เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 8

เมนูย้อนรอยความทรงจำ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงค้อนเหล็กกระทบเนื้อทองเหลืองในโรงหลอมย่านการค้าเก่าดังขึ้นก้องกังวาน เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงถอนหายใจของป้าเพ็ญดังลอดออกมาจากหลังร้าน กลิ่นอายของความอึดอัดระคนความโลภยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศราวกับหมอกหนาหลังฝนตก เมื่อจดหมายทวงหนี้ก้อนโตจากบรรดาญาติผู้พี่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักเก่าๆ ของรินรดา "พวกมันไม่เลิกราจริงๆ สินะครับ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมห้อง มิติความเงียบถูกทำลายลงเมื่อพฤกษ์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าที่ถอดเนคไทออกอย่างไร้พิธีรีตอง ดวงตาคมกริบมองเอกสารฉบับนั้นด้วยแววตาเยียบเย็นราวกับคมดาบที่พร้อมจะตวัดตัดปัญหาทุกอย่างให้ขาดสะบั้นในคราเดียว รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นนั้น มือเรียวภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีซีดกำลังบรรจงใช้มีดปอกมะละกอดิบด้วยความคล่องแคล่ว เสียง "ฉับๆๆ" ของคมมีดที่กระทบเนื้อผลไม้สะท้อนความนิ่งสงบในจิตใจ เธอผ่านการเคี่ยวกรำจากสงครามประสาทของคนในตระกูลมามากเกินกว่าจะสะเทือนใจกับกระดาษทวงหนี้ไร้สาระพวกนั้น "ปล่อยให้เห่าไปเถอะครับคุณพฤกษ์ หมาเห่าใบตองแห้ง... ต่อให้พวกมันเอาโฉนดปลอมมาอ้างสิทธิ์ ที่ดินตรงนี้ก็ยังเป็นของอาม่า และผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาฮุบมันไปเด็ดขาด" รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า เสียงของเธอราบเรียบแต่มั่นคง ราวกับรากแก้วของต้นไทรใหญ่ที่หยกลึกลงไปในแผ่นดินย่านเก่าแห่งนี้ พฤกษ์เดินเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล เขายื่นมือหนาไปกุมข้อมือบางที่กำลังถือมีดไว้เบาๆ เป็นสัมผัสที่อบอุ่นและทรงอำนาจในเวลาเดียวกัน สายตาคู่นั้นมองสำรวจใบเนียนที่เปื้อนฝุ่นแป้งเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน "คุณปากแข็งเสมอ ริน... แต่แววตาของคุณกำลังบอกว่าคุณกำลังคิดถึงเรื่องในอดีต" พฤกษ์กระซิบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงอย่างประหลาดเมื่ออยู่ต่อหน้าเชฟสาวคนนี้ รินรดาชะงัก เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ภาพของระเบียงไม้เก่าๆ แสงแดดสีทองยามเย็น และกลิ่นอายควันไฟจากเตาถ่านที่ลอยคละคลุ้งในตรอกแคบๆ ภาพของเด็กชายผู้มีแววตาดุดันและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี แต่กลับนั่งเงียบๆ รอคอยบางสิ่งด้วยความคาดหวัง "คุณยังจำมันได้เหรอครับ..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา ชายหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ แววตาของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ในปัจจุบันไหววูบลงชั่วขณะ คล้ายเด็กชายคนเดิมที่โหยหาความอบอุ่นในบ้านหลังเก่าที่พังทลาย "รสชาตินั้น... ผมตามหามันมาตลอดชีวิต ริน" พฤกษ์เอ่ยเสียงพร่า "รสชาติที่แม่บ้านตระกูลใหญ่ไม่เคยทำให้ออกมาเหมือนเดิมได้เลย รสชาติที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... โลกใบนี้ไม่ได้ใจร้ายกับผมจนเกินไป" รินรดาลอบถอนหายใจ เธอวางมีดลงบนเขียงไม้ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มตรงๆ "ถ้าอย่างนั้น วันนี้ผมจะทำให้คุณกินเป็นกรณีพิเศษ... เมนูย้อนรอยความทรงจำที่คุณไม่มีวันลืม" บรรยากาศในครัวหลังร้านเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเตาถ่านก้อนโตถูกจุดขึ้น เปลวไฟสีส้มแดงพวยพุ่งเลียก้นหม้อดินเผาใบเก่า เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ และกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศไทยโบราณเริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไป รินรดาเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจและทักษะที่สั่งสมมาจากการทำอาหารด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่เพื่อธุรกิจ แต่เพื่อเยียวยาจิตใจของใครบางคน พฤกษ์ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว สายตาคมกริบไม่เคยละไปจากแผ่นหลังบางนั้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาเห็นหยเหงื่อที่ซึมตามไรผม เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเธอเวลาที่ปรุงรสชาติอาหารอย่างพิถีพิถัน ความรู้สึกอิ่มเอมใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตหรูหราของเขากลับก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ มันคือความอบอุ่นที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงินนับร้อยล้าน "เสร็จแล้วครับ..