ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 15

บททดสอบความไว้ใจ

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
แฟ้มเอกสารสีดำในมือของเรย์ รินรดา มีน้ำหนักราวกับมันทำมาจากแผ่นเหล็กกล้าทั้งแท่ง ปลายเรียวเล็บที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีนู้ดเรียบหรูจิกเข้ากับสันปกแฟ้มจนขึ้นรอยขาว ขณะที่สายตาคมกริบของดีไซเนอร์สาวมือหนึ่งแห่งวงการแฟชั่นกำลังกวาดมองข้อเสนอระดับเปลี่ยนชีวิตบนกระดาษแผ่นนั้น สัญญามูลค่าสหลักสิบล้านบาทจากค่ายแบรนด์แฟชั่นระดับโลกฝรั่งเศส... ข้อแลกเปลี่ยนคือการที่เธอต้องเซ็นชื่อสลัดโปรเจกต์งานแฟชั่นโชว์กู้ชื่อของ มินตรา มินต์ ทิ้งเสียในคืนนี้ "คุณรินรดาคะ... ทางเราให้เวลาคุณคิดถึงเที่ยงคืนนี้เท่านั้น ถ้าคุณเลือกโปรเจกต์ของยัยนางแบบตกอับนั่นต่อ อนาคตโกอินเตอร์ปารีสของคุณคือจบนะคะ" เสียงหวานหยดแต่ไร้หัวใจของตัวแทนจากบริษัทแม่ดังขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใส เรย์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย่อหยิ่ง ทว่าในอกข้างซ้ายกลับเต้นกระหน่ำผิดจังหวะจนน่ารำคาญ ภาพรอยช้ำที่มุมปากของมินตราเมื่อตอนกลางวันที่เธอเพิ่งแอบเอาครีมทาแก้ฟกช้ำไปยัดใส่มืออีกฝ่าย ย้อนกลับมาตอกย้ำในความทรงจำราวกับฉายภาพซ้ำ *“แต่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์รังแกผู้หญิงคนนั้น... ยกเว้นตัวเธอเอง!”* คำพูดที่เธอเคยประกาศกร้าวไว้ในใจสะท้อนก้อง รินรดากำแฟ้มในมือแน่นขึ้นอีกนิด ปากกาหมึกซึมราคาแพงถูกดึงออกจากปลอกด้วยมือที่มั่นคง เธอจ่อปลายปากกาลงบนเส้นบรรทัดสำหรับลายเซ็นต์การปฏิเสธสัญญาของมินตราอย่างลังเล ผลงานชิ้นเอกที่เธอใฝ่ฝัน อำนาจ ชื่อเสียง และเกียรติยศที่ไต่เต้ามาทั้งชีวิตกำลังรออยู่แค่ปลายปากกาจรดลงไป ทว่าวินาทีที่หมึกสีดำกำลังจะสัมผัสกระดาษ ประตูห้องทำงานส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่เคาะขออนุญาตแม้แต่น้อย "เซ็นสิคะ... ถ้ารักความก้าวหน้าจนตัวสั่นขนาดนั้น ทำไมมือถึงได้สั่นเป็นเจ้าเข้าล่ะคะคุณดีไซเนอร์ปากจัด" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น มินตรายืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับแดงก่ำรื้นด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต ชุดเดรสผ้าซาตินสีดำที่ยับยู่ยี่จากการเดินทางลุยพายุฝนเมื่อช่วงเย็นขับเน้นให้ผิวขาวเนียนยิ่งดูโดดเด่นตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดในห้อง เรย์สะดุ้งเล็กน้อย รีบดึงมือกลับราวกับถูกไฟลวก ปากกาในมือกลิ้งตกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น เธอรีบปิดแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงทันทีเพื่อซ่อนข้อความข้างใน แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคงเห็นมันตั้งแต่ก้าวเข้ามาแล้วก็ตาม "คุณเข้ามาทำไมดึกดื่นแบบนี้... แล้วใครใช้ให้คุณเข้ามาในห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต" เรย์เลือกที่จะใช้กำแพงความเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนมาปิดบังความรัญจวนใจที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา มินตราเดินนิ่มนวลเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดผสมกับกลิ่นอายความชื้นของฝนด้านนอกลอยมาแตะจมูก เรย์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อร่างเพรียวบางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างที่อันตรายเกินไปทำให้หัวใจของเรย์กระตุกวูบ "กลัวฉันเห็นเหรอคะ ว่าคุณกำลังจะเซ็นฉีกหัวใจฉันทิ้งเพื่อแลกกับบัตรโดยสารชั้นหนึ่งไปปารีส" มินตราเอ่ยเสียงเบาหวิว แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งความรู้สึกของอีกฝ่าย "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยมินตรา ฉันเป็นดีไซเนอร์ ฉันมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองและแบรนด์ของฉัน มันคือธุรกิจ ไม่ใช่การกุศล!" เรย์เชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแข็งกร้าวพยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวในแววตา "ธุรกิจเหรอคะ..." มินตราหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยรื้นน้ำคลอเบ้าแต่ไม่มีทางยอมไหลลงมาให้ใครเห็นความอ่อนแอ "ถ้ามันเป็นแค่ธุรกิจ... ทำไมมือคุณถึงเย็นเฉียบตอนที่ฉันเดินเข้ามาล่ะคะ รินรดา" นิ้วเรียวยาวของนางแบบสาวเอื้อมมาแตะที่ข้อมือของเรย์เบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วนั้นส่งผ่านทะลุผิวหนังจนเรย์สะท้านเฮือก เธอพยายามจะดึงมือหนี แต่มินตรากลับกำข้อมือเธอไว้แน่นขึ้น แรงบีบไม่ได้มากมายแต่มันเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความหยิ่งผยอง "ปล่อยนะมินต์..." เรย์เอ่ยเสียงสั่นพร่า