กลิ่นกำยานปักษาลี้ลับคละคลุ้งหนาแน่นในห้องรับรองชั้นในของจวนสกุลเซี่ย ทว่ากลับไม่อาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาจากร่างของใต้เต้าไท่ฝู มหาอำมาตย์ผู้ชราภาพและนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงหลุมบุษบก
หลินซูเหยาในอาภรณ์สีเทาเข้มปักลายใบบัวหลวงด้วยด้ายเงินเรียابง่ายแต่ทิ้งท่วงท่าสง่างามดั่งภาพวาดโบราณ นางกำลังจรดเข็มทองคำยาวสามนิ้วลงบนจุดชีพจร 'เสินเหมิน' ของผู้อาวุโสอย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวไร้ซึ่งความลังเล ราวกับนางกำลังบรรเลงบทเพลงพิณที่ถูกกำหนดโน้ตไว้หมดแล้ว
"อาการของท่านมหาอำมาตย์ลุกลามถึงขั้นนี้... เกรงว่าต่อให้เชิญหมอหลวงทั่วทั้งเมืองหลวงมา ก็คงทำได้เพียงจัดเตรียมพิธีศพให้สมเกียรติกระมังพ่ะยะค่ะท่านกุนซือ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน นางหมุนเข็มทองในมืออีกครึ่งรอบอย่างประณีต ปล่อยให้โลหิตสีคล้ำไหลซึมผ่านปลอกเข็มลงสู่ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนิล นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ "หากแพทย์หลวงทำได้แค่นั้นจริง ราชสำนักคงร้างผู้คนเร็วกว่าที่คิดนะคะ ท่านอ๋อง"
จ้าวเฟยหลงก้าวออกจากเงาสลัวของม่านไหมโปร่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายทองคำทอประกายวับวาม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองร่างของมหาอำมาตย์เซี่ยผู้กุมคะแนนเสียงขุนนางครึ่งราชสำนัก ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้างดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาอันน่าหมั่นไส้ของชายาตนเอง
เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ กลิ่นอายกดดันอันดุดันและทรงอำนาจแผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา "เจ้าเอาตัวเองมาเสี่ยงในรังเสือเช่นนี้ เพียงเพื่อช่วยตาแก่ใกล้ตายคนหนึ่งอย่างนั้นหรือ ซูเหยา... เกมกระดานนี้เจ้าเดินหมากตาใหญ่เกินไปแล้ว"
"ตาใหญ่หรือคะ?" ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดำขลับฉายประกายเยືือกเย็นและชาญฉลาดจนน่าหลงใหล "หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อช่วยคนใกล้ตาย แต่มาเพื่อ 'ซื้อ' ต่างหากล่ะคะ ใต้เต้าไท่ฝูผู้นี้กุมรายชื่อขุนนางที่รับสินบนจากกลุ่มกบฏชายแดนใต้ไว้ครึ่งหนึ่ง หากเขาตายไปพร้อมกับความลับนั้น... พวกเราคงต้องเหนื่อยกับการกวาดล้างไปอีกหลายปี ท่านอ๋องผู้ปรีชาสามารถคงไม่โปรดปรานความยุ่งยากเช่นนั้นหรอกกระมังคะ"
จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ความดุดันในแววตาเจือประกายความระaุร้อนที่ยากจะควบคุม เขายื่นมือหนาไปแตะปลายคางมนของนางแผ่วเบา ราวกับจะหยอกเย้าแต่ก็เต็มไปด้วยการแสดงความเป็นเจ้า-ของ "เจ้าช่างกล้าหาญและ... ดื้อรั้นเสียจริง ต่อรองกับสามีผู้กุมกองทัพพยัคฆ์เช่นข้า เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะจับเจ้าขังไว้ในตำหนักและไม่ยอมให้ก้าวเท้าออกมาอีกเลยหรือ"
"หากท่านอ๋องทรงทำเช่นนั้น..." ซูเหยาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาระยิบระยับด้วยประกายท้าทาย "วันรุ่งขึ้น... ยาพิษไร้ลักษณ์ในชาถ้วยโปรดของพระองค์ คงออกฤทธิ์ได้ดีพอกับฝีมือการปรุงยาของหม่อมฉันพ่ะยะค่ะ"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองพลันตึงเครียดขึ้นในชั่วพริบตา ก่อนที่มุมปากหยักลึกของจ้าวเฟยหลงจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น เขาชื่นชอบเหลือเกินยามที่นางต่อกรกับเขาอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใดเช่นนี้
"บังอาจนัก..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหูนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง "แต่ข้าชอบ"
ในจังหวะที่ความเงียบอันลึกซึ้งกำลังโอบล้อมคนทั้งสอง เสียงไอโขลกอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากเตียงนอน ใต้เต้าไท่ฝูค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองรอบตัวก่อนจะมาหยุดที่ร่างของสตรีในชุดสีเทาผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
"เจ้า... เจ้าคือ..." เสียงแหบแห้งเอ่ยถามอย่างหวาดระแวง
"ข้าคือผู้ที่จะต่อลมหายใจให้ท่านไปอีกสิบปีเจ้าค่ะ... ใต้เต้า" ซูเหยาดึงรอยยิ้มทางการค้ากลับมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว นางถอยหลังหนึ่งก้าวประสานมือคารวะตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ "แลกกับการที่ท่านต้องลงนามในม้วนคัมภีร์สารภาพบาปฉบับนี้ เพื่อมอบความยุติธรรมให้แผ่นดิน... และให้แก่พวกเรา"
มหาอำมาตย์ชราจ้องมองกระดาษสีขาวที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า สลับกับเงาร่างของอ๋องเจิ้นเป่ยที่ยืนกอดอกด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แผ่รังสีฆ่าฟันรุนแรง ขุนนางเฒ่าตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดเบื้องหน้า เขารู้ดีว่าหากไม่เซ็น... ความตายรออยู่เบื้องหน้าทันที แต่หากเซ็น... ตระกูลเซี่ยของเขาก็จะรอดพ้นจากการกวาดล้าง
มือเหี่ยวย่นสั่นเทาหยิบพู่กันขึ้นมาอย่างยากลำบาก ปลายขนพู่กันจรดลงบนกระดาษ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
*แกร๊ก...*
เสียงเปิดประตูห้องรับรองชั้นนอกดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ามันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับกลิ่นอายเย็นเยียบและรอยยิ้มประหลาดที่ส่งตรงมายังซูเหยา
"ช้าก่อน... ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะการเจรจาอันรื่นรมย์ของท่านอ๋องกับชายาเสียแล้วกระมังพ่ะยะค่ะ... พระชายา"
ซูเหยาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาหรี่แคบลงทันทีเมื่อพบว่าเป็นใคร—หมอเทวดาผู้ลึกลับที่หายตัวไปจากเมืองหลวงเมื่อสามปีก่อน และเป็นบุคคลเดียวที่ถือครองตำรับยาพิษย้อนรอยที่นางกำลังตามหา!
จ้าวเฟยหลงก้าวมาบังร่างของชายาไว้ครึ่งหนึ่ง มือขวาแตะด้ามกระบี่ข้างกายอย่างสัญชาตญาณ ดวงตาดุดันจ้องเขม็งไปยังแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 14
หมอเทวดาผู้ลึกลับ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!