เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องแต่งตัวเบื้องหลังเวทีดังรัวเร็วจนแทบกลายเป็นเสียงปรบมือที่ไม่มีใครอยากได้ยิน เรย์ รินรดา ยืนนิ่งอยู่หน้าหุ่นโชว์ชุดด้วยใบหน้าที่เรียบตึงจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวที่มักจะหยิบจับเข็มและด้ายด้วยความมั่นใจกลับกำลังจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
“คุณเรย์คะ! แย่แล้วค่ะ! ชุดเซ็ตหลักของสปอนเซอร์รายใหญ่เกิดปัญหาใหญ่หลวงแล้วค่ะ!”
เสียงตะโกนของทีมงานสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทำลายความเงียบงันลงอย่างสิ้นเชิง ชุดซิล크ปักเลื่อมแฮนด์เมดชิ้นเอกที่ต้องใช้เวลาทำร่วมเดือน บัดนี้กลับมีรอยขาดเป็นทางยาวตรงตะเข็บข้างอย่างน่าใจหาย รอยน้ำยาบางอย่างที่คล้ายกับสารเคมีกัดกร่อนกำลังทำลายเนื้อผ้าชั้นดีให้ยุ่ยคาตา
เรย์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ระงับความโกรธที่พุ่งพล่านจนรสฝาดปร่าในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองความเสียหายก่อนจะหันไปสบตากับร่างระหงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ
มินตรา มินต์ ในชุดลองฟิตติ้งขัดสมาธิกอดอกมองความพินาศตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงอุทานตกใจ มีเพียงรอยยิ้มมุมปากบางเบาที่บ่งบอกถึงความเหนือกว่าในสถานการณ์ที่คนอื่นกำลังสติแตก
“อุ๊ย... งานใหญ่ระดับนี้ แต่ปล่อยให้เกิดความผิดพลาดแบบนี้ได้ยังไงคะ ดีไซเนอร์คนเก่ง?”
น้ำเสียงเย้าแหย่ที่เจือความเยาะหยันเล็ก ๆ ดังขึ้นจากริมฝีปากอิบอิ่ม มินตราก้าวเข้าไปใกล้เรย์อีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นยะเยือกโชยแตะจมูก ยิ่งทำให้เรย์รู้สึกเหมือนถูกท้าทายสัญชาตญาณนักล่า
“ถ้ามีเวลามาแซะฉัน ย้ายสังขารไปนั่งรอให้ช่างแก้ผ้าข้างนอกแต่งหน้าต่อเถอะค่ะ มินตรา” เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นไม่แพ้กัน เธอก้มลงหยิบเข็มกลัดขึ้นมาเตรียมจะเย็บซ่อมสดหน้างานทันที “ชุดนี้ต่อให้ฉันต้องอดนอนทั้งคืน มันก็ต้องออกมาไร้ที่ติบนรันเวย์”
“มั่นใจจังนะคะ” มินตราโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งยามนี้กลับมีความไหวระริกบางอย่างซ่อนอยู่ลึก ๆ “แต่สภาพคุณตอนนี้... ดูเหมือนคนที่กำลังจะขาดใจตายมากกว่าจะไปยืนสวย ๆ นะคะ เรย์”
“ถอยไปค่ะ” เรย์ผลักไหล่มินตราเบา ๆ แต่แรงปะทะนั้นกลับทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย “ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมจิตวิทยากับคุณ”
ห้องแต่งตัวแคบ ๆ กลับแคบลงไปถนัดตาเมื่อเหลือเพียงความเงียบงันระหว่างพวกเธอสองคน หลังจากทีมงานต่างวิ่งวุ่นออกไปเตรียมอุปกรณ์ตามคำสั่งเฉียบขาดของดีไซเนอร์สาว มินตราไม่ได้เดินออกไปตามที่ถูกไล่ เธอกลับเลือกที่จะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้ากระจกเงา ดวงตาสีเข้มมองผ่านเงาสะท้อนตรงไปยังแผ่นหลังที่กำลังสั่นน้อย ๆ ของเรย์
“หยุดดื้อรั้นแล้วพักบ้างเถอะค่ะ” มินตราเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนเรย์ต้องชะงักมือที่กำลังร้อยด้าย “คุณก็รู้ว่าถ้าชุดนี้พัง คอนเนกชันที่คุณสะสมมาทั้งชีวิตพังตามไปด้วย... ทำไมต้องแบกรับไว้คนเดียว?”
