เสียงฟ้าคำรามลั่นสนั่นจนกระจกบานใหญ่สั่นระוอ... แต่เสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าในวินาทีนี้ คือเสียงหัวใจของมินตราที่เต้นรัวระส่ำอยู่หน้าตู้เอกสาร
“บัญชีม้าเหรอคะ คุณรินรดา?” มินตราทวนคำ พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ทั้งที่นัยน์ตาคู่สวยไหวระริกด้วยความเจ็บปวด เธอยืดตัวขึ้นตรงสู้กับสายตากราดเกรี้ยวของดีไซเนอร์สาวรุ่นพี่ “นี่คือสิ่งที่คุณเลือกจะเชื่อสินะคะ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เรากลับมาเจอกันในกองถ่ายนี้ คุณไม่เคยคิดจะมองฉันในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ... เอาสิคะ ถ้าคิดว่าฉันเป็นโจรนักต้มตุ๋นนัก ก็โทรแจ้งตำรวจเลยสิคะ รออะไรอยู่ล่ะ!”
เรย์ รินรดา ขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน มือเรียวที่ถือแฟ้มเอกสารหลักฐานชิ้นนั้นสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธระคนสับสนที่กัดกินหัวใจ ภาพของนางแบบสาวดาวรุ่งที่เคยเฉิดฉายบนรันเวย์อินเตอร์เมื่อหลายปีก่อน ซ้อนทับกับผู้หญิงตรงหน้าที่มีแววตาพยศและดื้อรั้นจนน่าหมั่นไส้... และน่าดึงดูดใจอย่างประหลาดในเวลาเดียวกัน
เปาะแปะ... เปรี้ยง!
สายฝนห่าใหญ่กระหน่ำเทลงมาใส่กระจกสตูดิโอราวกับฟ้าถลาย เสียงฟ้าร้องคำรามอีกระลอกตัดขาดโลกภายนอกออกจากพื้นที่สี่เหลี่ยมนี้โดยสิ้นเชิง พร้อมกับแสงไฟนีออนด้านบนที่กะพริบไหวสองสามครั้งก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องลงมาอาบไล้เรือนร่างของพวกเธอทั้งคู่ให้กลายเป็นบรรยากาศสุดเย้ายวนและบีบคั้นหัวใจ
“ไฟดับ...” รินรดาพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังลั่นเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะหันไปควานหามือถือในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อเปิดไฟฉาย แต่ทว่า... แบตเตอรี่เจ้ากรรมกลับหมดเกลี้ยงในจังหวะวิกฤตพอดี
“หึ พึ่งพาอะไรไม่ค่อยจะได้เลยนะคะ ท่านดีไซเนอร์คนเก่ง” เสียงหวานเจือความประชดประชันดังขึ้นในความมืด พร้อมกับแสงจากหน้าจอมือถือของมินตราที่สว่างวาบขึ้น สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มหยันที่มุมปากของนางแบบสาว
“เงียบปากไปเลยนะ มินตรา!” รินรดาตวาดแว้ด ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายด้วยความรำคาญใจ “ถ้าไม่ใช่เพราะพายุเฮงซวยนี่กับเธอที่วิ่งหนีฉันมา เราคงไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องเสื้อผ้าทึบๆ นี่หรอก!”
“ฉันไม่ได้หนี... ฉันแค่ขี้เกียจยืนเถียงกับคนอคติ” มินตราสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ในแสงสลัว เธอยกมือขึ้นกอดอก ถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ โดยมีร่างเพรียวบางของรินรดาก้าวตามเข้ามาปิดกั้นทางหนีไว้จนแทบไม่มีช่องว่าง
ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือน้อยเสียจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากตัวมินตราผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัสของรินรดา ดีไซเนอร์สาวชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรวนเร
“อคติเหรอ...?” รินรดาเค้นเสียงถาม ปลายจมูกของพวกเธอห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น รินรดาก้มลงมองริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่ฉายแววสั่นไหววูบหนึ่ง “ถ้าฉันอคติ... ฉันคงไล่เธอออกจากกองถ่ายตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าแล้ว ไม่ใช่มาตามสืบเรื่องบัญชีม้าบ้าๆ นี่ให้เหนื่อยหรอกนะ”
มินตรานิ่งอึ้งไป นัยน์ตาสั่นระริก “คุณ... ตามสืบให้ฉันเหรอคะ?”
