เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องห้องประชุมวีไอพีชั้นบนสุดของตึกสัญชาติอิตาลี ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกกรุ่นยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก เรย์ รินรดา ยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบหน้าม้าคมกริบจ้องมองร่างอ้วนท้วมของ ‘คุณกิตติ’ ประธานกรรมการบริหารบริษัทนำเข้าเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่และสปอนเซอร์รายใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้ด้วยแววตาเรียաբเฉยไร้ความเกรงกลัว
“คุณเรย์... ผมพูดภาษาไทยชัดเจนนะครับ คอลเลกชัน ‘Storm Eclipse’ ครั้งนี้ใช้ทุนมหาศาล และหน้าตาของแบรนด์เราไม่ควรมีรอยด่างพร้อย” เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด นิ้วอวบอ้วนเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัว “มินตรา มินต์... ยัยนางแบบตกอับที่มีข่าวฉาวเรื่องแย่งสามีคนอื่นเมื่อปีก่อน เธอกำลังทำให้ภาพลักษณ์สินค้าผมเสียหาย!”
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเย็นเยียบจนอีกฝ่ายชะงัก ดีไซเนอร์สาวก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอย่างไม่เกรงใจ ปลายรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่น เธอยกมุมปากขึ้นครึ่งหนึ่ง ส่งยิ้มหยันที่ทรงพลังพอจะแผดเผาความมั่นใจของนักธุรกิจรุ่นใหญ่ให้เป็นจุล
“อ๋อเหรอคะ คุณกิตติ?” เรย์ลากเสียงยาวอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย “แปลกจะตายนะคะ ตอนที่คุณเซ็นสัญญาอนุมัติงบ หูคุณคงไม่ได้หนวก แต่ทำไมความจำถึงเพิ่งมาเสื่อมเอาตอนนี้ล่ะคะ หรือว่า... ข่าวปลอมพวกนั้นมันกระแทกปมในใจคุณจนทำให้สมองประมวลผลช้าลง?”
“คุณเรย์! พูดจาให้มันเกียรติกันบ้างนะ!” คุณกิตติหน้าดำหน้าแดง ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ผมเป็นสปอนเซอร์! ผมจ่ายเงิน! ถ้าคุณยังดันทุรังจะเอานางแบบคนนี้เดินเปิดฟินาเล่ ผมจะถอนทุนทั้งหมดในสามวินาทีนี้!”
ห้องประชุมเงียบก్రిบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน เรย์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนไขว่หิ้วแขนด้วยท่าทีสบายราวกับกำลังฟังเพลงคลาสสิกในวันหยุด ปากจัดๆ ของเธอเตรียมพ่นคำพูดเชือดเฉือนที่เจ็บแสบยิ่งกว่ามีดโกน แต่ประตูกระจกด้านหลังกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อน
มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ท่าทางมั่นใจและสง่างามดั่งพญาหงส์ ดวงตากลมโตคู่สวยกราดมองบรรยากาศที่ตึงเครียดก่อนจะมาหยุดที่เรย์ ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าได้ยินบทสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ประโยคแรก
“ไม่ต้องถอนทุนหรอค่ะ คุณกิตติคะ” เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนในห้องหันขวับ มินตราเดินน่องเรียวยาวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเรย์ ร่างระหงแนบชิดจนไหล่แทบชนกัน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังลอยแตะจมูกเรย์ ปลุกเร้าประสาทสัมผัสที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ให้ตื่นตัว “เพราะต่อให้คุณถอนเงินไป ฉันก็ไม่ได้แคร์เศษเงินก้อนนั้นเท่ากับศักดิ์ศรีที่ฉันกำลังจะกู้คืนบนรันเวย์นี้หรอกค่ะ”
“มินต์...” เรย์พึมพำเสียงแผ่วโดยไม่รู้ตัว หันไปมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกาย หัวใจที่เคยด้านชาเพราะแรงกดดันรอบด้านกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ยิ่งยามที่มินตราหันมาสบตา เธอเห็นประกายไฟแห่งความท้าทายและความเชื่อมั่นที่เต็มเปี่ยมในดวงตานั้น มันคือเคมีอันตรายที่ดึงดูดทั้งคู่เข้าหากันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
“ยัย... ยัยผู้หญิงไร้ยางอาย!” คุณกิตติชี้หน้าด้วยความโกรธจัด “แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!”
