"ถ้าคุณคิดว่าการวิ่งหนีปัญหาด้วยการเงียบหายไป จะทำให้ฉันรู้สึกเห็นใจคุณล่ะก็... บอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าคุณคิดผิดถนัด รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคมกริบราวกับใบมีด กลับสั่นพร่าเล็กน้อยในประโยคสุดท้าย มินตราก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่ของห้องพักรับรอง แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าด้านนอกสะท้อนเงาความอ้างว้างในแววตาของนางแบบสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ในวินาทีนี้... เกราะป้องกันทั้งหมดกลับร้าวรานลงอย่างไม่มีชิ้นดี
เรย์ รินรดา เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมที่เคยฉาบไว้ด้วยความเย็นชาและไร้เยื่อใย ค่อยๆ เบนหนีไปทางอื่น เธอไม่ได้หันมาเผชิญหน้า ไม่ได้สวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนปากจัดอย่างที่เคยเป็นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และนั่น... คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับมินตรา
ความเงียบที่โรยตัวคั่นกลางระหว่างพวกเธอมันช่างหนักหน่วงเสียจนแทบหายใจไม่ออก
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ประโยคประกาศิตจากมารดาบังเกิดเกล้าของรินรดาที่ดังลอดออกมาจากหน้าจอสมาร์ทโฟน ยังคงก้องกังวลอยู่ในโสตประสาท *“สวัสดีจ่ะ รินรดา... ลูกสาวตัวดี ไม่คิดเลยนะว่าหนีตามผู้หญิงคนนี้มา จนไม่ยอมรับโทรศัพท์แม่แบบนี้”* — น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนจนคนฟังอย่างมินตรารู้สึกชาไปทั้งร่าง และยิ่งเจ็บปวดขึ้นไปอีกเมื่อเห็นปฏิกิริยาของดีไซเนอร์สาวที่เลือกจะกดตัดสาย ปิดเครื่อง และหันหลังให้เธอโดยไม่เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ
"คุณจะเงียบใส่ฉันอีกนานแค่ไหนคะ รินรดา" มินตราบีบต้นแขนตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง เธอเกลียดความรู้สึกอ่อนแอแบบนี้ที่สุด เกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมดันไปไหววับกับท่าทีห่างเหินของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแค่คู่กัดในกองถ่าย "พูดอะไรออกมาสักอย่างสิ หรือว่าที่คุณยอมให้ฉันเข้ามาหลบอยู่ในห้องนี้ แค่เพราะกลัวว่าฉันจะไปสร้างความอับอายให้ตระกูลดังของคุณกันแน่"
สิ้นคำพูดนั้น เรย์ก็หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่อัดอั้นมานาน ดีไซเนอร์สาวก้าวเข้ามาประชิดตัวมินตราในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"คุณคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ มินตรา" เรย์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย แต่มันกลับเคลือบไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยอยู่ในดวงตาคู่คม คล้ายจะหยดลงมาได้ทุกเมื่อ "คุณคิดว่าฉันเย็นชาใส่คุณ เพราะฉันรังเกียจที่คุณมีข่าวฉาว หรือเพราะกลัวคุณจะทำให้ตระกูลเรณูวรakul ของฉันด่างพร้อยอย่างงั้นเหรอ"
มินตราสะท้านเฮือก เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น แววตาของเรย์ในตอนนี้มันไม่ใช่ความรำคาญใจ ไม่ใช่ความถือดี แต่มันคือความเจ็บปวด... ความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้างมาโดยตลอด
"แล้วเพราะอะไรล่ะคะ..." นางแบบสาวกระซิบถามเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดมลายหายสิ้นเมื่อปลายนิ้วเรียวของเรย์เอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มของเธอ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลีบกุหลาบ แต่มันกลับร้อนผ่าวจนผิวเนื้อแทบไหม้
"เพราะฉันกำลังกลัวต่างหากล่ะคะ..." เรย์หลับตาลงชั่ว
ขณะ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นเทาของเสียงตัวเอง ก่อนจะลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมินตรา "กลัวว่าถ้าฉันยังใจดีกับคุณ... ยังปกป้องคุณจากคำครหาพวกนั้น... ฉันจะเผลอรักผู้หญิงปากร้ายอย่างคุณเข้าจริงๆ จนถอนตัวไม่ขึ้น"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ มินตราบิกค้างไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของดีไซเนอร์สาวผู้เย่อหยิ่ง มันทรงพลังและเย้ายวนเกินกว่าที่เธอจะตั้งรับทัน ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างแนบแน่น กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของผู้หญิงตรงหน้าผสานกับกลิ่นอายความดราม่ารอบตัว ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องนี้ร้อนระอุขึ้นอย่างน่าประหลาด
มินตราเม้มปากน้อยๆ หัวใจที่เคยด้านชาเพราะพิษข่าวฉาวและการหักหลัง กลับมาพองโตและเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งด้วยน้ำมือของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอริเบอร์หนึ่ง
"คุณ... พูดจริงเหรอคะ รินรดา" มินตราถามเสียงสั่น ความกล้าหาญที่เคยมีหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความปรารถนาลึกล้ำที่อยากจะเอื้อมมือไปคว้าตัวคนตรงหน้าเข้ามาใกล้กว่านี้
เรย์ไม่ตอบ เธอเพียงแต่เลื่อนมือลงมาจับมือบางของมินตราขึ้นแนบกับอกข้างซ้ายของตัวเอง ปลายนิ้วของนางแบบสาวสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนแทบไม่เป็นจังหวะ มันเต้นแรงเสียจนคนฟังรู้สึกได้ถึงความสับสนและคลั่งไคล้ที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
"ฉันไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องความรู้สึกค่ะ มินตรา... และโดยเฉพาะกับคุณ" เรย์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ชวนให้คนฟังแทบละลาย
ใบหน้าสวยคมของทั้งคู่ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันช้าๆ ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันและกัน มินตราหลับตาลงอย่างยินยอมพร้อมใจ หัวใจเรียกร้องโหยหาสัมผัสจากริมฝีปากที่มักจะปากร้ายใส่เธอมาตลอด แต่มันกลับเป็นริมฝีปากเดียวกันที่กำลังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นในยามนี้
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแตะสัมผัสกันเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นขึ้นขัดจังหวะ ราวกับสายฟ้าฟาดกลางความฝัน ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายด้วยความร้อนรนของเมเนเจอร์ส่วนตัวที่ดังทะลุเข้ามา
"คุณรินรดาคะ! แย่แล้วค่ะ! นักข่าว... นักข่าวบุกขึ้นมาถึงหน้าห้องพักรับรองชั้นนี้แล้วค่ะ! พวกเขารู้ว่าคุณอยู่กับคุณมินตราที่นี่!"
เรย์ผละออกจากร่างของมินตราอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ดวงตาคู่คมฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเด็ดเดี่ยวในเสี้ยววินาที ขณะที่มินตรายังคงยืนค้าง เคว้งคว้างอยู่กลางอากาศด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าพายุ
ก่อนที่ประตูห้องพักจะถูกกระชากเปิดผางออกอย่างแรงโดยฝีมือใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ สการ์เล็ตโรส
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 10
ความรู้สึกที่หลบซ่อน
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!