เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* เบาๆ แต่กลับก้องกังวานชัดเจนในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว
เรย์ รินรดา ไม่ได้หันกลับมาทันที ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดปลายปากกาแก้แบบเสื้อผ้าด้วยความเฉียบคม ปัจจุบันกลับหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เธอยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีกองร่างสเก็ตช์กระจัดกระจายราวกับพายุอารมณ์พัดผ่าน ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดชีวิตเริ่มร้าวราน ส่งเสียงกรอบแกรบราวกับแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่กำลังถูกเหยียบย่ำด้วยความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
"คุณจะยืนมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นไปถึงไหนคะ มินตรา" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้สั่งการลูกน้องในกองถ่ายด้วยความมั่นใจ กลับสั่นพร่าลงอย่างน่าประหลาดในวินาทีนี้
มินตราก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงไม่ถึงก้าว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นยะเยือกของแอมเบอร์ลอยแตะจมูก เรย์สูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์หรูหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางเอกสาวที่กำลังตกเป็นข่าวฉาวทั่วประเทศ
ทว่า ในเวลานี้ มินตราไม่ได้มีคราบของนางเอกผู้พ่ายแพ้หรือหญิงสาวผู้แตกสลายหลงเหลืออยู่เลย แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายความดื้อรั้น ความเจ็บปวด และบางสิ่งที่ร้อนแรงจนเรย์ต้องเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง
"แล้วคุณจะให้ฉันมองคุณด้วยสายตาแบบไหนล่ะคะ คุณรินรดา" มินตราแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอเจือความตัดพ้อแต่กลับทรงพลังอย่างร้ายกาจ "คนที่ปากบอกว่าเกลียดฉันนักหนา คนที่คอยแต่จะหาเรื่องดิสเครดิตฉันทุกครั้งที่มีโอกาส... แต่กลับเป็นคนเดียวที่ยืนมือเข้ามาฉุดฉันขึ้นมาจากโคลนตมในวันที่ทุกคนรุมกระทืบฉันซ้ำ"
"ฉันไม่ได้ช่วยคุณเพราะความเห็นอกเห็นใจหรอกนะคะ" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงพยายามเค้นให้กลับมาแข็งกร้าวและเย็นชาดังเดิม หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวจนน่ารำคาญเมื่อปลายนิ้วของมินตราเอื้อมมาแตะที่ปลายปกเสื้อสูทเข้ารูปของเธออย่างถือวิสาสะ "ฉันแค่ไม่อยากให้ผลงานชิ้นเอกของฉันต้องมามัวหมองเพราะนางเอกตกอับอย่างคุณก็เท่านั้น"
"ปากแข็ง..." มินตรากระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตากลมโตคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนละเอียดของดีไซเนอร์สาวที่กำลังตื่นตระหนก "ปากแข็งเสียจนฉันอยากจะเอาคัตเตอร์กรีดปากคู่นี้ดูนัก ว่าข้างในมันมีความจริงหลงเหลืออยู่บ้างไหม"
เรย์ชะงัก กลั้นหายใจเมื่อมินตราขยับเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แขนเรียวทั้งสองข้างของนางเอกสาวทาบลงบนโต๊ะ กักขังร่างของดีไซเนอร์ปากจัดไว้ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ พื้นที่ในห้องทำงานกว้างใหญ่หดแคบลงเหลือเพียงพื้นที่ระหว่างลมหายใจของคนทั้งคู่
นี่ไม่ใช่การคุกคาม แต่มันคือการท้าทาย... และเรย์รู้ดีว่าเธอกำลังพ่ายแพ้ราบคาบ
"ถอยไปค่ะ มินตรา" เรย์กดเสียงต่ำ พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาอีกครั้ง แต่เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามกลับทรยศเธอ "ที่นี่คือที่ทำงานของฉัน และเราไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะมา..."