“ฉันพูดความจริงค่ะ” มินตราเชิดหน้าขึ้นอีกนิด สายตาเหยียดหยามอย่างไม่ไว้หน้า “ถ้าสินค้าของคุณมันดีจริงและมีคุณภาพมากพอ มันก็ควรจะขายได้ด้วยตัวมันเอง ไม่ใช่ต้องมาเกาะกระแสหน้าตานางแบบเพื่อกลบเกลื่อนความห่วยแตก หรือว่า... คุณกลัวว่าชุดที่เรย์ออกแบบจะสวยจนกลบความไร้รสนิยมของคุณกันแน่คะ?”
“กรี๊ด!/ไอ้...!” คุณกิตติถึงกับพูดไม่ออก หน้าเขียวคล้ำด้วยความโมโหสุดขีด เรย์แอบอมยิ้มบางๆ กับความปากกล้าที่ไม่ยอมใครของมินตรา มือเรียวภายใต้แขนเสื้อสูทขยับไปสัมผัสหลังมือของนางแบบสาวเบาๆ เป็นเชิงปราม แต่นิ้วเรียวกลับเกี่ยวพันและบีบกระชับเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ ส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจให้กันท่ามกลางสงครามประสาท
“เชิญค่ะ ถอนทุนไปได้เลย” เรย์หันกลับมาเผชิญหน้ากับสปอนเซอร์ตัวแสบอีกครั้ง น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งคมมีด “แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่า ถ้าคุณเดินออกไปจากประตูบานนั้นในฐานะคนขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้ากับความจริง พรุ่งนี้ชื่อเสียงของแบรนด์คุณจะย่อยยับยิ่งกว่าเสื้อผ้าตกรุ่นในตลาดนัดเสียอีก... เลือกเอาค่ะว่าจะจ่ายเงินต่อ หรือจะให้ฉันเป็นคนแฉเบื้องหลังเน่าๆ ของบริษัทคุณให้โลกรู้เอง”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง คุณกิตติกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากเมื่อเจอหมัดฮุกหมัดใหญ่จากดีไซเนอร์สาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน มินตราแอบเหลือบมองเรย์ที่ยืนบังหน้าเธอไว้ครึ่งหนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านมาจากสัมผัสที่มือของอีกฝ่าย
ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคุณกิตติก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ สปอนเซอร์หนุ่มใหญ่หน้าเสียรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสายด้วยมือที่สั่นเทา
“ฮัลโหล... ครับท่านประธานใหญ่...? อะ... อะไรนะครับ!” สีหน้าของคุณกิตติเปลี่ยนจากสีแดงเป็นซีดเผือดทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงปลายสาย “แต่ว่า... แต่ว่ายัยมินตรามัน...”
เรย์และมินตราสบตากันโดยมิได้นัดหมาย สัมผัสที่มือยังคงกุมกันแน่นขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความลุ้นระทึกของสถานการณ์ที่พลิกผันไปในเสี้ยววินาที
คุณกิตติค่อยๆ วางสายลงอย่างคนหมดแรง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด เขามองเรย์และมินตราสลับกันไปมาด้วยแววตาหวาดผวา ก่อนที่ประธานสปอนเซอร์จอมกร่างจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ทะ... ท่านประธานใหญ่โทรมา... สั่งให้สนับสนุนโปรเจกต์นี้ต่อไปอย่างไร้เงื่อนไข...”
มุมปากของเรย์กระตุกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ เธอกำมือมินตราแน่นขึ้นอีกนิดก่อนจะโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างหูอีกฝ่ายด้วยเสียงทุ้มต่ำชวนใจสั่น
“เกมนี้... ฉันชนะขาดลอยแล้วค่ะที่รัก”
มินตราหันมามองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกกลาง ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งความโล่งใจ ความตื่นเต้น และประกายไฟแห่งความเสน่หาที่ปะทุขึ้นในอก ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างสูงสง่าของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยдяเย็นชาที่ทำให้เรย์ต้องชะงักค้างกลางอากาศ และทำให้หัวใจของมินตราหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม!
สการ์เล็ตโรสหวังว่านักอ่านทุกคนจะสนุกกับการร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของเรย์และมินตราในตอนนี้นะคะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 21
คำสั่งที่ไม่เป็นธรรม
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!