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ บนโต๊ะไม้ตัวเดิม ถูกวางไว้ด้วยชามกระเบื้องเคลือบโบราณลายคราม ภายในบรรจุอาหารหน้าตาสนามธรรมที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง "แกงรัญจวนโบราณ" เมนูชาววังที่เกือบสูญหาย ผสมผสานกับ "ปลาแห้งแตงโม" และข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยเตาถ่าน เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยส่งกลิ่นหอมละมุนของใบเตยและมะลิซ้อน พฤกษ์นิ่งงัดไปเมื่อกลิ่นหอมของสมุนไพรทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด และโหระพาพุ่งเข้าปะทะจมูก มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอมของอาหาร แต่เป็นกลิ่นอายของ "บ้าน" ที่เขาโหยหามาตลอดหลายสิบปี มือหนายกช้อนกระเบื้องขึ้นมาตักน้ำแกงสีอำพันเข้าปากช้าๆ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ... ดูลึกล้ำและเปี่ยมด้วยความหมาย ดวงตาคมของพฤกษ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสชาติที่คุ้นเคย รสชาติที่แม่เคยทำให้กินก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง ความเปรี้ยวจากมะขามเปียก ความเผ็ดร้อนจากพริกขี้หนูสวน และความหอมหวานกลมกล่อมจากกะปิชั้นดีที่เคี่ยวจนได้ที่ มันระเบิดขึ้นในความทรงจำราวกับสายฝนแรกที่ตกลงบนพื้นดินที่แห้งผาก รินรดายืนมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ เธอเห็นมือหนาที่ถือช้อนสั่นเทาเล็กน้อย และที่มุมหางตาของนักธุรกิจผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร กลับมีประกายความชื้นเอ่อคลอขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด "อร่อยไหมครับ..." รินรดาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา พฤกษ์วางช้อนลงอย่างช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาคู่นั้นลẫกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด "ริน... คุณนี่มัน..." ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูด้านหน้าร้านดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันลึกซึ้ง ตามมาด้วยเสียงโวยวายคุ้นหูของป้าเพ็ญที่พยายามกันใครบางคนไว้ "พวกคุณเข้ามาไม่ได้นะ! นี่มันเวลาร้านปิดแล้ว!" เสียงป้าเพ็ญตวาดลั่น รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่พฤกษ์หรี่ตาลง รังสีความเยียบเย็นแผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มอีกครั้งทันที ประตูไม้หน้าร้านถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของชายวัยกลางคนสวมสูทราคาแพงแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ก้าวเข้ามา พร้อมกับทนายความส่วนตัวที่ถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะ "ไม่ต้องห่วงหรอกยายแก่... ฉันไม่ได้มาในฐานะลูกค้า แต่ฉันมาในฐานะ 'เจ้าของใหม่' ของที่ดินแปลงนี้!" เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าของญาติผู้พี่ที่รินรดาเกลียดชังที่สุดปรากฏขึ้นตรงหน้า พฤกษ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่บังร่างของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบมองผู้มาเยือนราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม "เจ้าของใหม่เหรอครับ..." พฤกษ์เอ่ยเสียงเรียบแต่น่าเกรงขาม "บังเอิญจริงๆ เพราะผมเพิ่งเซ็นเช็คซื้อหนี้ทั้งหมดของตระกูลคุณ... ไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่เอง" ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกาแฟโบราณแก้วโตมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%