เศษซากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่แตกละเอียดกระจายอยู่บนพื้นกระเบื้องยาง ไม่ได้น่าตกใจเท่ากับร่างของ 'เจ๊วิกกี้' ผู้จัดการส่วนตัวของมินตรา ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาหลังกรอบแว่นหนาเตอะเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ราวกับเพิ่งเห็นผีสางในยามวิกาล
รินรดาขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ปล่อยมือที่เผลอแตะอยู่บนหัวไหล่ของมินตราให้เป็นอิสระ ความใกล้ชิดเมื่อครู่ถูกกระชากกลับด้วยความจริงอันโหดร้ายของโลกภายนอก ใบหน้าคมคายของดีไซเนอร์สาวกลับมาสวมหน้ากากความเยือกเย็นฉับพลัน แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวผิดจังหวะก็ตาม
"มินต์... เธอทำบ้าอะไรลงไปรู้ตัวไหม!" เสียงแหลมสูงของวิกกี้ดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ เจ๊ใหญ่แห่งวงการนางแบบพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง แต่งกายด้วยชุดสูทสีฉูดฉาดที่ตอนนี้ยับยู่ยี่ไม่เป็นทรง มือสั่นเทาชี้หน้ามินตราที่ยังคงยืนนิ่งสนิท
มินตราไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอยืดตัวขึ้นตรง ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เย่อหยิ่ง และไร้ความรู้สึกตามแบบฉบับของนางแบบตัวแม่ที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองสภาพของวิกกี้ด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย
"ฉันทำอะไรล่ะคะพี่วิกกี้ หน้าตาฉันก็ยังอยู่ครบดีนี่ หรือว่าหน้าจอแตกนั่นมันสะท้อนความพินาศของพี่เอง?" มินตราสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือน ปากเรียวสวยเหยียดยิ้มเยาะ
"นี่เธอยังมีหน้ามาปากดีอีกเหรอ! ไปดูข้างนอกโน่นสิ! โซเชียลระเบิดเป็นจุลแล้ว คลิปบ้าอะไรไม่รู้หลุดออกมาตอนที่เธอกำลังทะเลาะกับอีตาช่างภาพหัวงูคนนั้นเมื่ออาทิตย์ก่อน แถมตอนนี้... ข่าวเก่าเรื่องเครื่องเพชรที่หายไปในกองถ่ายปีก่อน ถูกขุดขึ้นมาขยี้ซ้ำอีกรอบแล้ว!" วิกกี้โวยวายเสียงดังจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือถือเครื่องที่เหลืออยู่ในมือสั่นระริกราวกับคนเป็นไข้ป่า
คำว่า *'เครื่องเพชรที่หายไป'* ทำให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวที่อึดอัดอยู่แล้วดิ่งลงเหวในพริบตา
รินรดากวาดตามองมินตราแวบหนึ่ง แววตาของดีไซเนอร์สาวไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อน เธอยังจำข่าวฉาวโฉ่เมื่อปีมะเส็งนั่นได้ดี มินตราถูกตราหน้าว่าเป็น 'นางแบบมือสะอาดแต่ใจโจร' เพียงเพราะเครื่องเพชรราคาแปดหลักสูญหายไปในกองถ่ายที่เธอเป็นนางแบบหลัก แม้จะไม่มีหลักฐานมัดตัว แต่กระแสสังคมและสื่อเสี้ยมก็พิพากษาเธอไปจนหมดอนาคต
"ปล่อยให้มันขุดไปสิคะ" มินตราแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูร้าวรานแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น "คนพวกนั้นอยากเห็นฉันตายทั้งกลมอยู่แล้วนี่คะ ต่อให้ฉันแก้ตัวจนคอแตกตายคาจอ พวกเขาก็เลือกจะเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่ออยู่ดี"
"แต่นี่มันกองถ่ายเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ของแบรนด์ *'ROSE & REIGN'* นะมินต์!" วิกกี้เกือบจะกรีดร้องออกมาด้วยความเค้นใจ หันขวับไปทางรินรดาที่ยืนกอดอกนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน "คุณรินรดาคะ... ทางผู้บริหารแบรนด์เริ่มโทรมาเช็กข่าวกับทางดิฉันแล้วค่ะ พวกเขากลัวว่าชื่อเสียงของแบรนด์จะด่างพร้อยเพราะข่าวฉาวของยัยนี่..."
รินรดายังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นทรงเฉี่ยวทอดมองไปยังมินตราที่ยืนกัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด แม้ภายนอกนางแบบสาวจะดูแข็งกร้าวและไม่ยี่หระ แต่รินรดากลับสังเกตเห็นมือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
*ผู้หญิงคนนี้... แบกรับอะไรไว้มากมายขนาดนี้กันนะ* รินรดาคิดในใจ ความรู้สึกต่อต้านและหมั่นไส้ก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความสงสาร แต่มันคือความรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ ที่ไม่อาจหาคำอธิบาย
"แบรนด์ของฉันไม่เคยกลัวข่าวลือ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาวิกกี้ชะงักกึก รินรดาก้าวเท้าเดินเข้ามาแทรกลางระหว่างผู้จัดการส่วนตัวกับนางแบบสาว แผ่นหลังบางแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน
"คุณรินรดา... แต่ว่า..." วิกกี้อ้าปากพะงาบๆ
"ต่อให้มินตราจะเคยทำอะไร หรือถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องบ้าบออะไรก็ตาม แต่ในเวลานี้ ในพื้นที่ของฉัน หล่อนคือนางแบบที่สวมชุดที่ฉันออกแบบ และทำหน้าที่ของตัวเองได้สมบูรณ์แบบที่สุด" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนไม่มีใครกล้าเถียง ดวงตาคู่สวยหันไปสบตากับมินตราโดยตรง "เรื่องอื่น... เอาไว้เคลียร์กันทีหลัง แต่ตอนนี้ เชิญคุณวิกกี้ออกไปรอข้างนอกก่อนค่ะ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนางแบบของฉันเป็นการส่วนตัว"
วิกกี้อ้าปากค้าง กวาดสายตามองหน้าดีไซเนอร์คนเก่งสลับกับมินตราด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนจะยอมถอยก้นถอยหลังเดินออกไปจากห้องอย่างจำยอม พร้อมกับทิ้งเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ไว้เบื้องหลัง
ประตูกระจกห้องแต่งตัวปิดลง ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้า มินตรายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไหล่บางห่อลงเล็กน้อยราวกับเกราะป้องกันที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาเริ่มปริร้าว
"ไม่ต้องมาทำเป็นปกป้องฉันหรอกค่ะ" มินตราเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตหลุบมองต่ำ ไม่ยอมสบตากับรินรดาเหมือนทุกครั้ง "คุณรินรดาอาจจะเกลียดฉันมากกว่าเดิมก็ได้ที่มารusกวนโปรเจกต์สำคัญของคุณ..."
พรึบ!
ร่างสูงโปร่งของดีไซเนอร์สาวก้าวเข้าไปประชิดตัวในพริบตาเดียว เรย์ รินรดาคว้าข้อมือเรียวของมินตราเอาไว้เบื้องหน้า แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมแน่นพอที่จะบังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน
"ฉันบอกตอนไหนว่าฉันเกลียดเธอ?" รินรดาเอ่ยถามเสียงกระซิบ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าลงกว่าปกติ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของนางแบบสาวเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงาม
มินตราเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเห็นข่าวฉาวบนมือถือเสียอีก เมื่อจู่ๆ ดีไซเนอร์ปากจัดคนเดิมก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนริมฝีปากห่างกันเพียงแค่คืบ
"แต่... แต่ข่าวพวกนั้น..."
"ข่าวก็คือข่าว แต่ตาฉันเห็นอะไร... ฉันเชื่อแค่นั้น" รินรดาเอ่ยตัดบท ดวงตาคู่คมฉายแวววาววับด้วยความดุดันและจริงจังในคราวเดียวกัน "และที่สำคัญ... ฉันเกลียดที่สุดคือคนที่ยอมแพ้ให้กับคำครหาของคนอื่น... เธอกล้าพอที่จะพิสูจน์ให้พวกมันเห็นความจริงไหมล่ะ มินตรา?"
ทว่า ก่อนที่มินตราจะได้ตอบคำถามที่สั่นคลอนหัวใจดวงนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังสนั่นขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนหน้าตาตื่นของทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต
"คุณรินรดาคะ! แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้มีนักข่าวกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาถึงหน้ากองถ่ายแล้วค่ะ! พวกเขาต้องการตัวคุณมินตรา... และ... และมีคนเห็น 'ใครบางคน' ที่อ้างว่าเป็นพยานปากเอกในคดีเครื่องเพชรปีที่แล้ว กำลังเดินตรงมาที่นี่พร้อมกับไมโครโฟนค่ะ!"
รินรดาชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ขณะที่มินตราหน้าถอดสีลงในพริบตา ร่างบางเซถอยหลังไปชนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างแรงเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความแซ่บและดราม่าเดือดๆ ในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับตัวละครของเรา แล้วมาติดตามตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 4
แสงแฟลชที่ไม่เป็นใจ
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!