กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอยู่ในห้องหนังสือใหญ่ ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาจากร่างไร้วิญญาณของบ่าวรับผิดชอบห้องเครื่อง ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้สลักลายมังกร
หลินซูเหยาปรายตามองศพเบื้องล่างด้วยแววตาราบเรียบ นางสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง ท่วงท่าการนั่งจิบชาบนเก้าอี้พนักพิงบุด้วยขนจิ้งจอกขาวดูสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองดูฝูงมดปลวกดิ้นรน
"เจ้าบอกว่า... พิษในกาชาชามิได้ถูกใส่โดยพ่อครัวใหญ่ แต่เป็นคนของเรือนหยกขาวเช่นนั้นหรือ?" น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
พ่อบ้านหลิวคุกเข่าตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมอาบแผ่นหลังจนอาภรณ์ผ้าต่วนแนบติดเนื้อ "เรียนพระชายา... บ่าวตรวจสอบบัญชีการเบิกวัตถุดิบและพยานแวดล้อมอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ เป็น... เป็นสาวใช้ชื่ออิงอิง นางเป็นคนสนิทของอนุชางที่เพิ่งรับเข้ามาเมื่อเดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ!"
มุมปากของซูเหยายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย นางวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนโต๊ะเสียงกระทบเบาๆ ทว่าดังก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน
ช่างเป็นการเดินหมากที่ใจร้อนเสียจริง... อนุชางผู้โง่เขลา คงคิดว่าการวางยาพิษปลิดชีพล่วงหน้าจะช่วยให้ตระกูลจางของนางรอดพ้นจากเงื้อมมือของท่านอ๋องกระมัง น่าขันสิ้นดี ที่คนพวกนั้นไม่เคยรู้เลยว่า จวนอ๋องเจิ้นเป่ยแห่งนี้ ไม่มีซอกมุมใดที่รอดพ้นจากการควบคุมของนางและสามีผู้คลั่งรักของนางไปได้
"คนอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ?" ซูเหยาเอ่ยถามต่อ น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น
"ถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องใต้ดินแล้วขอรับ!"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวพัดกรรโชกนำพาความเย็นเยือกเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยด้ายทองคำ ร่างสูงใหญ่สง่างามดุจเทพสงครามแผ่รังสีอำมหิตที่กดดันให้ผู้คนแทบหมอบราบคาบศิลา
จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองศพบนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างเพรียวบางของชายาเอก สายตาที่เคยดุร้ายเย็นชาเมื่อยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่น กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกยามทอดมองนาง
"เหตุใดเจ้าจึงยังไม่ง่วง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ ถอดเสื้อคลุมกันหนาวของตนคลุมไหล่ให้นางอย่างทะนุถนอม "อากาศยามวิกาลเช่นนี้... ไม่ควรปล่อยให้ชายาของเป่ยอ๋องต้องมานั่งตากลมรอจัดการเรื่องสกปรกพวกนี้ด้วยตนเอง"
ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยдяหยันจางหายไป เหลือเพียงแววตาที่พราวระยับด้วยความรู้ทัน "หม่อมฉันเพียงแต่มารับชม 'งูพิษ' ที่พยายามชูคอฉกกัดเจ้าของบ้านต่างหากล่ะเพคะ ท่านอ๋อง... ดูท่าว่าหนอนบ่อนไส้ตัวนี้จะมิได้มีแค่หางแถวเสียแล้วกระมัง"
เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น รอยยิ้มของเขาเหี้ยมเกรียมจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของนางอย่างแผ่วเบา "ไม่ว่ามันจะเป็นงูพิษจากตระกูลใด หรือซ่อนตัวลึกแค่ไหน... คืนนี้ เป่ยอ๋องเช่นข้า จะถลกหนังพวกมันออกมาทำเป็นพรมเช็ดเท้าให้เจ้าเหยียบเล่นดีหรือไม่?"
คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมด้วยจิตสังหารแผ่ซ่าน ทำเอาพ่อบ้านหลิวและองครักษ์ที่คุกเข่าอยู่ถึงกับตัวสั่นสะท้าน
"หม่อมฉันมิได้ใจร้ายขนาดนั้นเพคะ..." ซูเหาย่อกายลงเล็กน้อยเมื่อเขาดึงนางเข้าไปโอบกอดไว้แนบอก กลิ่นอายบุรุษเจือกลิ่นอายเลือดและจันทน์หอมโชยเข้าจมูก "เพียงแต่... การจับงู มิควรตีให้ตายในคราเดียว เราต้องปล่อยให้มันเลื้อยไปหา 'นายใหญ่' ของมันเสียก่อน... จึงจะเรียกว่าจับได้ทั้งรัง"
เฟยหลงก้มมองสตรีในอ้อมกอด แววตาฉายประกายพึงพอใจและลุ่มหลงอย่างไม่ปิดบัง ชายาน้อยของเขาฉลาดเฉลียวถึงเพียงนี้ ช่างน่ารักจนเขาแทบอยากจะซ่อนนางไว้ไม่ให้ผู้ใดได้ยลโฉมอีก
"ตามใจเจ้า..." เขาเอמהกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความตามใจ "ไม่ว่าเจ้าต้องการเล่นสนุกอย่างไร ข้าจะถือหางให้เจ้าเป็นผู้เดินเกมเองทั้งหมด"
ทันใดนั้นเอง องครักษ์เงาผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความเร่งร้อน สีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ
"ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ซูเหยาและเฟยหลงผละออกจากกันเพียงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมของทั้งสองประสานกันโดยมิได้นัดหมาย
"มีอันใด ว่ามา" เฟยหลงเอ่ยเสียงเข้ม
"อิงอิง... สาวใช้ที่ถูกจับกุมตัวไว้... เกิดอาการเลือดทะลักออกทวารทั้งเจ็ดและสิ้นใจตายคาห้องใต้ดินอย่างกะทันหันพ่ะย่ะค่ะ! และที่สำคัญ... บนโต๊ะในห้องของนาง มีจดลับฉบับหนึ่งถูกทิ้งไว้... ประทับตราลับของ 'ตำหนักองค์ชายใหญ่'พ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำรายงาน บรรยากาศภายในห้องหนังสือก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที
รอยยิ้มบนมุมปากของซูเหยาเลือนหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความครุ่นคิด องค์ชายใหญ่... ผู้พี่ที่มักทำตัวเป็นเสือยิ้มซ่อนมีด ผู้อยู่เบื้องหลังการลอบปลิดชีพในครั้งนี้หรือ? หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งชั้นกลลวงที่ซ้อนไว้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจกันแน่?
เฟยหลงแค่นยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นดั่งสัตว์ป่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความพลิกผันอันรวดเร็วนี้เอง ซูเหยาพลันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างจากเศษกระดาษจดลับที่องครักษ์เงายื่นถวายขึ้นมา...
กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกชาดที่ใช้เขียนจดหมาย... มันมิใช่กลิ่นหมึกจากตำหนักองค์ชายใหญ่! แต่มันคือกลิ่นหมึกนำเข้าจากแคว้นซีเป่ยที่ใช้เฉพาะในห้องทรงพระอักษรของ... 'องค์รัชทายาท'!
ดวงตาของซูเหยาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่เกมชิงอำนาจระหว่างองค์ชายใหญ่กับจวนอ๋องเสียแล้ว... แต่เป็นกับดักขนาดใหญ่ที่ถูกชักใยจากผู้ที่อยู่สูงยิ่งกว่า!
"อย่าเพิ่งขยับ..." ซูเหยาเอ่ยกระซิบเสียงเครียด คว้าแขนเสื้อของเฟยหลงไว้แน่น เมื่อจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากด้านนอกประตูจวน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่สั่นสะเทือนราตรี
"มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ปิดล้อมจวนอ๋องเจิ้นเป่ยข้อหาซ่องสุมกำลังพลและคิดกบฏ!"
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 10
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!