ประกายไฟสีส้มจัดจากกองฟืนที่กำลังแตกปะทุ สะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมดุจเหยี่ยวของจ้าวเฟยหลง ราวกับเปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่ในห้วงสมุทรอันเย็นเยียบ ความเงียบงันภายในถ้ำลึกแห่งนี้ถูกขับเน้นให้เด่นชัดยิ่งขึ้นด้วยเสียงหรีดหรีดเรไรยามค่ำคืน และหยาดฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมากระทบยอดไม้ด้านนอกจนเกิดเสียงซ่าระคายหู
หลินซูเหยาขยับกายเล็กน้อย อาภรณ์ปักลายหงส์สีเหมยฮวาที่เปียกชื้นแนบไปกับแผ่นหลังบอบบาง แม้ในยามที่ความหนาวเหน็บจากไอฝนป่าจะแทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำจนปลายนิ้วชาดิ่ง แต่สตรีในอาภรณ์สูงศักดิ์กลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่น นางเพียงแต่รินน้ำอุ่นจากกาสัมליลงในจอกหยกเขียวอย่างเชื่องช้า ละเมียดละไม ราวกับกำลังนั่งจิบชาอยู่ท่ามกลางศาลาเหมยฮวาในจวนอ๋อง มิใช่หลบภัยพายุอยู่กลางป่าลึกที่เต็มไปด้วยเงื้อมมือของมือสังหารที่ยังคงไล่ล่า
"เจ้าควรดื่มเสียหน่อย" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินกระทบกันในลำธารลึกดังขึ้น ทว่าแฝงความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ภายใต้ความเยชา จ้าวเฟยหลงยื่นก้อนถ่านที่ห่อด้วยผ้าหนามาให้ นางรับมาอย่างนิ่งสงบ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสโดนฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการผ่านศึกสงครามโดยบังเอิญ ไออุ่นจากอีกฝ่ายแผ่ซ่านเข้ามาตัดกับความหนาวเหน็บภายนอกอย่างน่าประหลาด
"หม่อมฉันไม่หนาวเพคะ... ท่านอ๋องต่างหากที่ควรระวังพระวรกาย แผลที่พระอังสาซ้ายยังมิได้เปลี่ยนโอสถ" ซูเหยาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบกวาดมองคราบเลือดที่ซึมผ่านเนื้อผ้าแพรสีดำสนิทบริเวณหัวไหล่ของบุรุษตรงหน้า นางวางจอกแาลวขยับกายเข้าไปใกล้โดยไม่รอให้เขาอนุญาต
จ้าวเฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้างดงามที่อยู่ใกล้เพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนาง—กลิ่นหอมคล้ายดอกเหมยท่ามกลางหิมะโปรย—ลอยละลิ่วเข้ามาปะปนกับกลิ่นอายดินฝนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ บดบังความตึงเครียดของสถานการณ์เบื้องนอกจนหมดสิ้น
"เจ้ากล้าสั่งเราหรือ... ซูเหยา" เขาเอ่ยเสียงพร่า ทว่าแววตากลับพ라우ระยับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอաբาทด้วยคำพูด บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพนับแสน ผู้ซึ่งเคยเหยียบย่างผ่านทุ่งสังหารมาอย่างไร้ความปรานี ยามนี้กลับยอมนั่งนิ่งให้สตรีตัวเล็กๆ ถอดอาภรณ์ชั้นนอกออกเพื่อทำแผลให้อย่างว่าง่าย
"หม่อมฉันมิได้สั่ง... แต่หม่อมฉันเป็นแพทย์ หากพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ด้วยพิษแผลกำเริบท่ามกลางป่าเขาเช่นนี้ แผนการทวงคืนความยุติธรรมให้สกุลหลินของหม่อมฉัน มิใช่ต้องพังทลายลงเพราะความดื้อรั้นของคนผู้เดียวหรอหรือเพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่แฝงความเฉียบคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคออย่างขบขัน ดวงตาคู่คมจดจ้องใบหน้านวลเนียนที่กำลังตั้งอกตั้งใจโรยผงโอสถสมานแผลลงบนบาดฉกรรจ์ด้วยความนิ่มนวล ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบสัมผัสโดนผิวเนื้ออุ่นจัดทำให้เขาสะท้านเล็กน้อย
