"เสียใจด้วยนะครับคุณรินรดา... คอลเลกชันนี้ของคุณ จะไม่มีทางได้จัดแสดงบนรันเวย์ไหนในประเทศนี้อีกแล้วล่ะครับ"
เสียงประกาศกร้าวของเจ้าพ่อสื่อบันเทิงจอมอิทธิพลยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ตัดสลับกับเสียงแฟลชวับวาบและคำถามนับร้อยที่สาดซัดเข้ามาดั่งพายุลูกใหญ่ หน้าประตูทางเข้าสตูดิโอเวลานี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม นักข่าวสายบันเทิงและปาปารัสซี่ต่างกรูเข้ามาหมายจะขย้ำเหยื่ออันโอชะ มินตราที่ยืนอยู่ข้างกายรินรดากำลังตกเป็นเป้าโจมตีจากข่าวลือเสียๆ หายๆ ที่ถูกก섬ปั้นขึ้นมาเพื่อทำลายอาชีพนางแบบของเธอให้ย่อยยับ
รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อคำขู่คุกคาม แต่เป็นเพราะความเดือดดาลที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ ดีไซเนอร์สาวผู้เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วกวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มคนที่พยายามเหยียบย่ำผลหยาดเหงื่อของเธอและคนรัก... ไม่สิ คนที่เธอต้องปกป้องในฐานะมิวส์คนสำคัญ
"คิดว่าคำขู่แค่นี้ จะทำให้ฉันยอมแพ้งั้นเหรอคะ?"
น้ำเสียงเยียบเย็นแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล รินรดาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างระหงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทดูทรงอำนาจและเย่อหยิ่งจนทุกคนต้องชะงัก เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะด้วยความดูแคลน ปลดปล่อยออร่าความน่าเกรงขามออกมาจนนักข่าวบางคนถึงกับถอยกรูด
"คุณรินรดาคะ! มีข่าวหลุดออกมาว่านางแบบในสังกัดของคุณ จงใจใช้เต้าไต่เพื่อแลกกับการเดินแบบรอบนี้ จริงไหมคะ?" นักข่าวสาวช่องดังจ่อไมโครโฟนเข้ามาประชิด
"ใช้สมองคิดหรือเอาอคติกลั้วคอพูดคะ ถึงได้ถามคำถามไร้รสนิยมแบบนั้นออกมาได้?" รินรดาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมจ้องเขม็งจนผู้ถามหน้าชา "มินตราไม่ต้องใช้เต้าไต่ค่ะ เพราะแค่ฝีมือและศักดิ์ศรีของเธอ ก็สูงส่งเกินกว่าที่คนไม่มีสมองบางกลุ่มจะเอื้อมถึงแล้ว!"
มินตราเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เธอมองแผ่นหลังบอบบางแต่กลับยืนหยัดค้ำฟ้าของดีไซเนอร์สาวปากจัดคนนี้ หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาและหวาดกลัวกลับพองโตขึ้นมาอย่างประหลาด ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาโอบกอดความรู้สึกที่กำลังแตกสลาย
"แล้วเรื่องที่คอลเลกชันนี้ถูกระงับการจัดแสดงล่ะครับ คุณจะชดใช้ความเสียหายยังไง ในเมื่อสปอนเซอร์ถอนทุนหมดแล้ว?" ชายหนุ่มอีกคนตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยท่าทางเย้ยหยัน
"ใครบอกว่าถูกระงับคะ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้น รินรดากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อรันเวย์ของพวกคุณมันคับแคบและเต็มไปด้วยปลวกปลอมๆ ฉันก็จะสร้างรันเวย์ใหม่... รันเวย์ที่ทรงเกียรติพอดีกับก้าวเดินของมินตรา และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำได้อีก!"
