เสียงกระแทกของแฟ้มหนังสีดำราคาแพงลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า ดังสนั่นจนคราบกะריบนขอบจานข้าวแกงกะหรี่ไก่สั่นไหวเล็กน้อย
รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือน ปลายนิ้วเรียวยังคงบรรจงตักน้ำแกงสีอำพันราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศยี่หร่า ลูกผักชี และผงกะหรี่สูตรโบราณที่เคี่ยวจนแตกมัน รสชาติที่ผ่านการเคี่ยวกรำมานานนับสัปดาห์อบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับจะท้าทายความตึงเครียดที่ถูกหอบหิ้วเข้ามาในร้านรถเข็นคันเล็กนี้
"ฉันให้เวลาเธอพิจารณาอีกแค่ห้านาที รินรดา" เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเย็นชาดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตที่หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีซีดอย่างไม่เข้ากัน พฤกษ์กวาดสายตาคมกริบมองรอบร้านด้วยความรังเกียจระคนสมเพช "เอกสารสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ และตึกแถวโบราณอายุสามสิบปีตรงนี้... มันไม่มีค่าอะไรในสายตาของนักลงทุนเลยสักนิด นอกจากภาระภาษีที่กองพะเนิน"
รินรดายกจานข้าวแกงกะหรี่ไก่ขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง เธอยังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบอัดบรรยากาศรอบตัว ก่อนจะค่อยๆ วางจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายดอกไม้ลงตรงหน้าชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งอย่างนุ่มนวล
"ทานสิครับ... คุณพฤกษ์" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มเยيที่มุมปาก "ก่อนที่เราจะมาคุยเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินของอาม่าฉัน"
พฤกษ์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองจานอาหารตรงหน้าอย่างระแวง "ฉันไม่กินอาหารข้างทาง และที่สำคัญ... ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อกินข้าว"
"อาหารข้างทางจานนี้แหละครับ ที่คุณกำลังจะกลืนน้ำลายตัวเองลงไป" รินรดาดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม เธอเท้าคางมองเขาด้วยสายตาท้าทายที่ทำให้นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเสียการควบคุม "คนอย่างคุณ... เติบโตมาในตระกูลใหญ่ กินแต่อาหารหรูหราในภัตตาคารติดแอร์ แต่เชื่อไหมครับว่า ทุกคำที่คุณกินเข้าไป มันเต็มไปด้วยรสชาติของการเสแสร้ง... ไม่เหมือนกับแกงกะหรี่จานนี้ ที่เคี่ยวด้วยความจริงใจของคนทำมาหากิน"
พฤกษ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน "ความจริงใจกินไม่ได้หรอกนะ รินรดา เงินสิ... ที่ซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งที่ดินผืนที่เธอกำลังกอดเอาไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า"
"ถ้างั้นก็พิสูจน์สิครับ" รินรดาพยักเพยิดไปยังช้อนสเตนเลสที่วางอยู่ข้างจาน "ถ้าคุณแน่จริง... ถ้าปากของคุณมันคมคายพอๆ กับวาจาที่ใช้ไล่ที่คนอื่น ลองตักมันเข้าปากสักคำ แล้วบอกผมซิว่า เอกสารสิทธิ์ในแฟ้มนั้นของคุณ มันยังมีค่ามากกว่ากลิ่นหอมของเครื่องเทศตรงหน้านี้หรือเปล่า"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมยามสายพัดพาเอาละอองฝุ่นและกลิ่นหอมของกะหรี่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัว พฤกษ์จ้องมองหน้าหญิงสาวนิ่ง แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นใจและประกายระยิบระยับของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้ ทั้งๆที่เธอกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง
มือหนาเอื้อมไปหยิบช้อนสเตนเลสอย่างลังเล นิ้วเรียวยาวกำด้ามช้อนแน่น ปลายช้อนตักเนื้อไก่ส่วนน่องที่เปื่อยนุ่มจนหลุดลุ่ย คลุกเคล้ากับมันฝรั่งเนื้อเนียนและน้ำแกงข้นคลั่ก กลิ่นหอมร้อนแรงพุ่งทะลุเข้าจมูกของเขาเต็มเปี่ยม ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่หลับใหลอยู่ในซอกหลืบความทรงจำวัยเด็ก—กลิ่นอายของอาหารยามเย็นที่บ้านหลังเก่า
พฤกษ์ส่งเข้าปากช้าๆ
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว รสชาติแรกที่สัมผัสคือความเผ็ดร้อนละมุนของเครื่องเทศที่คละคลุ้ง ตามด้วยความหวานเค็มกลมกล่อมของหัวหอมใหญ่ที่เคี่ยวจนละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำแกง ความนุ่มละมุนของเนื้อไก่ที่แทบไม่ต้องเคี้ยว และรสสัมผัสอันอบอุ่นที่แผ่ซ่านลงสู่ช่องท้อง ราวกับมือที่มองไม่เห็นกำลังโอบกอดความเหนื่อยล้าทั้งหมดของเขาไว้
มันไม่ใช่แค่อาหารข้างทาง... แต่มันคือรสชาติที่เขาตามหามาตลอดชีวิตแต่ไม่เคยพบเจอในภัตตาคารมิชลินดาวดวงไหนเลย
รินรดายกยมุมปากขึ้นอย่างรู้ทัน เธอยื่นมือไปแตะแฟ้มหนังสีดำเลื่อนกลับไปทางเขาเบาๆ "อร่อยไหมครับ? หรือว่า... คุณยังจะยืนกรานเซ็นสัญญาไล่ที่คนทำอาหารอร่อยๆ แบบนี้ออกจากย่านเก่า?"
พฤกษ์วางช้อนลงอย่างช้าๆ ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบเฉยดังเดิม แต่แววตาที่มองรินรดานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาจ้องมองเธอราวกับกำลังค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผ้ากันเปื้อนเก่าๆ นั้น
"เธอชนะในรอบนี้ รินรดา..." พฤกษ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างน่ามอง "แต่เกมนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตอบโต้ เสียงเบรกเอี๊ยดอาร์ดของรถยนต์ยุโรปคันหรูสีดำสนิทก็ดังขึ้นขัดจังหวะที่หน้าร้าน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวเลือนหายไปในพริบตา
"อ้าว! อยู่กันพร้อมหน้าเลยนี่..." เสียงแหลมสูงของป้าสำเนียง ญาติผู้พี่จอมเคี่ยวที่จ้องจะฮุบที่ดินพ่วงด้วยรอยยิ้มเยาะ เดินน นำหน้าทนายความประจำตระกูลตรงดิ่งเข้ามาในร้าน "ไหนล่ะเอกสารโอนที่ดิน? ฉันพาคนมารับมอบมรดกแทนอาม่าแล้วนะยะ!"
พฤกษ์หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยหางตา ก่อนจะหันกลับมาสบตารินรดาที่กำลังกำมือแน่นด้วยความโกรธ แต่ชั่วพริบตานั้นเอง ชายหนุ่มกลับหยิบแฟ้มหนังสีดำของตนเองขึ้นมา ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในร้านอึ้งจนค้างเติ่ง
"เสียใจด้วยนะครับคุณสำเนียง..." พฤกษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ทอดสายตามองรินรดาด้วยประกายตารักใคร่แกมเอ็นดูที่น่าหมั่นไส้ "เพราะตอนนี้... ที่ดินผืนนี้ และหัวใจของเชฟเจ้าของร้าน ได้ถูกผมเหมาซื้อไว้หมดเรียบร้อยแล้วครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความอร่อยและการเอาคืนสุดแซ่บในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ - กาแฟโบราณแก้วโต
เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 2
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!