ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 13

คำลวงขององค์ชายสาม

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอวลอยู่เบื้องหน้า เจือจางด้วยกลิ่นอายอันเย็นเยียบของราชสำนักที่ซุกซ่อนคมดาบไว้ใต้ผืนผ้าแพรต่วน หลินซูเหยานั่งนิ่งสงบอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูงแกะสลักลวดลายเมฆมงคล อาภรณ์สีม่วงอ่อนปักดิ้นเงินลายดอกหมู่단 (โบตั๋น) ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งไข่มุกราตรี เรือนผมสีดำสนิทถูกเกล้าเป็นมวยทรงสูง ประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักรูปหงส์กางปีก ปลายปิ่นไกวตามจังหวะการขยับตัวเพียงเล็กน้อย ทว่าแววตาคู่คมกลับประดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ระลอกคลื่น ทว่าลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง เบื้องหน้าของนางคือ ‘องค์ชายสาม’ จ้าวอวี้เฉิง ผู้ซึ่งแย้มสรسمดุจบุปผาอาบยาพิษ พระองค์ทรงอาภรณ์สีทองปักลายมหาราชห้าเล็บ แสดงถึงความทะเยอทะยานที่มิอาจปิดมิด "ชายารองหลิน… เหตุใดจึงใจจืดใจคอเช่นนี้เล่า" สุ้มเสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องรับรองส่วนตัวของโรงเตี๊ยมเทียนเซียง องค์ชายสามทอดพระเนตรหญิงสาวด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง แฝงแววคุกคามและชื่นชมระคนกัน "เก้าอี้ข้างกายข้าว่างเปล่ามานาน เหตุใดเจ้าจึงยอมทนจมปลักอยู่กับบุรุษผู้เย็นชาไร้หัวใจอย่างจ้าวเฟยหลงเล่า? อำนาจในกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ… แม้จะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่วันหนึ่งเมื่อเสร็จศึกษาก็ถูกปลดอาวุธ สู้มาอยู่ใต้ร่มเงาของข้ามิได้หรอก เจ้าอยากได้สิ่งใด ข้าย่อมประทานให้ได้ทุกอย่าง" หลินซูเหยามิได้สะทกสะท้าน นางยกถ้วยชาขึ้นจิบนิดๆ สัมผัสรสชาติฝาดขมปนหวานล้ำของใบชาหลง징ชั้นยอด ดวงตาดอกท้อช้อนขึ้นมองสบกับองค์ชายสามอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้ม ทว่ากลับทำให้ผู้มองรู้สึกหนาวเยือกถึงสันหลังวาบ "หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีโง่เขลาคนหนึ่ง ย่อมไม่เข้าใจเรื่องการบ้านการเมืองหรอืเพคะ" สุ้มเสียงหวานใสกังวานใสราบบางเบา ดั่งเสียงพิณที่ถูกดีดอย่างระมัดระวัง "แต่สุนัขที่เลี้ยงไว้ในจวน แม้จะดุร้ายและชอบแยกเขี้ยวใส่ผู้คนเพียงใด มันก็ยังรู้จักเจ้านาย และรู้ว่าชามข้าวของตนอยู่ที่ไหน หม่อมฉันเองก็เช่นกัน… เกลียดนักที่จะกินเศษอาหารที่คนอื่นคายทิ้งแล้ว" พระพักตร์ขององค์ชายสามชะงักก้าง รอยแย้มสรวลแทบจะแข็งค้างในทันที ดวงตาคู่คมหรี่แคบลงด้วยความกริ้วโกรธ "เจ้าเปรียบข้าเป็นเศษอาหารอย่างนั้นหรือ?" "หม่อมฉันมิกล้าบังอาจ" หลินซูเห่าวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงกระทบเบาๆ ทว่าดังก้องกังวานในความรู้สึกของอีกฝ่าย นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ประกายในดวงตาคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม "เพียงแต่... องค์ชายทรงลืมไปแล้วกระมัง ว่าเกมหมากกระดานนี้ ผู้ใดกันแน่ที่เป็นผู้ถือหมาก และผู้ใดเป็นเพียงเบี้ยที่รอเวลาถูกเขี่ยทิ้ง" บรรยากาศภายในห้องพลระอุด้วยแรงกดดันอันมองไม่เห็น องค์ชายสามขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูนเด่น พระองค์ไม่เคยคิดเลยว่าสตรีที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงคุณหนูรองผู้ไร้ค่าในตระกูลหลิน จะแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบที่พร้อมเชือดเฉือนพระองค์ได้ทุกเมื่อเช่นนี้ ทว่า ก่อนที่องค์ชายสามจะทันได้ตรัสสิ่งใดตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูไม้แกะสลักถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคารพกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น กลิ่นอายอันเย็นเยียบดุจลมหนาวจากแดนเหนือแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งห้องทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ทมิฬด้วยดิ้นทองก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เยือกเย็นและทรงอำนาจ ดวงตาคมปลาบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมององค์ชายสามด้วยรัศมีฆ่าฟันที่รุนแรงจนแทบจะทำให้หายใจไม่ออก จ้าวเฟยหลง… อ๋องเจิ้นเป่ยผู้กุมอำนาจกองทัพครึ่งค่อนแผ่นดิน เสด็จมาถึงแล้ว พระองค์ไม่ได้ตรัสสิ่งใด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังเก้าอี้ของหลินซูเหยา มือหนาแกร่งยื่นออกไปวางทอดลงบนพนักพิงศีรษะของนางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สายตาที่ทอดมององค์ชายสามเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี "เสด็จพี่... ดูท่าทางท่านจะว่างงานมากกระมัง ถึงได้เสด็จมาคุยเล่นกับชายารองของผู้อื่นถึงนอกจวนเช่นนี้" สุ้มเสียงของจ้าวเฟยหลงต่ำทุ้ม เย็นชา และเปี่ยมด้วยแรงกดดันระดับที่ทำให้องค์ชายสามต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว "จ้าวเฟยหลง! เจ้ากล้าสามหามต่อหน้าข้า..." "ข้าจะกล้ามากกว่านี้ หากผู้ใดบังอาจแตะต้องของๆ ข้าแม้แต่ปลายเส้นผม" จ้าวเฟยหลงตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นวับหนึ่ง หลินซูเหยาเหลือบสายตาขึ้นมองบุรุษที่ยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหลัง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านเข้ามาในใจท่ามกลางสมรภูมิการเมืองอันหนาวเหน็บ นางแย้มสรวลน้อยๆ ก่อนจะยื่นมือไปแตะชายเสื้อผ้าแพรของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนสติ ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือด ข้ารับใช้คนสนิทของจ้าวเฟยหลงก็พุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือราชโองการลับฉบับหนึ่งแนบไว้เหนือศีรษะ "ท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระราชโองการด่วนจากในวังหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ปลดอำนาจแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬของท่านทันที!" จ้าวเฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันที ขณะที่องค์ชายสามกลับแย้มสรวลเหี้ยมเกรียมขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบขาดใจ หลินซูเหยากลับค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบ — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%