"สนิทไม่สนิท คุณเป็นคนกำหนดตั้งแต่คืนนั้นแล้วไม่ใช่เหรอคะ?" มินตราตัดบท ดวงตาคู่คมวาววับด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยแต่ไม่ยอมไหลร่วงลงมา "คืนที่คุณแอบมานั่งร้องไห้อยู่ที่มุมตึกกองถ่าย... คืนที่คุณบอกฉันว่า 'โลกใบนี้มันโคตรจะใจร้ายกับเราเลย' คุณจำได้ไหมคะ รินรดา"
ชื่อเล่นที่ถูกหลุดออกจากริมฝีปากอวบอิ่มทำให้เรย์ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ร่างกายแข็งทื่อ ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งผยองสลายหายไปจนหมดสิ้น ความลับที่เธอพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเยาะหยันและคำพูดเชือดเฉือน บัดนี้ถูกอีกฝ่ายขุดคุ้ยขึ้นมาวางไว้กลางแสงสว่างอย่างไม่ทันตั้งตัว
"คุณ..." เรย์พูดไม่ออก เปลือกตาปิดลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสติ ปมในอดีตที่ครอบครัวคาดหวังความสมบูรณ์แบบจนเธอต้องกลายเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจ ถูกทุบทำลายลงด้วยสายตาที่เข้าใจและมองทะลุปรุโปร่งของหญิงสาวตรงหน้า
"ฉันรู้ว่าคุณเหนื่อย..." น้ำเสียงของมินตราอ่อนลงทันที ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ นิ้วเรียวเลื่อนจากปกเสื้อขึ้นมาแตะที่ข้างแก้มเนียนของเรย์อย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ "ฉันรู้ว่าคุณต้องแบกรับความคาดหวังบ้าๆ นั่นไว้คนเดียวจนแทบจะหายใจไม่ออก... และฉันก็รู้ด้วยว่า ห้องทำงานห้องนี้ คือที่เดียวที่คุณอนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอได้"
เรย์ลืมตาขึ้นมองมินตรา หยดน้ำตาที่กลั้นไว้ในที่สุดก็เอ่อล้นทะลักขอบตาลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกปลอดภัยที่เธอไม่เคยได้รับจากใครตลอดหลายปีที่ผ่านมา บัดนี้กลับถูกมอบให้โดยผู้หญิงคนที่เธอคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งมาตลอด
พื้นที่สีเทาในใจของเรย์ถูกแต่งแต้มด้วยความอบอุ่นที่เธอไม่คุ้นชิน ห้องทำงานที่เคยเป็นกรงขังความโดดเดี่ยว บัดนี้กลับกลายเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" ของคนทั้งสองอย่างแท้จริง
"ทำไม... ทำไมคุณถึงรู้ดีนักล่ะคะ มินต์" เรย์ถามเสียงสั่นเครือ ความเย่อหยิ่งทระงายตนพังทลายลงสิ้นเชิง เธอยอมจำนนต่อสายตาคู่นั้นอย่างราบคาบ
"ก็เพราะว่าเรามันเจ็บมาจากแผลเดียวกันยังไงล่ะคะ" มินตราคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เรย์เคยเห็นมาในชีวิต เธอก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูของดีไซเนอร์สาว จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ "คุณรักษาแผลให้ฉัน... แล้วฉันจะดูแลหัวใจที่ด้านชาของคุณเองค่ะ รินรดา"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เรย์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาทางออก เธอยกมือขึ้นสั่นเทา หมายจะเอื้อมไปโอบกอดร่างบางที่ยืนประชิดตัวอยู่
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายของสไตลิสต์ประจำกองถ่ายที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง
"คุณเรย์คะ! แย่แล้วค่ะ! ชุดฟินาเล่ในห้องเก็บของถูกกรีดจนพังยับเยินหมดแล้วค่ะ! แถมรูปถ่ายต้นแบบของมินต์ก็หลุดออกไปสำนักข่าวแล้วด้วย!"
เรย์และมินตราผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับวิกฤตการณ์ที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
มินตราหันขวับกลับไปมองประตูด้วยแววตาที่กลับมาลุกโชนด้วยไฟแค้นอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเรย์ที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความโกรธจัด
เรย์สูดหายใจเข้าลึก แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดโกน เธอกำหมัดแน่นจนข้อต่องอขาวโพลนเมื่อตระหนักได้ว่า สงครามจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "สการ์เล็ตโรส" นะคะ
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 18
พื้นที่ปลอดภัยของกันและกัน
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!