เสียงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดวาบจนประสาทตาพร่ามัว แต่ความเจิดจ้าเหล่านั้นยังเทียบไม่ได้กับความร้อนระอุในอากาศ ณ แฟชั่นฮอลล์ใจกลางเมือง ที่อีเวนต์เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ *‘L’Aura’* กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด
เรย์ รินรดา ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนสีดำสนิท สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นตาดيزاینเนอร์สุดเนี้ยบกวาดมองความวุ่นวายเบื้องหน้า ชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีนิลที่เธอเป็นคนออกแบบและตัดเย็บด้วยมือทุกตะเข็บ กำลังพลิ้วไหวอยู่บนเรือนร่างสมส่วนของมินตรา มินต์ นางแบบสาวตัวท็อปที่สวมวิญญาณเป็นพญาหงส์เชิดหน้าท้าทายทุกสายตาได้อย่างไร้ที่ติ
สมบูรณ์แบบ... ไม่มีที่ติ
แต่นั่นคือเรื่องของเสื้อผ้าและรันเวย์ ไม่ใช่สถานการณ์ตรงหน้าที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาตัวใหม่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะ
เรย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้า... คนที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันเหยียบเข้ามาในกองถ่ายนี้เด็ดขาด
"อุ๊ย... ตายจริง ชุดสวยจังเลยนะคะรินรดา ดีไซเนอร์มือหนึ่งของงานนี้"
น้ำเสียงหวานเลี่ยนที่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบของบรรดาเซเลบและสื่อมวลชน 'พิมพ์พิชา' อดีตนางแบบลูกรักของบ้านรินรดา—ผู้หญิงคนที่เคยใช้แผนสกปรกเขี่ยเธอตกจากบัลลังก์ดีไซเนอร์ใหญ่เมื่อสามปีก่อน—ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าด้วยชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ตั้งใจขโมยซีนอย่างโจ่งแจ้ง
มินตราที่เพิ่งเดินกลับมาจากฟินาเล่บนรันเวย์ชะงักฝีเท้า ร่างระหงหยุดยืนเคียงข้างดีไซเนอร์สาวทันที ดวงตากลมโตคมกริบหรี่ลงพินิจพิเคราะห์ผู้มาใหม่ด้วยเรดาร์แห่งความระแวง ท่าทีของมินตราวางตัวสง่านิ่งแต่แฝงไปด้วยความดุดัน พร้อมพุ่งชนหากใครกล้าล้ำเส้นคนของเธอ
"คิดว่าใคร..." เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีแต่ความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "นึกว่าหมาข้างถนนที่ไหน ที่แท้ก็ตัวเดิม... เพิ่มเติมคือหน้าหนาขึ้นจนกล้าโผล่มางานของฉัน"
พิมพ์พิชาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเย่อหยิ่งตามเดิม "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะคะรินรดา... ระวังเถอะค่ะ ของที่หวงนักหวงหนา อาจจะหลุดมือไปอีกรอบก็ได้ ใครจะไปรู้"
ดวงตาคมของพิมพ์พิชาจงใจเหลือบมองไปยังมินตราที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอ่อน แต่มือเรียวบางภายใต้ถุงมือสีดำกลับเอื้อมมาคว้าแขนเสื้อของเรย์ไว้หลวม ๆ ราจะแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและปกป้องในคราวเดียวกัน
"พูดจาภาษาอะไรของเธอ พิมพ์พิชา" มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องสะดุ้ง นางแบบสาวก้าวเท้าขยับมาบังร่างของดีไซเนอร์รุ่นพี่ไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่สวยจ้องมองคู่สนพักตร์หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "คนมีความสามารถเขาเดินขึ้นเวทีด้วยผลงาน ไม่ใช่ใช้ลิ้นตลบตะแลงมาเดินสקูปอีเวนต์แบบไม่มีใครเชิญ... อ้อ หรือว่าการ์ดเชิญของเธอถูกพิมพ์มาเผื่อขอส่วนบุญคะ?"
เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังขึ้นรอบตัว บรรดาสำนักข่าวเริ่มหันเลนส์กล้องมาทางสามสาวที่ยืนปะทะกันอย่างดุเดือด กลิ่นอายสงครามประสาทคุกรุ่นจนแทบจะได้กลิ่นไหม้
พิมพ์พิชากัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "แก... มินตรา! ตกอับจนต้องมาเกาะกระแสดีไซเนอร์ไส้แห้งคนนี้กินแล้วเหรอ ถึงได้ปากดีนัก!"
"ไส้แห้งเหรอคะ?" เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและทรงอำนาจทำให้พิมพ์พิชาชะงัก ดีไซเนอร์สาวก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์พิชาด้วยท่าทางคุกคาม เธอก้มกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซ่าบแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "คอลเลกชันนี้กวาดยอดพรีออเดอร์ไปแปดหลักในเวลาสิบนาที... ส่วนเธอล่ะ พิมพ์พิชา? แบรนด์เสื้อผ้าเกรดตลาดนัดที่เธอไปเป็นพรีเซนเตอร์ใกล้เจ๊งเต็มที จนต้องมาเกาะกระแสงานฉันเพื่อหวังยอดวิวเหรอคะ? น่าสมเพชเวทนานะคะว่าไหม"
คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าทำเอาพิมพ์พิชาหน้าซีดเผือด สั่นระริกไปด้วยความอับอาย ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ มือเรียวของมินตราก็เอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเรย์เบา ๆ
สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นทำให้เรย์ชะงัก เธอก้มลงมองมือของนางแบบสาวที่ส่งกระแสความอุ่นซ่านเข้ามาในหัวใจ ท่ามกลางความเย็นชาและปมในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา มินตรากลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธออย่างไม่ลังเล
"พอเถอะค่ะริน" มินตรากระซิบเสียงนุ่ม ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เรย์ด้วยแววตาที่อ่านความหมายลึกซึ้งได้ยาก "อย่าเอาเวลาล้ำค่าของคุณไปต่อปากต่อคำกับอากาศธาตุเลยค่ะ ชุดดีไซเนอร์ระดับโลก... ไม่เหมาะจะยืนเหม็นสาบคนไร้ค่าตรงนี้นานเกินไป"
เรย์สบตากับมินตรา หัวใจที่เคยด้านชาและหวาดระแวงต่ออดีตกลับกระตุกวูบอย่างแรง เคมีและความใกล้ชิดระหว่างพวกเธอในระยะประชิดนี้ทำเอาลมหายใจสะดุด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่
พิมพ์พิชาที่ถูกเมินจนกลายเป็นอากาศธาตุถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความแค้นเคือง เธอยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอแล้วชูให้ทั้งคู่ดู
"ปากดีให้ตลอดเถอะค่ะ... มินตรา, รินรดา" พิมพ์พิชาแค่นหัวเราะ "คิดเหรอว่าความลับเรื่องที่เธอสองคนแอบไปกินกันหลังกองถ่ายเมื่อคืนมันจะเก็บเป็นความลับได้ตลอดไป... ภาพหลุดเซ็ตนี้ ถ้าส่งให้สื่อสายบันเทิงรับรองว่าสนุกแน่!"
ดวงตาของเรย์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายสูบฉีดด้วยความตกใจปนโกรธ ภาพในโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเธอกับมินตราเมื่อคืนก่อน... ภาพที่พวกเธอไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครแอบถ่ายไว้ได้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจและอินไปกับความแซ่บของยัยพี่เรย์กับยัยน้องมินต์นะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 13
อดีตที่ตามหลอน
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!