คำประกาศกร้าวของเรย์ รินรดา สร้างความฮือฮาไปทั่วบริเวณ เสียงชัตเตอร์รัวเร็วยิ่งกว่าเดิมราวกับพายุฝนกระหน่ำ แต่ดีไซเนอร์สาวหาได้สะทกสะท้านไม่ เธอกลับเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของมินตรามากุมไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของรินรดาส่งผ่านความมั่น and ความปลอดภัยมาให้มินตราจนหญิงสาวต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
"ออกไปจากที่นี่กันค่ะมินต์" รินรดากระซิบเสียงเบาข้างหู ยามที่หันมาสบตากับนางแบบสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกที่ซ่อนเร้นเอาไว้ภายใต้กรอบความเย่อหยิ่ง
มินตราพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวยอีกครั้ง เธอก้าวเดินเคียงข้างรินรดา ฝ่าวงล้อมของสื่อมวลชนออกไปอย่างสง่างาม ไม่หลบสายตา ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ เหลืออยู่อีกต่อไป เพราะรู้ดีว่าเวลานี้... มือคู่นี้ที่กุมกันอยู่ จะไม่มีวันปล่อยให้ใครต้องล้มลงลำพังเด็ดขาด
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายของการฝ่าวงล้อม ร่างของทั้งคู่กลับถูกผลักจากแรงเบียดเสียดด้านหลังจนเซถลา รินรดารีบคว้าเอวบางของมินตราเข้าหาตัวเพื่อประคองไม่ให้ล้ม แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่พุ่งเข้าไปหลบอยู่ในห้องแต่งตัว VIP ข้างสตูดิโอที่ถูกล็อคไว้อย่างกะทันหัน
ปัง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับร่างของมินตราที่ถูกดันชิดติดบานประตู โดยมีรินรดายืนกั้นกลาง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังผสมกับกลิ่นอายความตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่เป่ารดกันและกันจนระยะห่างแทบไม่เหลือ
รินรดายังคงใช้มือข้างหนึ่งยันบานประตูไว้ ส่วนมืออีกข้างยังคงกอบกุมข้อมือของมินตราแน่น นัยน์ตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
"คุณ... ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะ เรย์" มินตรากระซิบเสียงแผ่ว หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความตกใจจากข่าวข้างนอก แต่เป็นเพราะสายตาคู่คมที่กำลังมองมาที่เธอในเวลานี้ มันร้อนแรงและลึกซึ้งเสียจนเธอแทบหลอมละลาย
"ทำไมฉันต้องปล่อย?" รินรดาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านใบหูขาวจัดจนมินตราต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ "ในเมื่อคุณเพิ่งทำให้ฉันเกือบหัวใจวายตายกลางดงนักข่าว เพราะความอวดดีที่ไม่ยอมบอกอะไรฉันสักคำ... หื้ม?"
"ใครอวดดีกันคะ! ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายปกป้องชื่อเสียงตัวเอง..." มินตราเถียงกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้ "แล้วอีกอย่าง... ใครใช้ให้คุณออกหน้าปกป้องฉันแบบนั้นเล่า ข่าวเสียหายพวกนั้นมัน..."
"ก็เพราะคุณคือมิวส์ของฉัน... และเป็นคนเดียวที่ฉันอนุญาตให้มายืนอยู่ข้างๆ บนรันเวย์ของฉันไงคะ" รินรดากล่าวแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง นัยน์ตาสีเข้มไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นเกินกว่าจะปิดบัง นิ้วเรียวอีกข้างเลื่อนขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มใสของมินตราแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนและทะนุถนอมจนคนถูกกระทำถึงกับกลั้นหายใจ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงพายุข่าวลือด้านนอกเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของสองสาวที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน รินรดาก้มหน้าลงเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างที่ลดลงทีละน้อยทำให้มินตราหลับตาลงช้าๆ รอคอยสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความสั่นเทา
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงของบุคคลที่สามที่ดังทะลุเข้ามา ทำลายความเคลิบเคลิ้มในทันที
"คุณรินรดาคะ! ประธานบริษัทใหญ่โทรมาด่วนเลยค่ะ เขาบอกว่ามีข้อเสนอใหม่ที่..."
รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด เธอยืดตัวถอยห่างจากมินตราอย่างไม่เต็มใจนัก ขณะที่นางแบบสาวรีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ พวงแก้มเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอาย
รินรดาหันไปเตรียมจะเปิดประตูออกไปจัดการกับปัญหาตรงหน้า แต่ทว่า... เมื่อมือเรียวบิดลูกบิดประตูแล้วดึงเปิดออก สายตาของเธอกลับต้องชะงักกึก ร่างเพรียวแข็งทื่อไปทันทีเมื่อพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูนั้น ไม่ใช่ผู้ช่วยสาวอย่างที่คิด
"สวัสดีจ่ะ รินรดา... ลูกสาวตัวดี ไม่คิดเลยนะว่าหนieตามผู้หญิงคนนี้มา จนไม่ยอมรับโทรศัพท์แม่แบบนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันเสมอนะคะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 9
ท่ามกลางพายุข่าวลือ
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!