เสียงกระแทกของช้อนเงินกระทบกับจานกระเบื้องเคลือบมุกดัง *กริ๊ง* ยาวนานจนบาดหูในความเงียบสงบของห้องอาหารส่วนตัว พฤกษ์ปรายตามองจานอาหารตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจราวกับมันเป็นสิ่งปฏิกูลที่ถูกกวาดมาจากข้างทาง แม้กลิ่นหอมของเครื่องเทศคั่วสดจะลอยอวลเตะจมูกจนต่อมน้ำย่อยในร่างกายพยายามประท้วง แต่ทิฐิและอคติอันฝังรากลึกในใจกลับทำหน้าที่เป็นกำแพงเหล็กกั้นขวางเขาไว้
"สตรีทฟู้ดข้างทาง... คิดว่าเอาเศษกระดาษหนังสือพิมพ์มารองซับน้ำมัน แล้วเปลี่ยนภาชนะเป็นจานเซรามิกราคาแพง แล้วจะยกระดับรสชาติความสกปรกให้กลายเป็นอาหารไฮโซขึ้นมาได้งั้นหรือครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำแต่เยียบเย็นเอ่ยขึ้นอย่างจงใจเหยียดหยาม ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันไปมองหญิงสาวเจ้าของร้านรถเข็นวินเทจที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้สักอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของรินรดาเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความโกรธเกรี้ยว มีเพียงรอยยิ้มมุมปากบางเบาที่ฉาบไว้ด้วยความมั่นใจเกินร้อย
รินรดาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันงาและพริกไทยดำโชยตามการเคลื่อนไหว เธอดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งอย่างสง่างาม ไม่สะทกสะท้านต่อท่าทีเย่อหยิ่งของนักธุรกิจหนุ่มผู้มีปมในใจ
"ถ้าคุณพฤกษ์ใช้เวลาแค่นั่งจับผิดความสะอาด หรือคอยหาข้ออ้างมาด้อยค่าฝันของคนอื่น แทนที่จะใช้ลิ้นรับรสจริงๆ ผมเกรงว่าเงินห้าล้านที่พวกญาติจอมปลอมของคุณหวังจะเอาไปละลายเล่น คงไม่มีวันงอกเงยขึ้นมาได้หรอกครับ... ชิมดูก่อนสครับ แล้วค่อยวิจารณ์ด้วยสมอง ไม่ใช่ด้วยอคติ"
คำพูดที่เจือด้วยความท้าทายและน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ทำให้พฤกษ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขามองหน้าหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจเงินตรา ในวงการธุรกิจ มีเพียงคนไม่กี่คนที่กล้าพูดจาใส่หน้าเขาตรงๆ แบบนี้ และรินรดาก็เป็นหนึ่งในนั้น—แถมยังเป็นยายแม่ค้าสตรีทฟู้ดที่เขาเพิ่งยื่นข้อเสนอซื้อที่ดินอาม่าเพื่อบีบให้เธอยอมจำนน
พฤกษ์แค่นเสียงในลำคอ เขาหยิบตะเกียบไม้ไผ่ขึ้นมาอย่างจำใจ ตั้งใจว่าจะคีบขึ้นมาสักคำแล้วหาข้อตำหนิให้แหลกเป็นชิ้น เพื่อกดดันให้เธอยอมรับเงื่อนไขการควบรวมกิจการร้านอาหารในเครือของเขาเสีย
อาหารในจานคือ "ราดหน้าปลาเต้าเจี้ยวโบราณ" เส้นก๋วยเตี๋ยวใหญ่ถูกคั่วในกระทะเหล็กจนขึ้นรอยไหม้เกรียมเล็กน้อย ส่งกลิ่นหอมควันไฟอบอวล น้ำราดหน้าสีอำพันใสแจ๋วไม่ข้นคลัักจนน่าเกลียด โรยหน้าด้วยเนื้อปลาช่อนนาสดๆ ชิ้นโตลวกจนสุกพอดีเนื้อหวานฉ่ำ และยอดคะน้ากรอบสีเขียวสดที่ผ่านการน็อค น้ำแข็งอย่างพิถีพิถัน
ชายหนุ่มคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมา ชิ้นปลากระทบกับตะเกียบจนรู้ได้ถึงความสดเด้ง เขาจุ่มมันลงในน้ำราดหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งเข้าปาก
วินาทีที่สัมผัสแรกแตะลงบนปลายลิ้น... โลกทั้งใบของพฤกษ์ราวกับหยุดหมุน
ความกรอบนอกนุ่มในของเส้นก๋วยเตี๋ยวที่อมกลิ่นกระทะหอมกรุ่น คละเคล้าไปกับความหวานธรรมชาติของเนื้อปลาสดที่ไร้กลิ่นคาวโดยสิ้นเชิง ความเค็มกลมกล่อมกำลังดีของเต้าเจี้ยวสูตรโบราณที่ไม่เค็มโดดเหมือนตามท้องตลาดทั่วไป ตัดด้วยความเผ็ดร้อนปลายลิ้นจากพริกไทยขาวแท้คั่วบด รสชาติทั้งหมดไม่ได้ซับซ้อนหวือหวา แต่มันกลับลึกลงไปในความรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากวิญญาณของเขาให้ย้อนเวลากลับไปในอดีต