ปากที่เคยร้ายกาจตอนนี้กลับแห้งผากพูดไม่ออกเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของคนตรงหน้า "ถ้าคุณเลือกฉัน... คุณจะไม่มีวันได้กลับไปยืนบนจุดสูงสุดแบบที่ฝันไว้ในฐานะลูกรักของแฟชั่นวีค เพราะพวกเขารังเกียจฉัน... และพวกเขาจะรังเกียจทุกคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉันด้วย" มินตราพูดความจริงที่โหดร้ายออกมาเสียงเรียบ แต่สายตาไม่เคยละไปจากใบหน้าของดีไซเนอร์สาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว "เพราะฉะนั้น... เซ็นซะเถอะค่ะ ฉันเข้าใจดี" คำพูดตัดพ้อที่แฝงความยอมแพ้นั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเรย์ราวกับใบมีด ความสำเร็จที่ไขว่คว้ามาทั้งชีวิตกับผู้หญิงปากเก่งคนนี้ที่ยืนหยัดสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เธอท่ามกลางพายุฝนและคำดูถูกเหยียดหยาม... ตัวเลือกมันชัดเจนอยู่ในหัวใจตั้งนานแล้ว แต่ความกลัวที่จะล้มเหลวกลับเหนี่ยวรั้งเธอไว้ เรย์มองหน้ามินตราเนิ่นนาน แววตาเย็นชาค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นความอ่อนโยนที่แทบไม่เคยมีใครได้เห็น เธอยื่นมืออีกข้างออกไป ค่อยๆ ปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนของนางแบบสาวออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้มินตรานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก "โง่จริงนะมินตรา..." เรย์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงดุด่าแต่กลับสั่นเครือด้วยความรู้สึกที่ล้นปรี่ "ใครบอกคุณล่ะคะว่าฉันแคร์ปารีสมากกว่า... ผู้หญิงปากดีที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้" มินตราเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก รอยยิ้มสมเพชตัวเองเมื่อครู่เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความหวังที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืดมิด เรย์เลื่อนมือจากแก้มเนียนลงมาคว้าแฟ้มเอกสารสีดำเจ้าปัญหาขึ้นมา ก่อนจะสะบัดข้อมือโยนมันลงไปในถังขยะใต้โต๊ะทำงานอย่างไร้เยื่อใย เสียงกระดาษหนาตกลงกระทบก้นถังดังทึบ เป็นอันปิดฉากข้อเสนอหลายสิบล้านบาทลงอย่างถาวร "คุณ... คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" มินตราอุทานเสียงหลง ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก "ใช่... ฉันมันบ้า" เรย์ดึงข้อมือที่ตนเองเป็นฝ่ายกุมไว้บ้าง ลากให้ร่างเพรียวบางขยับเข้ามาใกล้จนชิดติดอก แววตาคมกริบฉายแววความดุดันและร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง "และเพราะความบ้าของฉันนี่แหละ ที่จะพาคุณกลับไปเหยียบรันเวย์ตบหน้าพวกมันทุกคนให้ดู!" ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ความตึงเครียด อารมณ์ดราม่า และแรงดึงดูดอันมหาศาลหลอมรวมกันจนบรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน มินตราหลุบตาลงมองเรียวปากอิ่มของคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว ความยโสโอหังถูกละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความโหยหาที่เด่นชัดในแววตา เรย์โน้มใบหน้าลงช้าๆ ปลายจมูกแตะกันแผ่วเบา ราวกับกำลังให้เวลาอีกฝ่ายปฏิเสธ ทว่ามินตรากลับเป็นฝ่ายยกมือขึ้นโอบรอบลำคอระหงของดีไซเนอร์สาวไว้ ดึงรั้งให้เข้ามาประชิดยิ่งขึ้นเพื่อปิดกั้นทุกความคิดและเหตุผลทั้งหมดในโลกนี้ ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะสัมผัสกันในอีกไม่ถึงมิลลิเมตร... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนลงในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง "คุณเรย์คะ! แย่แล้วค่ะ! คลิปวิดีโอเบื้องหลังกองถ่ายตอนพายุเข้าถูกปล่อยว่อนเน็ต ยอดแชร์ทะลุหลักล้านแล้วค่ะ!" เสียงตะโกนกระหืดกระหอบของสไตลิสต์สาวประจำทีมที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพดีไซเนอร์มือหนึ่งและนางแบบสาวตัวแม่กำลังเกือบจะจูบปากกันคาโต๊ะทำงานในระยะประชิดติดขัด เรย์ผละตัวออกห่างจากมินตราอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาเป็นรอบที่สองของคืนนี้ ส่วนมินตราถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยสายตาพิฆาตที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ เรย์หันขวับไปมองหน้าจอแท็บเล็ตที่ลูกน้องสาวยื่นส่งให้อย่างมือไม้สั่น และเมื่อก้มลงมองภาพพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งบนโลกออนไลน์ที่กำลังสั่นสะเทือนวงการแฟชั่นในยามวิกาล... ลมหายใจของเธอก็ต้องสะดุดกึกอีกครั้งด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "สการ์เล็ตโรส" มาจนถึงตอนนี้ เตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนหน้ากันไว้ให้ดีนะคะ!
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%