เรย์วางเข็มลงช้า ๆ เธอยืดตัวตรงแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางแบบสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบทำลายอนาคตเธอ แต่ตอนนี้กลับเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ข้างเธอในห้องแต่งตัวมืด ๆ นี้
“เพราะมันคือศักดิ์ศรีค่ะ” เรย์เชิดหน้าขึ้น ดวงตาดื้อรั้นฉายแววเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันหนาทึบ “ครอบครัวฉันรอวันที่ฉันล้มเหลวอยู่... ฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบผลงานฉันได้ รวมถึงคุณด้วย มินตรา”
มินตราถอนหายใจเบา ๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวดีไซเนอร์สาวที่ตัวเล็กกว่าเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวที่เต็มไปด้วยรอยเข็มแท็กซี่เอาไว้ แรงบีบนั้นไม่ได้เจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เรย์นิ่งค้าง
“งั้นเรามาทำข้อตกลงกันค่ะ” มินตรากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนเรย์รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วลำคอ “ในเมื่อเราต่างก็มีแผลเป็น และต่างก็ต้องพิสูจน์ตัวเองในกองถ่ายพายุนี้... เรามารักษาความสัมพันธ์แบบ ‘มืออาชีพ’ กันเถอะค่ะ”
เรย์ขมวดคิ้วมุ่น “มืออาชีพ?”
“ใช่ค่ะ” มินตรายิ้มพราย ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความซุกซนที่อันตรายที่สุดเท่าที่เรย์เคยเห็นมา “ไม่มีเรื่องส่วนตัว ไม่มีอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีจูบแบบเมื่อคืนก่อน... เราเป็นแค่ดีไซเนอร์กับนางแบบที่ต้องทำให้โชว์นี้ปังที่สุด แค่นั้นพอค่ะ”
คำว่า ‘จูบแบบเมื่อคืนก่อน’ พุ่งเข้าชนโสตประสาทของเรย์จนเลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ความทรงจำอุ่นวาบในห้องพักมืด ๆ ย้อนกลับมาทับซ้อนจนลมหายใจสะดุด เรย์เม้มริมฝีปากแน่นพยายามดึงสติกลับมา
“ดีค่ะ!” เรย์สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างถือดี แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก “ฉันก็ไม่ได้พิศวาสอยากจะผูกพันอะไรกับคุณอยู่แล้ว มินตรา... ตกลงตามนี้ ต่างคนต่างอยู่ ทำหน้าที่ของตัวเองให้รอด!”
“เยี่ยมค่ะ ดีไซเนอร์รินรดา” มินตราหัวเราะในลำคออย่างพอใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนเรย์ต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ “หวังว่าคุณจะรักษาคำพูดได้นานพอนะคะ... เพราะฉันเองก็ไม่ชอบเล่นตามกฎเท่าไหร่ซะด้วยสิ”
ทว่า ในจังหวะที่มินตรากำลังจะผละตัวออกไป เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องแต่งตัวจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้จัดการส่วนตัวของมินตรา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น
“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะสาว ๆ พอดีบอสใหญ่ฝากนี่มาให้มินต์... อ้อ ดูเหมือนเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมแจมในห้องนี้ด้วยสินะคะ”
เรย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้า... คนที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันเหยียบเข้ามาในกองถ่ายนี้เด็ดขาด
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "สการ์เล็ตโรส" เสมอมานะคะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 12
สถานะที่ไร้ชื่อเรียก
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!