ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 7

รอยร้าวที่เริ่มสมาน

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
"ริน! แย่แล้วคุณ! ข้างนอกกองถ่ายเกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ตำรวจมาตามตัวใครบางคนในห้องนี้!" เสียงตะโกนตื่นตระหนกของทีมงานสาวหน้าห้องแต่งตัวดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ตัดผ่านความเงียบงันที่เพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างเราไม่ถึงเสี้ยววินาที ร่างของเรย์ รินรดาที่ดีไซน์เนอร์สาวปากจัดยืนค้ำอยู่ตรงหน้าฉันในระยะประชิด ชะתักกึกไปทันที ดวงตาคู่คมที่เคยฉาบด้วยความเย็นชาและความถือดีไหววูบลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เธอจะผละถอยหลังออกไปสองก้าวอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าความใกล้ชิดเมื่อครู่จะทิ้งร่องรอยอะไรไว้บนตัวฉัน ฉันกะพริบตาไล่ความมึนงงออกจากหัว สมองที่เคยประมวลผลเรื่องความขัดแย้งระหว่างเราต้องรีบเปลี่ยนเกียร์มาสู่สถานการณ์ฉุกเฉินภายนอกประตู ตำรวจงั้นเหรอ? ในกองถ่ายแฟชั่นปิดตายกลางพายุโซนร้อนแบบนี้เนี่ยนะ? "ตำรวจเหรอคะ? มาทำไม" ฉันเอ่ยถามเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนางแบบตกอับที่ต่อให้ตกต่ำแค่ไหนก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาเห็นความตื่นตระหนกในแววตา ขณะเดียวกันก็กวาดสายตามองเรย์ที่ตอนนี้ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง "ฉันไม่รู้... แต่พวกเขากำลังตรงมาที่ห้องแต่งตัววีไอพีนี้ค่ะคุณมินต์!" เสียงของทีมงานคนเดิมละล่ำละลักตอบกลับมาพร้อมเสียงฝีเท้าเร่งรีบหลายคู่ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งประตูห้องถูกผลักเปิดผางอย่างไร้มารยาท นายตำรวจในเครื่องแบบสองนายก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หนึ่งในนั้นถือนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น สายตากวาดมองสำรวจภายในห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยราวเสื้อผ้าหรูหราและอุปกรณ์แต่งหน้า ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของเรย์ รินรดา "คุณเรย์ รินรดา ใช่ไหมครับ?" นายตำรวจยศนายร้อยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดจนบรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ฉันหันไปมองเรย์โดยสัญชาตญาณ ใบหน้าเรียวสวยของดีไซเนอร์สาวคนดังตอนนี้ไร้ซึ่งสีเลือด แม้เธอจะพยายามเชิดคางขึ้นและตีสีหน้าเย็นชาใส่ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวแบบที่ชอบทำ แต่ฉันกลับสังเกตเห็นปลายนิ้วเรียวที่กำลังกำชายเสื้อเชิ้ตผ้าไหมราคาแพงของตัวเองแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว นี่มันเรื่องอะไรกัน? คนอย่างเรย์ รินรดา ผู้หญิงที่เกิดมาบนกองเงินกองทองและใช้ชีวิตอยู่บนจุดสูงสุดของวงการแฟชั่น จะไปเกี่ยวข้องอะไรกับตำรวจกัน? "ใช่ค่ะ ดิฉันเอง... มีธุระอะไรไม่ทราบคะ ถึงบุกเข้ามาถึงห้องส่วนตัวของดิฉันแบบนี้" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงความเย่อหยิ่งกลับมาให้มากที่สุด แต่เนื้อเสียงกลับสั่นระริกเล็กน้อยจนคนหูไวอย่างฉันจับสังเกตได้ "เรามีหมายศาลและหมายค้นครับ... ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการขโมยและปล่อยขายแบบร่างคอลเลกชันลับของแบรนด์ 'L'Étoile' มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท" ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางห้องแต่งตัวท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก คำพูดของนายตำรวจทำเอาฉันอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ แบบร่างคอลเลกชันลับที่เพิ่งเป็นประเด็นใหญ่โตเมื่อเดือนก่อน... สิ่งที่ทำให้เรย์โดนบอร์ดบริหารกดดันอย่างหนักหน่วงจนต้องหอบกองถ่ายนี้หนีมาหลบมุมไกลถึงต่างจังหวัด แต่เดี๋ยวก่อน... เรย์เนี่ยนะขโมยของตัวเอง? มันจะบ้ากันใหญ่แล้ว! ผู้หญิงที่ยอมเอาศักดิ์ศรีและชีวิตจิตใจทั้งหมดทุ่มเทให้กับงานดีไซน์อย่างเธอน่ะเหรอจะขายงานตัวเอง? "คุณกำลังพูดเรื่องเหลวไหลอะไรอยู่! ดิฉันเป็นเจ้าของแบรนด์ เป็นคนออกแบบมันขึ้นมาเองทั้งหมด จะให้ไปขโมยของตัวเองได้ยังไง!" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงตวาดกร้าวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสองข้างแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อเผชิญหน้ากับตำรวจนายนั้นอย่างไม่เกรงกลัว "เรามีหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินจากบัญชีต่างประเทศที่โอนเข้าสู่บัญชีสำรองในนามบริษัทของคุณครับ... และ IP Address ที่ใช้ส่งไฟล์ข้อมูลออกไป ก็ถูกแกะรอยมาจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตในสตูดิโอของคุณเอง" ตำรวจนายเดิมยื่นเอกสารให้ดู เรย์ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่ ความมั่นใจและมาดนางพญาที่เธอสวมเกราะป้องกันตัวมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ฉันมองแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาของเรย์ ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความสะใจที่ได้เห็นคนปากจัดตกลงมาอยู่ในหลุมพรางของโชคชะตา แต่มันคือความรู้สึกเจ็บแปลกๆ ที่เห็นผู้หญิงหยิ่งทะนงคนนี้กำลังถูกความอยุติธรรมรุมทึ้งจนแทบยืนไม่ไหว ทำไมตอนที่ฉันโดนใส่ร้ายเรื่องภาพหลุดฉาวโฉ่เมื่อปีก่อน ฉันถึงรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้... และตอนนี้ เรย์ก็กำลังเผชิญหน้ากับความรู้สึกเดียวกันนั้นโดยไม่มีใครยืนอยู่ข้างๆ เลยสินะ "เดี๋ยวก่อนค่ะ!" เสียงของฉันดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ทุกสายตาในห้องหันมามองเป็นตาเดียว รวมถึงเรย์ที่หันขวับมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ปนความห้ามปราม ฉันก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างร่างบางของเรย์โดยไม่ลังเล แม้ส่วนสูงของเราจะไล่เลี่ยกัน แต่ในวินาทีนี้ ฉันเลือกที่จะกางปีกปกป้องผู้หญิงปากร้ายคนนี้เอาไว้ ด้วยศักดิ์ศรีของคนที่เคยผ่านจุดตกต่ำที่สุดมาแล้ว ฉันรู้ดีว่าการถูกกล่าวหาในสิ่งที่ไม่ได้ทำมันทรมานแค่ไหน "คุณตำรวจคะ การออกหมายค้นและหมายจับโดยดูแค่เส้นทางการเงินผิวเผินแบบนี้ มันไม่ดูรวบรัดไปหน่อยเหรอคะ? สมัยนี้แฮกเกอร์เก่งจะตาย การปลอมแปลง IP Address หรือสวมรอยบัญชีไม่ใช่เรื่องยากเลย... ในฐานะพยานและคนที่อยู่ใกล้ชิดกับคุณเรย์ตลอดการทำงานทริปนี้ ขอบอกเลยว่าผู้หญิงคนนี้บ้างานยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เธอนอนวันละสามชั่วโมงเพื่อแก้งานดีไซน์พวกนั้นด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่เธอจะทำลายหยาดเหงื่อของตัวเองหรอค่ะ!" น้ำเสียงของฉันหนักแน่นและทรงพลังพอที่จะทำให้นายตำรวจชะงักไปครู่หนึ่ง เรย์หันมามองหน้าฉันเต็มตา ดวงตาคู่นคมที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งตอนนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ไม่ให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ นี่เป็นครั้งแรก... ที่ฉันได้มองเห็นเรย์ในมุมที่ไร้เกราะกำบัง มุมที่ไม่ได้เป็นแค่เจ้านายจอมเผด็จการหรือดีไซน์เนอร์ปากร้าย แต่เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแตกสลายอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เรย์มองฉันด้วยสายตาที่สั่นระริก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นราวกับต้องการอด 1 กั้นความรู้สึกบางอย่างที่พรั่งพรูเข้ามาในอก มือเรียวที่เคยเย็นเฉียบเอื้อมมาคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของฉันไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบที่ส่งผ่านมานั้นบอกเล่าความหวาดกลัวและความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน "คุณมินต์..." เสียงของเรย์แผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่าง "ไม่ต้องกลัวค่ะ" ฉันกระซิบตอบเสียงเบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน พร้อมกับเอื้อมมือไปทาบทับลงบนหลังมือที่กำลังสั่นเทาของเธอ ความอุ่นจากฝ่ามือของฉันส่งผ่านไปยังปลายนิ้วของเธอ และฉันสัมผัสได้ทันทีว่าร่างกายของเรย์สะดุ้งน้อยๆ แต่เธอไม่ได้ดึงมือกลับ หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นเมื่อครู่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ เคมีบางอย่างระหว่างเรามันรุนแรงเสียยิ่งกว่าพายุที่กำลังบ้าคลั่งอยู่ข้างนอกเสียอีก "เชิญคุณเรย์ไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจกับเราด้วยครับ" นายตำรวจเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศ พร้อมกับผายมือเป็นเชิงเชิญ "เดี๋ยวฉัน..." ฉันกำลังจะเอ่ยปากขอตามไปด้วย แต่เรย์กลับบีบมือฉันแน่นขึ้น เป็นสัญญาณห้ามปราม "ฉันจะไปค่ะ..." เรย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความเข้มแข็งของตัวเองกลับคืนมา เธอดึงมือออกจากฉันช้าๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นอีกครั้ง แม้แววตาจะยังมีความกังวล แต่ความเด็ดเดี่ยวก็กลับมาฉายชัดเจน "แต่ขอเวลาฉันจัดการธุระส่วนตัวในห้องนี้สิบบาท... และฉันยืนยันว่าฉันบริสุทธิ์ ฉันจะพิสูจน์ให้พวกคุณเห็นว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" นายตำรวจมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับแล้วถอยออกไปยืนรอรักษานะยะห่างที่หน้าประตู เมื่อประตูห้องปิดลง เหลือเพียงแค่เราสองคนในความเงียบงัน เรย์หันกลับมามองหน้าฉัน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของฉันชัดเจน ความเย็นชาทั้งหมดหายวับไป เหลือเพียงความรู้สึกผิดซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "ทำไม... ถึงช่วยฉันล่ะคะ?" เรย์เอ่ยถามเสียงแผ่ว เบี่ยงหน้าหลบสายตาเล็กน้อยราวกับไม่คุ้นชินกับการเป็นฝ่ายยอมจำนน "เพราะฉันเกลียดคนรังแกคนอื่น... โดยเฉพาะเวลาที่คนๆ นั้นเป็นคนที่ชอบทำตัวน่าหมั่นไส้ใส่ฉันตลอดเวลา" ฉันตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก พยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวในอกด้วยประโยคกวนประสาทตามสไตล์ เรย์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นรอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากของเธอ รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากการเยาะเย้ยหรือปั้นแต่ง แต่มันช่างงดงามและทรงพลังเสียจนฉันเผลอกลั้นหายใจ "ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะ... คุณมินตรา" เรย์กระซิบเสียงพร่า ขยับเข้ามาใกล้ฉันอีกนิดจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นอายความเครียดจางๆ จากตัวเธอยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ปากจัดกว่าคุณก็ฉันนี่แหละค่ะ" ฉันยักคิ้วตอบอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ก่อนที่เกมการต่อปากต่อคำระหว่างเราจะได้ดำเนินต่อไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "อุ๊ย... ดูเหมือนว่ากองถ่ายนี้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนซะแล้วสิคะคุณเรย์ หรือว่า... แผนที่ฉันวางไว้มันจะสำเร็จเร็วกว่าที่คิดล่ะเนี่ย?" ฉันหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นรอยยิ้มของผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงประตู... คนที่ควรจะอยู่ที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่! --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ สมานรอยร้าวของยัยนางแบบกับดีไซน์เนอร์ปากจัดของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%