กลิ่นอายของหมึกซวนจื่อชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายเย็นเยียบของเหล็กกล้าคละคลุ้งไปทั่วห้องทรงอักษร หลินซูเหยายืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้ฮวาหลี ตัวนางสวมอาภรณ์ปักลายหงส์บินวารีสีนิลกาฬ ขับเน้นทรวดทรงระหงและท่าทีสง่างามดั่งภาพวาดโบราณที่หลุดออกมาจากม้วนคัมภีร์ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของบุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้า หาใช่ความงามล่มเมือง หากเป็นแววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ที่สะท้อนความเย่อหยิ่งทระนงตนออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง
"ใบหย่าฉบับนี้... ท่านอ๋องยังทรงพิจารณาไม่เสร็จอีกหรือเพคะ"
น้ำเสียงหวานใสดุจเสียงกระดิ่งหยกกังวานก้องขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันผู้คนนับร้อยในตำหนัก จ้าวเฟยหลงชะงักปลายพู่กันในมือ ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงเล็กน้อย ยามมองแผ่นกระดาษบางเบาที่วางอยู่บนโต๊ะ—กระดาษแผ่นเดียวที่สตรีตรงหน้าใช้เวลาแรมเดือนในการเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยหัวใจที่ด้านชา
เขาเคยชิงชังนาง... ชิงชังความอ่อนแอไร้ค่า และความดื้อรั้นที่แต่งเข้ามาในฐานะหมากตัวหนึ่งของตระกูลหลิน ทว่ายามนี้ หมากตัวนั้นกลับพลิกกระดานด้วยปลายนิ้วเรียวบาง สร้างความปั่นป่วนให้แก่ราชสำนักและกองทัพพิทักษ์ชายแดนอย่างเงียบเชียบ นางมิใช่สตรีในห้องหอที่รอวันเหี่ยวเฉา แต่นางคือหมอเทวดาผู้ซ่อนพิษสง และเป็นกุนซือผู้มองการณ์ไกลเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดเดา
"เจ้ายังกล้าเอ่ยถึงมันอีกหรือ ซูเหยา" จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแฝงไว้ด้วยความดุดันดั่งพายุฤดูหนาว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดคลุมยาวสีครามเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวนางทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดหายใจ "สามีผู้นี้ยังไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดมาทอดทิ้ง เจ้าคิดว่าจวนอ๋องเจิ้นเป่ยแห่งนี้ เป็นโรงเตี๊ยมที่เจ้าจะเข้าออกตามอำเภอใจเช่นนั้นหรือ"
หลินซูเหยามิได้ถอยร่น นางเงยหน้าสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก เรียวปากอิ่มระเรื่อราวกลีบเหมยแย้มยิ้มเย้ยหยัน "ท่านอ๋องทรงลืมไปแล้วกระมั้งเพคะ ว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทรงปฏิบัติกับหม่อมฉันเช่นไร ตำหนักร้าง อาหารเย็นชืด และสายตาดูแคลน... บัดนี้ เมื่อหม่อมฉันต้องการอิสรภาพ เหตุใดจึงกลายเป็นความผิดของหม่อมฉันเล่า"
คำพูดแต่ละคำราวกับเข็มเงินเล่มเล็กๆ ที่กรีดลึกลงบนหัวใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ จ้าวเฟยหลงรู้สึกราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ยามนี้นัยน์ตาคู่นั้นมิได้มองเขาด้วยความหวาดกลัวหรือความลุ่มหลงเช่นกาลก่อน แต่มันว่างเปล่า... ว่างเปล่าเสียจนเขารู้สึกแปลกประหลาดในอก
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานผุดขึ้นมาในห้วงความคิด—ยามที่นางใช้เข็มทองเพียงสามเล่มช่วยชีวิตทหารเอกของเขาจากพิษกู่ประหลาด มือเรียวคู่นั้นมั่นคงและเด็ดเดี่ยว รอยยิ้มยามที่นางสั่งการเหล่าหมอหลวงด้วยความเยือกเย็น ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเริ่มสั่นไหว เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า เพชรเม็ดงามที่เขาเหยียบย่ำมาตลอด บัดนี้ถูกเจียระไนจนเปล่งประกายเจิดจ้าเกินกว่าที่ผู้ใดจะเอื้อมถึง และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังจะหลุดมือเขาไปตลอดกาล
"ถ้าข้าไม่ยอมเซ็นล่ะ" จ้าวเฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและลึกล้ำขึ้น "หากข้าบอกว่า สิ่งที่ข้าต้องการในยามนี้ มิใช่การหย่าร้าง... แต่เป็นการทวงคืนสิทธิ์ของสามี เจ้าจะว่าอย่างไร"
หลินซูเหยาขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ นางเอียงคอมองเขาด้วยแววตาสมเพชแกมเย้ยหยัน "ท่านอ๋องทรงสูงส่งปานนั้น เหตุใดจึงมาลดตัวรั้งสตรีที่พระองค์เคยตรัสว่าน่ารังเกียจไว้ข้างกายเล่าเพคะ หรือว่าอำนาจในกองทัพยังไม่พอ ทำให้พระองค์ต้องหาทางใช้อำนาจในเรือนหลังมาบีบบังคับหม่อมฉันอีก"
"ข้าไม่ได้ใช้กำลังบีบบังคับ" สุ้มเสียงของเขาหนักแน่นขึ้น แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความเว้าวอนระคนดุดันที่ยากจะพบเห็น "แต่ข้ากำลังใช้หัวใจของบุรุษคนหนึ่ง... ในการขอโอกาสเริ่มต้นใหม่"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าก่อนที่หลินซูเหยาจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์ประจำตัวก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ พร้อมกับร่างของเงาดำที่พุ่งทะยานเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความตื่นตระหนก
"เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์หนุ่มหน้าตาซีดเผือก มือไม้สั่นเทาขณะชูวัตถุบางอย่างขึ้นเหนือหัว "ราชสำนักส่งราชโองการด่วนที่สุดมายังจวน... และ... และสิ่งนี้พ่ะย่ะค่ะ"
จ้าวเฟยหลงรับป้ายคำสั่งสีทองอร่ามมาถือไว้ ทว่าเมื่อสายตาคมกริบกวาดมองข้อความบนม้วนผ้าไหมเบื้องหน้า นัยน์ตากลับหดแคบลงทันที ร่างกายกำยำสะท้านเฮือก เปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นจากก้นบึ้งของดวงตา
บนม้วนผ้าไหมทองคำนั้น หาใช่ราชโองการแต่งตั้งหรือปลดตำแหน่งธรรมดาไม่... แต่มันคือ "ราชโองการสมรสพระราชทาน" ฉบับใหม่จากองค์จักรพรรดิ ที่มีพระราชประสงค์ให้ "พระชายาหลินซูเหยา" หย่าขาดจากอ๋องเจิ้นเป่ยอย่างเป็นทางการในยามรุ่งสาง เพื่ออภิเษกสมรสใหม่กับ "องค์ชายรัชทายาทแห่งแคว้นเป่ย" ในฐานะพระชายารัชทายาท!
จ้าวเฟยหลงหันขวับกลับมามองสตรีตรงหน้าทันที ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำดั่งสัตว์ป่าที่กำลังจะคลุ้มคลั่ง ขณะที่หลินซูเหยากลับคลี่ยิ้มบางเบาออกมาอย่างเย็นชา นางก้มลงหยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นมาจิบช้าๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ดูเหมือนว่า... สายลมจะเปลี่ยนทิศเสียแล้วกระมั้งเพคะ ท่านอ๋อง"
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 11
สายลมที่เปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!