นาทีเศษๆ ที่ผ่านไปราวกับถูกดึงให้ยาวนานเป็นปี เสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องแต่งตัวหลังกองถ่ายกำลังเดินถอยหลังอย่างโหดร้าย ทุกวินาทีที่เคลื่อนผ่านคือเสียงหัวใจของมินตราที่เต้นระรัวด้วยความโกรธปนความท้าทาย ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยผ่านการสวมเครื่องเพชรราคาหลักล้านมาแล้ว กำลังสั่นระริกด้วยความเคืองแค้นขณะกระชากซิปชุดเดรสผ้าไหมซาตินสีเลือดหมูตัดเย็บพิเศษขึ้นอย่างทุลักทุเล
ให้ตายสิ! ผู้หญิงบ้าอะไร เย่อหยิ่ง ปากร้าย แถมยังเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งสมกับฉายา ‘ดีไซเนอร์ร้อยศพ’ ที่พวกสไตลิสต์ในวงการร่ำลือกันไม่มีผิด!
"สี่นาที... คุณเหลือเวลาอีกแค่หันมองนาฬิกาตัวเองได้แล้วมั้งคะ คุณมินตรา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบเสน่ห์แต่เย็นชาจนยะเยือกดังขึ้นจากมุมห้อง มินตราสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ รินรดายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เก๋กวาดมองสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า ราวกับเธอนางแบบระดับท็อปของประเทศคนนี้เป็นแค่หุ่นลองเสื้อไร้จิตวิญญาณตัวหนึ่งเท่านั้น
"เสร็จแล้วค่ะ! ไม่ต้องมาจิกกัดฉันทุกวินาทีก็ได้มั้งคะ คุณรินรดา" มินตราหันขวับกลับมาประจันหน้า สะบัดเสียงใส่ด้วยความหมั่นไส้ พลางเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมเพราะความรีบร้อนก็ตาม
รินรดาไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขยับเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นิชราคาแพงที่ผสมผสานความเซ็กซี่และดุดันลอยเข้าแตะจมูกจนมินตราต้องเผลอกลั้นหายใจ ดีไซเนอร์สาวหยุดยืนห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งสองต้องสบตากันตรงๆ แววตาของรินรดาลึกซึ้งและยากจะคาดเดา
เรียินรดายื่นมือเรียวที่สวมแหวนเงินดีไซน์ดิบเถื่อนแต่น่ามองออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่ปกเสื้อซาตินที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยอย่างถือวิสาสะ มินตราตัวแข็งทื่อ ช็อกไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระโดดลงมาเต้นตุမ်းตั้มอยู่ตรงลำคอ ความใกล้ชิดที่กะทันหันทำให้สติที่กำลังพะว้าพะวังกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ
"แต่งตัวสะี่กเพรื่อ... สมแล้วที่เป็นนางแบบตกอับที่ไร้แม้แต่สไตลิสต์ส่วนตัวคอยดูแล" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เชือดเฉือนดังลอดริมฝีปากบางเฉียบที่เคลือบด้วยลิปสติกสีนู้ดเข้ม รินรดาจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างประณีตบรรจงทุกกระเบียดนิ้วราวกับศิลปินกำลังแต่งแต้มผลงานชิ้นเอก ก่อนจะชักมือกลับแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยท่าทางเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "แต่ก็นะ... หุ่นของคุณยังพอกู้สถานการณ์ชุดนี้ได้บ้าง ไม่อย่างนั้นฉันคงไล่คุณออกไปพ้นตาสายตาตั้งแต่เดินเข้าห้องมาแล้วล่ะค่ะ"
"นี่คุณ!" มินตราปัดมือตัวเองลงข้างลำตัว กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงสมอง "ปากแบบนี้ชาติที่แล้วทานตะปูแทนข้าวมาเหรอคะ ถึงได้คมคายบาดใจคนฟังขนาดนี้! ฉันจะบอกอะไรให้นะคะคุณรินรดา ถึงฉันจะตกอับหรือไม่มีสไตลิสต์ส่วนตัว แต่มินตราคนนี้ก็ไม่เคยยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นๆ หรอกนะ!"
