ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 16

ความจริงที่ถูกฝัง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ระคนกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ ยามที่หลินซูเหยาใช้ปลายเข็มเงินชุบสารละลายกรดเกลือแตะลงบนรอยสลักรูปดอกเบญจมาศกลีบซ้อนบนโครงกระดูกมนุษย์ เนื้อผ้าแพรต่วนปักดิ้นทองที่เปื่อยยุ่ยจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งยามที่นางขยับข้อมืออย่างระมัดระวัง ความจริงมักซ่อนอยู่เสมอ... ไม่ใช่ในคำกล่าวอ้างของพงศาวดาร แต่ซ่อนอยู่ในซอกหลืบของกระดูกที่ถูกฝังกลบมานานถึงห้าปี "ซูเหยา... เจ้าใช้เวลากับซากศพไร้หัวพวกนี้มานานเกินหนึ่งชั่วยามแล้วนะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามราตรีดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง จ้าวเฟยหลงก้าวเท้าเดินออกจากเงาสลัวของเสาไม้จันทน์หอม อาภรณ์สีนิลสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายเงินยวดยิ่งขับเน้นให้ร่างสูงใหญ่ดูน่าเกรงขามและเยือกเย็นจนแทบแช่แข็งบรรยากาศรอบกายได้ ทว่าแววตาที่ทอดมองสตรีเบื้องหน้ากลับเต็มไปด้วยความห่วงaาและระaุนรักที่พยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุด หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากร่างไร้วิญญาณ นางเพียงปักเข็มเงินลงบนร่องกระดูกชิ้นสุดท้ายอย่างแม่นยำ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เย็นเยียบยิ่งกว่าสายลมฤดูหนาว "หากหม่อมฉันไม่เร่งไขปริศนาโครงกระดูกของอดีตพระชายาเอกแห่งจวนอ๋องเจิ้นเป่ยผู้นี้ เกรงว่าอีกไม่นาน... พวกเราคงต้องกลายเป็นโครงกระดูกให้คนอื่นมาพลิกหาความจริงแทนเพคะ ท่านอ๋อง" คำพูดนั้นทำให้มุมปากหนาของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์บูรพากระตุกขึ้นเล็กน้อย จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ร่างสูงใหญ่โน้มลงมาจนปลายจมูกโด่งเป็นสันแทบชิดกับเส้นผมหอมกรุ่นกลิ่นดอกเหมยของนาง ฝ่ามือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่เปื้อนคราบเขม่าควันของนางไว้แน่น ราวกับต้องการถ่าย ⁠ทอดความอบอุ่นเพื่อขับไล่ความหม่นหมองของอดีตที่พวกเขากำลังขุดคุ้ย "ในเมื่อเจ้าอยากรู้ เจ้าก็จะได้รู้... คนที่ลงมือสังหารนางในคืนวันแต่งตั้งรัชทายาทเมื่อห้าปีก่อน ไม่ใช่คนไกลที่ไหน" จ้าวเฟยหลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ "มันคือคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรในเวลานี้ต่างหาก" หลินซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยไหววูบเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก นางหันกลับไปสบตาคมกริบของสามีในนามผู้คลั่งรักอย่างลึกซึ้ง ห้าปีก่อน หลินซูเหยาคนเก่าเคยตกเป็นแพะรับบาปในคดีลอบวางยาพิษอดีตพระชายาเอก จนต้องถูกเนรเทศและเกือบเอาชีวิตไม่รอดบนเส้นทางสายเปลี่ยว หากแต่นางในยามนี้ไม่ใช่คุณหนูรองผู้ไร้พิษสงคนเดิม นางคือแพทย์หญิงผู้ย้อนเวลากลับมาพร้อมกับความแค้นที่สลักลึกถึงกระดูก และร่องรอยการตายที่นางกำลังพิสูจน์ในวันนี้ ก็คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้สั่นคลอนบัลลังก์ของฮ่องเต้ผู้ปิตุฆาต! "รอยแผลที่กระดูกต้นคอชิ้นที่สาม... เกิดจากกระบี่สุริยันจันทร์ทรา" หลินซูเหยาเอ่ยขึ้น พลางใช้นิ้วเรียวแตะลงบนรอยบากที่ปรากฏชัดภายใต้แสงเทียนวับแวม "อาวุธประจำกายขององครักษ์เงาหลวง... สิ่งนี้ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำด้วยพระองค์เอง แต่มี 'ราชโองการลับ' สั่งการลงมาอย่างชัดเจน" บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรพลันเงียบงันลงทันที เสียงเปลวไฟที่เผาไหม้ไส้เทียนดังปะทุขึ้นเบาๆ ราวกับจะเตือนให้พวกเขารู้ถึงเวลาที่กำลังงวดเข้ามา ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบอยู่บนใบไม้แห้งก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามด้วยเสียงเคาะรัวกระชั้นชิดที่ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลง "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์คนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ราชโองการด่วนจากในวังหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องนำกำลังพลหนึ่งแสนนายเดินทางไปปราบกบฏที่ชายแดนประจิมทันทีโดยไม่ต้องรอรุ่งสาง และ..." องครักษ์ผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "และมีพระราชโองการอีกฉบับ... สั่งปลดและควบคุมตัวพระชายาหลินซูเหยา ในข้อหาลักลอบขุดคุ้ยสุสานหลวงและทำลายพระศพไร้กาลเทศะพ่ะย่ะค่ะ!" จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบฉายแววดุร้ายดั่งพยัคฆ์หิวกระหาย รัศมีกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้ เขากระชับกระบี่ข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่าก่อนที่บุรุษหนุ่มจะทันได้เอ่ยสิ่งใด หลินซูเหยาผู้เป็นภรรยากลับแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มของนางงดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยพิษร้ายที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ในคราเดียว นางยื่นมือเรียวไปแตะปลายคางของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า "ท่านอ๋อง... อย่าเพิ่งกริ้วไปเลยเพคะ" หลินซูเหยาปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานแกะสลัก ที่ซึ่งเงาร่างนับร้อยของทหารหลวงกำลังเคลื่อนไหวปิดล้อมจวนอ๋องเจิ้นเป่ยเอาไว้ทุกด้านอย่างแนบเนียน "ในเมื่อพวกเขาอยากเล่นเกมนี้กับเรานัก... หม่อมฉันก็จะแสดง 'ละครฉากใหญ่' ให้พวกเขาดูเอง ว่าคนที่ขุดหลุมฝังศพผู้อื่น สุดท้ายแล้ว... ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นคนลงไปนอนในหลุมนั้น!" มือเรียวบางของนางเอื้อมไปหยิบถ้วยชาอุ่นที่วางอยู่ข้างศพขึ้นมาจรดริมฝีปาก พลางทอดสายตาคมปลาบไปยังความมืดมิดเบื้องนอกด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น... เกมการเมืองครั้งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%