“อย่าสำคัญตัวผิด!” รินรดาเสียงแข็งขึ้นกลบเกลื่อนความรู้สึกประหม่า มือเรียวยกขึ้นผลักไหล่ลาดของอีกฝ่ายเบาๆ แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี กลับกัน มินตรา1 กลับเอื้อมมือเรียวขึ้นมาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อย แต่หยุดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้อย่างชะงัด
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงซัดสาดอย่างไร้ความปรานี รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วอุ่นของมินตราสัมผัสโดนข้อมือของเธอ
“ทำไมล่ะคะ...?” เสียงของมินตราแผ่วเบาลง นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้ดุดันหรือเกรี้ยวกราดเหมือนทุกครั้ง หากแต่มีความเปราะบางบางอย่างซ่อนอยู่ “ทำไมคุณถึงต้องสนใจฉันด้วย ในเมื่อใครๆ ก็ตราหน้าว่าฉันเป็นคนทรยศ... เป็นแค่นางแบบตกอับที่พร้อมจะขายแม้กระทั่งศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเงิน ทำไมคุณถึงยัง...”
“เพราะฉันเกลียดคนขี้แพ้ไง!” รินรดารีบสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้แข็งกร้าวที่สุดเพื่อปกป้องกำแพงในใจ “ฉันเกลียดผู้หญิงที่ยอมแพ้ให้โชคชะตา เกลียดคนที่ปล่อยให้คนอื่นเหยียบยำโดยไม่แม้แต่จะสู้กลับ... เธอมันเคยเป็นนางแบบเบอร์หนึ่งนะมินตรา ทำไมถึงยอมให้พวกเศษสวะพวกนั้นยัดเยียดความผิดให้ง่ายๆ แบบนั้นเล่า!”
คำพูดนั้นพรั่งพรูออกมาจากความอึดอัดที่สะสมมานาน น้ำเสียงของรินรดาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอินจัดและความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจ เธอไม่เคยบอกใครเรื่องนี้... ไม่เคยบอกใครว่าเบื้องหลังความเนี๊ยบและเย็นชาของเธอ คือความคาดหวังอันหนักอึ้งจากครอบครัวที่ผลักไสให้เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจเพื่อความสมบูรณ์แบบ และเธอก็มองเห็นเงาของความโดดเดี่ยวแบบเดียวกันนั้นในตัวของมินตรา
มินตรามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของดีไซเนอร์สาว ความแข็งกร้าวในแววตานั้นละลายหายไปหลงเหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกอันเย่อหยิ่ง นางแบบสาวระบายยิ้มขมขื่นออกมาจางๆ
“คุณเองก็... แบกอะไรไว้เยอะสินะคะ” มินตรากระซิบเสียงแผ่ว ปล่อยมือจากข้อมือของรินรดาเปลี่ยนเป็นยกขึ้นแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าเนียนนุ่มของดีไซเนอร์สาวอย่างลืมตัว ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านแก้มใสแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลม “ปากร้าย ปาร์ตี้เก่ง เหวี่ยงวีนไปวันๆ แต่แท้จริงแล้ว... คุณเป็นห่วงฉันใช่ไหมล่ะคะ รินรดา”
รินรดาชะงักค้าง ราวกับถูกมนต์สะกด ร่างกายไม่ยอมฟังคำสั่ง สมองขาวโพลนเมื่อปลายนิ้วของมินตราสัมผัสผิวแก้ม กลิ่นกายหอมหวานและแววตาราวกับลูกแมวพยศที่ยอมจำนนในคราบเสือสาว ทำให้หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าฝนด้านนอก
“ฉัน... ฉันไม่ได้...” รินรดาพยายามจะปฏิเสธ แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งเมื่อใบหน้าของมินตราโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ
“โกหกไม่เนียนเลยนะคะ ดีไซเนอร์คนเก่ง...” มินตรากระซิบชิดริมฝีปาก รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะประสานกันในระยะประชิด “ถ้าอย่างนั้น... ช่วยพิสูจน์หน่อยสิคะ ว่าที่คุณปากดีใส่ฉันมาทั้งหมดเนี่ย... เป็นเพราะเกลียด หรือเพราะอย่างอื่นกันแน่?”
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พร้อมกับแสงไฟนีออนบนเพดานที่กะพริบติดสว่างวาบขึ้นมาเต็มตาอย่างกะทันหัน เผยให้เห็นภาพของพวกเธอทั้งสองคนที่ยืนชิดติดกันจนแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียว มินตราผงะถอยหลังออกไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดากะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัสกับแสงสว่างที่กลับมา
แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรแก้สถานการณ์ ประตูห้องเสื้อผ้าบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่น พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของ “กรวีร์” ดาราดังประจำกองถ่ายที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้าและสีหน้าตื่นตระหนก
“ริน! แย่แล้วคุณ! ข้างนอกกองถ่ายเกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ตำรวจมาตามตัวใครบางคนในห้องนี้!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของ "สการ์เล็ตโรส" นะคะ
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 6
ค่ำคืนในสตูดิโอ
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!