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายว่าขบขัน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อดิ้นรนอยู่ในกำมือ
"ศักดิ์ศรีเหรอคะ?" ดีไซเนอร์สาวทวนคำ น้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน "ของแบบนั้นมันกินไม่ได้หรอกนะคะ คุณมินตรา... โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่กำลังจะถูกฉีกสัญญาและถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากโปรเจกต์นี้เพราะทำกองถ่ายเสียหายยับเยินเมื่อครู่"
รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของมินตราแข็งค้างไปทันที ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เรื่องสัญญาลับและการเตรียมฟ้องร้องเป็นความลับสุดยอดที่เธอพยายามปกปิดเอาไว้ ทำไม... ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงรู้?
"คุณ... หมายความว่ายังไง" เสียงของมินตราเริ่มสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา
รินรดาเดินไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะแต่งหน้าขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะยื่นมันมาตรงหน้ามินตรา บนจอแสดงภาพร่างสัญญาฉบับใหม่ที่ระบุข้อตกลงอันแสนโหดร้ายและบีบคั้นหัวใจ
"ข้อเสนอแรก... คุณเดินออกไปจากที่นี่ตอนนี้ พร้อมกับภาระหนี้สินก้อนโตและชื่อเสียงที่พังยับเยินจนไม่มีวันผุดไม่มีวันเกิดในวงการบันเทิงอีกเลย..." รินรดาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบขึ้นสบตากับนางแบบสาวที่กำลังหน้าซีดเผือด "...กับข้อเสนอที่สอง เป็นนางแบบกึ่งเอ็กซ์คลูซีฟให้แบรนด์ของฉัน เซ็นสัญญาทำงานใช้หนี้ และ... ทำตามกฎทุกข้อที่ฉันสั่ง ห้ามเถียง ห้ามขัดคำสั่ง และที่สำคัญที่สุด..."
รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวมินตราอีกครั้ง จนแผ่นหลังบางของนางแบบสาวชนเข้ากับกระจกบานใหญ่ ไร้ทางหนี ปลายนิ้วเรียวเอื้อมขึ้นมาแตะปลายคางมนของมินตรา บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยอำนาจและความท้าทาย
"...คุณต้องยอมรับคำสั่งของฉันในฐานะ 'นายเหนือหัว' ของคุณตลอดโปรเจกต์นี้ค่ะ"
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ไออุ่นจากปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่แตะอยู่บนคางส่งกระแสความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วผิวเนื้อ เคมีอันตรายบางอย่างกำลังคุกรุ่นขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด เธอรู้ดีว่านี่คือการยื่นข้อเสนอที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ... แต่มันก็ช่างเป็นการยอมจำนนที่อันตรายต่อหัวใจเสียเหลือเกิน
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา ดวงตากลมโตจ้องตอบนัยน์ตาคู่คมอย่างไม่ยอมหลบ แม้ริมฝีปากจะเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเจ็บใจ แต่เธอก็รู้ดีว่าทางเลือกมีเพียงหนึ่งเดียว
"คุณมันปีศาจชัดๆ..." มินตราเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่าแววตากลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
รินรดากระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ใบหน้าสวยเฉี่ยวโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดแก้มเนียนจนมินตรารู้สึกร้อนผ่าวไปหมด
"ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกของฉันค่ะ... เด็กน้อย"
เพล้ง! เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องแต่งตัวที่เปิดแง้มไว้หลุดร่วงลงพื้นกระจายแตกละเอียด ทำลายความเงียบงันและดึงสติของทั้งสองคนให้ผละออกจากกันอย่างตกใจ รินรดาและมินตราหันขวับไปมองพร้อมกัน และพบกับร่างสูงของใครบางคนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น... คนที่พวกเธอไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของสการ์เล็ตโรสเสมอนะคะ
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคุมเกม
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตกอับในกองถ่ายพายุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!