป็นแผลเป็นที่รินรดาไม่เคยเปิดให้ใครเห็นง่ายๆ แต่ทว่า... ชายหนุ่มตรงหน้ากลับสืบทุกอย่างจนทะลุปรุโปร่ง และหยิบมันขึ้นมาพูดราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ “เรื่องของผม... คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม “และต่อให้คุณจะเอาวัตถุดิบราคาแพงระยับแค่ไหนมากองไว้ตรงนี้ มันก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้หรอกครับว่า ผมไม่ใช่เด็กในปกครองของคุณ ที่คุณจะซื้อหาความสุขทางใจด้วยการโยนเงินฟาดหัวแบบนี้!” พฤกษ์นิ่งฟังคำต่อว่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีแววโกรธเคืองแม้แต่น้อย กลับกัน ประกายในดวงตาของเขากลับทอแสงลึกซึ้งขึ้น ราวกับกำลังมองดูแมวป่าตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บขู่คำราม ทั้งๆ ที่อุ้งเท้านั้นช่างนุ่มนิ่มเสียเหลือเกิน “ผมไม่ได้ซื้อคุณด้วยเงิน รินรดา” พฤกษ์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องใจกระตุก “ผมกำลังลงทุน... ลงทุนในสิ่งที่ผมตามหามาทั้งชีวิต” “ตามหาอะไร?” “รสชาติที่หายไป” พฤกษ์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “รสชาติที่ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่สูญเสียทุกอย่างในชีวิต กลับมารู้สึกว่าโลกใบนี้ยังมีพื้นที่ให้อุ่นใจได้อีกครั้ง... เหมือนกับซุปหมูสับฝีมือคุณในคืนฝนตกวันนั้น” รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมาราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่รอยต่อจนร้าวราน เธอนิ่งอึ้งไปกับความจริงใจที่เจือปนอยู่ในน้ำเสียงนั้น ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม เย่อหยิ่ง และเจ้าเล่ห์คนนี้ แท้จริงแล้วซ่อนแผลเป็นแบบเดียวกันไว้ใต้ความสำเร็จภายนอก ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใดแก้เก้อ เสียงเคาะประตูม้วนหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ตามด้วยเสียงโวยวายคุ้นหูที่ทำให้บรรยากาศอันน่าพิศวงในห้องครัวพังทลายลงในพริบตา “ริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ยัยริน! ชั้นรู้ว่าแกอยู่ในนั้น อย่ามาทำเป็นไขสỏแกล้งตายนะยะ!” เสียงแหลมสูงของ “น้าปิ่น” ป้าสะใภ้จอมเค็มผู้หวังฮุบตึก ดังทะลุกำแพงเข้ามา ตามด้วยเสียงทุบประตูเหล็กดังปังๆ อย่างไร้มารยาท รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ สีหน้าเปลี่ยนจากความซาบซึ้งเป็นความรำคาญใจทันที พฤกษ์ยืนยืดตัวตรง ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบเฉยเย็นชาดั่งเดิมในเวลาเพียงเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองไปที่ประตูหน้าร้านแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองเชฟสาวที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเครียด “ดูเหมือนว่า ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ ของคุณจะมาตรงเวลาเสียจริงนะ” พฤกษ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแววตาน่ากลัวบางอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน “ให้ผมจัดการแทนไหมครับ? ในฐานะ... คนที่กำลังลงทุนร่วมกับคุณ” “ไม่ต้อง!” รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง เธอคว้าผ้ากันเปื้อนขึ้นมาผูกเอวใหม่อย่างรวดเร็ว “นี่มันเรื่องในครอบครัวของผม คุณถอยไปอยู่เงียบๆ ตรงนั้นเลยนะ” พูดจบ รินรดาก็เดินจ้ำอ้าwออกจากห้องครัวมุ่งตรงไปยังหน้าร้านทันที โดยทิ้งให้พฤกษ์ยืนอยู่ท่ามกลางกล่องวัตถุดิบราคาแพงลิบลิ่ว ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตามไปทันที เขากลับยกมือขึ้นกอดอก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ สายตาทอดมองตามแผ่นหลังบางของเชฟสาวไปอย่างนึกสนุก ในเมื่อป้าสะใภ้จอมโลภคนนั้นอยากจะมาหาเรื่องในเวลาที่เขาอยู่พอดี... งานนี้เห็นทีเขาคงต้องแสดงให้เห็นเสียหน่อยแล้วว่า การรังแกคนของ “กาแฟโบราณแก้วโต” เอ้ย... คนที่เขากำลังหมายปองนั้น มันจะต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง! รินรดากระชากประตูม้วนหน้าร้านเปิดออกครึ่งหนึ่ง แสงไฟนีออนสว่างจ้าสาด ่ส่องกระทบใบหน้าบึ้งตึงของน้าปิ่นที่ยืนเท้าสะเอวรออยู่ พร้อมด้วยทนายความส่วนตัวท่าทางเจ้าเล่ห์ที่พกกระเป๋าเอกสารมาด้วย “มีอะไรครับดึกดื่นป่านนี้ ถึงมาแหกปากโวยวายหน้าร้านคนอื่นแบบนี้?” รินรดาถามเสียงแข็ง “อ๋อ! ดีนะที่แกกล้าเปิดปากพูดกับฉัน!” น้าปิ่นเชิดหน้าขึ้นด้วยความถือดี พลางชี้หน้าหลานสาว “วันนี้หมดเวลาเล่นขายของแล้วยัยริน เอกสารฟ้องร้องขับไล่พร้อมแล้ว พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากตึกนี้ได้เลย! เพราะศาลท่านรับฟ้อง... เฮ้ย! แกมองอะไรวะ!” น้าปิ่นยังไม่ทันพูดจบประโยคดี ก็ต้องชะงักกึก เมื่อจู่ๆ ร่างสูงโปรดในชุดสูทพรีเมียมของพฤกษ์ก็ก้าวเดินออกมาจากความมืดภายในร้าน ร่างสูงใหญ่ยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังรินรดา รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจนทนายความข้างกายถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว พฤกษ์ยกมือขึ้นโอบไหล่บางของรินรดาอย่างถือวิสาสะ แต่นุ่มนวลและเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างชัดเจน สายตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสองราวกับมองมดปลวก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งน้าปิ่นและทนายความหน้าซีดเผือดในทันที “ศาลไหนเหรอครับที่รับฟ้อง... พอดีว่าที่ดินแปลงนี้ รวมถึงหนี้สินทั้งหมดของตระกูลคุณ ถูกซื้อขาดโดยบริษัทของผมเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงบ่าย...” พฤกษ์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก “และถ้าพวกคุณยังไม่หยุดมารบกวนเวลาทำครัวของเชฟส่วนตัวผม... พรุ่งนี้เช้า ผมอาจจะเปลี่ยนตึกนี้ให้เป็นลานจอดรถตู้คอนเทนเนอร์ แทนที่จะปล่อยให้คนไม่มีมารยาทมายืนเห่าหน้าบ้านคนอื่น” — กาแฟโบราณแก้วโต
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%