ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 12

งานเลี้ยงฉลองชัย

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"หากท่านอ๋องทรงประสงค์จะให้หม่อมฉันเป็นเพียงดอกไม้ประดับแจกันในงานเลี้ยงคืนนี้ เห็นทีเกรงว่าบุปผาดอกนี้จะมีหนามแหลมคมกว่าที่พระองค์คาดคิดนะคะ" น้ำเสียงของหลินซูเหยาราบเรียบ ทว่ากังวานดุจเสียงกระดิ่งแก้วที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ จ้าวเฟยหลงหยุดฝีเท้าลงกะทันหันบนระเบียงทางเดินที่ทอดยาวไปยังโถงจัดเลี้ยง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีหรี่ลงเล็กน้อย พลางจ้องมองร่างระหงในชุดอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินละเอียดละออ ผ้าไหมชั้นดีพริ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน ขับเน้นให้ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับดูผุดผ่องราวกับหยกเนื้อดีที่ได้รับการเจียระไนอย่างประณีต "เจ้าช่างกล้าหาญนัก หลินซูเหยา" จ้าวเฟยหลงเอ่ย ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนปะทะใบหน้าของนางเมื่อเขาขยับกายเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นจันทน์หอมจางๆ จากอาภรณ์ของเขา "เจ้าคิดหรือว่าในงานเลี้ยงฉลองชัยคืนนี้ ที่มีทั้งขุนนางฝ่ายกังฉินและทูตจากแคว้นใกล้เคียง ความฉลาดของเจ้าจะช่วยชีวิตเจ้าได้... หรือจะยิ่งชักนำภัยเข้าใกล้ตัว?" หลินซูเหยาคลี่ยิ้มบาง ทว่าในดวงตาคู่สวยกลับไร้ซึ่งความหวั่นเกรง นางหยิบพัดด้ามจิ้วที่ทำจากกระดาษสาเขียนลายพู่กันจีนขึ้นมากางออกเบาๆ ปิดบังรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเลศนัย "ภัยอันตรายที่มองเห็น ย่อมรับมือได้ง่ายกว่างูพิษที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อท่านอ๋องมิใช่หรือคะ? หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการจะเตือนว่า คืนนี้อย่าได้ทรงคาดหวังว่าจะได้เห็นสตรีอ่อนแอที่ยอมจำนนต่อโชคชะตาอีกต่อไป" จ้าวเฟยหลงกระตุกยิ้มมุมปาก ความรู้สึกหลงใหลในความถือดีของนางเริ่มก่อตัวเป็นพายุที่ยากจะต้านทาน เขาไม่ได้โกรธเคือง กลับรู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาดที่ได้เห็นสตรีผู้นี้กางกรงเล็บออกมาต่อหน้าเขา โถงใหญ่ของพระราชวังตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงคบเพลิงสว่างไสวสะท้อนกับเครื่องทองเหลืองที่จัดวางอย่างหรูหรา เสียงดนตรีบรรเลงบทเพลงมงคลดังกังวานไปทั่วบริเวณ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างจับกลุ่มสนทนา แต่ทันทีที่ร่างของท่านอ๋องเจิ้นเป่ยปรากฏตัวพร้อมกับสตรีผู้เป็นชายาที่เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่า เสียงพูดคุยในโถงก็เงียบกริบลงทันทีราวกับมีใครใช้มนตราสะกด สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่นาง ราวกับเข็มพิษที่พร้อมจะทิ่มแทง หลินซูเหยาเดินเคียงข้างจ้าวเฟยหลงด้วยจังหวะที่มั่นคง หลังตรงดั่งต้นไผ่ไร้ความประหม่า ใบหน้าที่เคยไร้เครื่องสำอางบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยสีชาดจางๆ เน้นให้ดวงตาดูมีประกายแห่งปัญญาที่ยากจะหยั่งถึง "ดูนั่นสิ... นั่นใช่คุณหนูรองตระกูลหลินจริงๆ หรือ?" "ข่าวลือว่านางเสียสติไปแล้วมิใช่หรือ? ไฉนคืนนี้จึงดูสง่างามเช่นนี้ได้" เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท หลินซูเหยาไม่สนใจแม้แต่น้อย นางเลือกที่จะหยุดยืนต่อหน้าองค์ฮ่องเต้และกราบถวายบังคมด้วยกิริยาที่งดงามไร้ที่ติ ตามแบบฉบับกุลสตรีผู้สูงศักดิ์จนเหล่าสนมกำนัลยังต้องแอบลอบมองด้วยความอิจฉา "ชายาอ๋องเจิ้นเป่ย วันนี้เจ้าดูต่างไปจากวันก่อนมากนัก" ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งเย้าแหย่ "ความทุกข์ระทมที่ผ่านมา สอนให้หม่อมฉันได้เข้าใจว่า ความงามภายนอกอาจโรยรา แต่ปัญญาและความสงบนิ่งในจิตใจ คืออาวุธที่ไม่มีผู้ใดพรากไปได้เพคะ" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงฉะฉาน คมคาย และให้เกียรติในเวลาเดียวกัน การเดินหมากครั้งนี้ หลินซูเหยาไม่ได้มาเพื่อเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่นางมาเพื่อ 'ปิดเกม' หนึ่งในบรรดาขุนนางฝ่ายกังฉินที่นั่งอยู่ไม่ไกล เริ่มกะพริบตาเป็นสัญญาณกับนางรำที่กำลังจะออกไปร่ายรำกลางโถง นางรำผู้นั้นมีซ่อนเข็มอาบยาพิษไว้ในแขนเสื้อ มือที่เรียวเล็กนั้นเตรียมพร้อมจะดีดเข็มเข้าสู่จ้าวเฟยหลงในจังหวะที่เขาเผลอ หลินซูเหยาเห็นทุกอย่างผ่านสายตาที่เฉียบคม นางยกถ้วยสุราขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะแกล้งทำเป็นสะดุดก้อนหินที่พื้นแล้วทำถ้วยสุราในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเพล้ง! สุรากระจายเต็มพื้นจนนางรำที่กำลังเตรียมตัวสะดุดเท้าตนเองจนเสียจังหวะ เข็มพิษในแขนเสื้อกระเด็นหลุดออกมาตกลงบนพรมทออย่างชัดเจน! ทั้งโถงตกอยู่ในความโกลาหล ขุนนางหลายคนลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนก จ้าวเฟยหลงคว้าเอวของหลินซูเหยาไว้แน่น สายตาของเขาเย็นเยียบจนถึงขีดสุดเมื่อเห็นเข็มอาบยาพิษบนพื้น "ช่างบังเอิญนัก ที่วันนี้ลมพัดแรงจนพัดพาเอาความชั่วร้ายออกมาให้เห็นได้ถึงเพียงนี้" หลินซูเหยาเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พลางจ้องมองไปยังขุนนางผู้ที่ส่งสัญญาณให้นางรำด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขาต้องเย็นสันหลังวาบ ทว่า ทันใดนั้นเอง ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนก มือสั่นเทาถือม้วนกระดาษสีเหลืองทองประทับตราประทับลัญจกรหลวงเข้ามาในโถง "ฝ่าบาท! ด่วนเหตุการณ์ด่วนพะยะค่ะ! ทหารชายแดนเหนือส่งม้าเร็วแจ้งมาว่า... ค่ายทหารของท่านอ๋องถูกบุกโจมตี และในตอนนี้... มีพระราชโองการลับจากแคว้นศัตรูที่ระบุชื่อผู้ทรยศที่ส่งข้อมูลให้ฝ่ายตรงข้ามซ่อนอยู่ในวังหลวงแห่งนี้!" หลินซูเหยาสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่เอวจากจ้าวเฟยหลงที่กระชับแน่นขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร เขาก้มลงกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางต้องหยุดหายใจ "หลินซูเหยา... ดูเหมือนว่าชื่อของผู้ทรยศที่ถูกเขียนอยู่ในโองการนั้น จะเป็นชื่อของ 'คนใกล้ตัว' ของเจ้าเอง" — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%