*ภาพของห้องครัวเก่าคร่ำครึในบ้านหลังเดิม... กลิ่นควันไฟจางๆ... และรอยยิ้มของหญิงชายคู่หนึ่งที่นั่งล้อมวงกินข้าวกันในคืนฝนตก*
ร่างสูงของพฤกษ์แข็งทื่อ ตะเกียบในมือร่วงหล่นลงกระทบจานเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเงินกองทองและความเย็นชามานานนับปี พรั่งพรูทะลักออกมาจนจุกอก
รสชาตินี้... รสชาติที่เขาตามหามาตลอดชีวิต รสชาติที่ขาดหายไปในวันที่มารดาจากไป และไม่มีเชฟมิชลินระดับสามดาวคนไหนสามารถปรุงมันขึ้นมาได้ แม้เขาจะทุ่มเงินนับล้านจ้างมาก็ตาม!
รินรดานั่งมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มเงียบๆ เธอเห็นรอยร้าวบนใบหน้าอันเย่อหยิ่งนั้นแล้ว มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มรู้ทัน เธอยื่นแก้วชาสมุนไพรจีนอุ่นๆ ไปตรงหน้าเขาช้าๆ
"รสชาติแบบนี้... คงไม่ได้หาชิมง่ายๆ ในภัตตาคารหรูติดแอร์ราคาแพงหรอกนะครับ คุณพฤกษ์" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "อาหารจานนี้ไม่ได้ใช้ความปราณีตจากวัตถุดิบราคาแพง แต่มันใช้ 'ความทรงจำ' และ 'หัวใจ' ของคนที่ตั้งใจทำมันขึ้นมา เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำคุณค่าของมันได้"
พฤกษ์เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความดูแคลน บัดนี้กลับสั่นไหวระริกอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เพียงแต่แพ้ให้แก่รสชาติอาหารจานนี้ แต่เขากำลังพ่ายแพ้ให้กับความจริงที่ว่า ผู้หญิงตรงหน้าสามารถกุมจุดอ่อนลึกที่สุดในจิตใจเขาไว้ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่การทำอาหารจานเดียว
"คุณ... ทำรสชาตินี้ได้อย่างไร" เสียงของพฤกษ์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทระนงตนก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกครอบงำด้วยความโหยหา
รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวลงมาใกล้ชายหนุ่มจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงกระซิบนั้นเต็มไปด้วยความเย้ายวนและคมคาย
"อยากรู้ความลับไหมล่ะครับ? แต่อาหารจานต่อไป... ผมอาจจะไม่ได้ทำให้คุณกินฟรีๆ อีกแล้วนะ คุณชายผู้สูงศักดิ์"
ทว่า ก่อนที่พฤกษ์จะได้เอ่ยปากต่อรองอะไร เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงโวยวายอันคุ้นเคยของป้าสะใภ้จอมโลภที่ตามมารังควานไม่เลิกรา ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"รินรดา! เปิดร้านเดี๋ยวนี้! แกอย่าคิดว่าจะเอาตัวรอดไปได้นะ ที่ดินตรงนี้ต้องเป็นของพวกฉัน!"
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวเท้าออกไปจัดการปัญหาหน้าบ้าน พฤกษ์ที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้ก็ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่บังร่างของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างน่ากลัว
ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ด ปัดเศษอาหารบนเสื้อผ้าออกด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ เขาหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
"นั่งรอตรงนี้ก่อนครับ... เรื่องขยะเปียกหน้าบ้าน เดี๋ยวผมจัดการให้เอง ในฐานะที่ผมเป็น 'ลูกค้าวีไอพี' ที่เพิ่งกินข้าวฝีมือคุณจนหมดจดคนนี้"
พูดจบ พฤกษ์ก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวใหญ่ตรงไปยังประตูกระจกหน้าร้าน โดยไม่เปิดโอกาสให้รินรดาได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นและร่วมเดินทางไปกับรสชาติชีวิตของพวกเขานะครับ
เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 3
สงครามบนโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!