"เจ้าคิดว่าเราปกป้องเจ้า... เพราะกลัวแผนการของเจ้าจะพังทลายเท่านั้นหรือ"
มือที่กำลังพันผ้าพันแผลชะงักไปชั่วลมหายใจ หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาCนิ่งงัน นัยน์ตาสีหมึกคู่นั้นลุ่มลึกราวกับหลุมพรางที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่ง นางอ่านความหมายในแววตาคู่นั้นออก... ความรู้สึกที่หนักแน่นดั่งขุนเขาและดุดันดั่งพายุ ที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกตรงๆ แต่กลับแสดงออกผ่านการเอาชีวิตเข้าแลกถึงสองครั้งสองคราในรอบสัปดาห์นี้
"ท่านอ๋อง... เราต่างก็เป็นหมากในกระดานที่ถูกบีบให้ต้องเดิน ความลุ่มหลงหรือความผูกพัน เป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับคนที่มีศัตรูรออยู่เบื้องหน้าเพคะ" นางเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็น
"ฟุ่มเฟือยงั้นหรือ?" จ้าวเฟยหลงยื่นมือใหญ่เข้าโอบประคองแก้มนวลเนียนของนางไว้แผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นนั้นทำเอาหัวใจที่ด้านชามาหลายภพชาติของแพทย์หญิงจากโลกอนาคตกระตุกวูบ "หากความรู้สึกนี้คือความฟุ่มเฟือย... เราก็ยินดีจะละลายทรัพย์สินและอำนาจทั้งหมดที่มี เพื่อแลกกับการได้กักขังเจ้าไว้ในอ้อมแขนนี้เพียงผู้เดียว... ซูเหยา"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงและดุดันนั้นทำให้นางถึงกับพูดไม่ออก ในโลกที่เต็มไปด้วยการหักหลัง เล่ห์เหลี่ยม และการแย่งชิงบัลลังก์ มีเพียงบุรุษผู้นี้ที่กล้าประกาศกร้าวต่อหน้าความตายว่าจะปกป้องนางด้วยลมหายใจทั้งหมดที่มี
บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่เริ่มซาลง เหลือไว้เพียงไออุ่นจากกองไฟที่ประสานเข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในอกของคนทั้งสอง
ทว่า... ในวินาทีที่ความอ่อนโยนกำลังหลอมรวมหัวใจสองดวงเข้าหากันอย่างช้าๆ
*แกร๊ก...*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นแผ่วเบาจากความมืดมิดเบื้องหน้าปากถ้ำ!
จ้าวเฟยหลงตวัดสายตาดุดันไปยังความมืดมิดนั้นในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานคว้ากระบี่ประจำกายขึ้นมาตั้งรับอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด พร้อมกับที่หลินซูเหยาชักเข็มเงินอาบยาพิษนับสเปเล่มขึ้นมาถือไว้มั่นในอุ้งมือ ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่เงาของมือสังหารจากสำนักลับที่พวกเขากำลังระแวดระวัง
แต่เป็นลูกศรดอกหนึ่งที่ปักลงบนพื้นดินตรงหน้า พร้อมกับคราบเลือดสดๆ ที่หยดลงเป็นทางยาว... และป้ายหยกประจำตัวของ "องค์ชายสาม" ที่สลักลายมังกรห้าเล็บ ซึ่งกลิ้งหลุดออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมกับร่างของขันทีสนิทที่ล้มลงหมดสติอย่างไร้ลมหายใจ!
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 15
คืนอันหนาวเหน็บ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!