ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 10

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอยู่ในห้องหนังสือใหญ่ ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาจากร่างไร้วิญญาณของบ่าวรับผิดชอบห้องเครื่อง ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้สลักลายมังกร หลินซูเหยาปรายตามองศพเบื้องล่างด้วยแววตาราบเรียบ นางสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง ท่วงท่าการนั่งจิบชาบนเก้าอี้พนักพิงบุด้วยขนจิ้งจอกขาวดูสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองดูฝูงมดปลวกดิ้นรน "เจ้าบอกว่า... พิษในกาชาชามิได้ถูกใส่โดยพ่อครัวใหญ่ แต่เป็นคนของเรือนหยกขาวเช่นนั้นหรือ?" น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก พ่อบ้านหลิวคุกเข่าตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมอาบแผ่นหลังจนอาภรณ์ผ้าต่วนแนบติดเนื้อ "เรียนพระชายา... บ่าวตรวจสอบบัญชีการเบิกวัตถุดิบและพยานแวดล้อมอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ เป็น... เป็นสาวใช้ชื่ออิงอิง นางเป็นคนสนิทของอนุชางที่เพิ่งรับเข้ามาเมื่อเดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ!" มุมปากของซูเหยายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย นางวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนโต๊ะเสียงกระทบเบาๆ ทว่าดังก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน ช่างเป็นการเดินหมากที่ใจร้อนเสียจริง... อนุชางผู้โง่เขลา คงคิดว่าการวางยาพิษปลิดชีพล่วงหน้าจะช่วยให้ตระกูลจางของนางรอดพ้นจากเงื้อมมือของท่านอ๋องกระมัง น่าขันสิ้นดี ที่คนพวกนั้นไม่เคยรู้เลยว่า จวนอ๋องเจิ้นเป่ยแห่งนี้ ไม่มีซอกมุมใดที่รอดพ้นจากการควบคุมของนางและสามีผู้คลั่งรักของนางไปได้ "คนอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ?" ซูเหยาเอ่ยถามต่อ น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น "ถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องใต้ดินแล้วขอรับ!" ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวพัดกรรโชกนำพาความเย็นเยือกเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยด้ายทองคำ ร่างสูงใหญ่สง่างามดุจเทพสงครามแผ่รังสีอำมหิตที่กดดันให้ผู้คนแทบหมอบราบคาบศิลา จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองศพบนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างเพรียวบางของชายาเอก สายตาที่เคยดุร้ายเย็นชาเมื่อยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่น กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกยามทอดมองนาง "เหตุใดเจ้าจึงยังไม่ง่วง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ ถอดเสื้อคลุมกันหนาวของตนคลุมไหล่ให้นางอย่างทะนุถนอม "อากาศยามวิกาลเช่นนี้... ไม่ควรปล่อยให้ชายาของเป่ยอ๋องต้องมานั่งตากลมรอจัดการเรื่องสกปรกพวกนี้ด้วยตนเอง" ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยдяหยันจางหายไป เหลือเพียงแววตาที่พราวระยับด้วยความรู้ทัน "หม่อมฉันเพียงแต่มารับชม 'งูพิษ' ที่พยายามชูคอฉกกัดเจ้าของบ้านต่างหากล่ะเพคะ ท่านอ๋อง... ดูท่าว่าหนอนบ่อนไส้ตัวนี้จะมิได้มีแค่หางแถวเสียแล้วกระมัง" เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น รอยยิ้มของเขาเหี้ยมเกรียมจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของนางอย่างแผ่วเบา "ไม่ว่ามันจะเป็นงูพิษจากตระกูลใด หรือซ่อนตัวลึกแค่ไหน... คืนนี้ เป่ยอ๋องเช่นข้า จะถลกหนังพวกมันออกมาทำเป็นพรมเช็ดเท้าให้เจ้าเหยียบเล่นดีหรือไม่?" คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมด้วยจิตสังหารแผ่ซ่าน ทำเอาพ่อบ้านหลิวและองครักษ์ที่คุกเข่าอยู่ถึงกับตัวสั่นสะท้าน "หม่อมฉันมิได้ใจร้ายขนาดนั้นเพคะ..." ซูเหาย่อกายลงเล็กน้อยเมื่อเขาดึงนางเข้าไปโอบกอดไว้แนบอก กลิ่นอายบุรุษเจือกลิ่นอายเลือดและจันทน์หอมโชยเข้าจมูก "เพียงแต่... การจับงู มิควรตีให้ตายในคราเดียว เราต้องปล่อยให้มันเลื้อยไปหา 'นายใหญ่' ของมันเสียก่อน... จึงจะเรียกว่าจับได้ทั้งรัง" เฟยหลงก้มมองสตรีในอ้อมกอด แววตาฉายประกายพึงพอใจและลุ่มหลงอย่างไม่ปิดบัง ชายาน้อยของเขาฉลาดเฉลียวถึงเพียงนี้ ช่างน่ารักจนเขาแทบอยากจะซ่อนนางไว้ไม่ให้ผู้ใดได้ยลโฉมอีก "ตามใจเจ้า..." เขาเอמהกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความตามใจ "ไม่ว่าเจ้าต้องการเล่นสนุกอย่างไร ข้าจะถือหางให้เจ้าเป็นผู้เดินเกมเองทั้งหมด" ทันใดนั้นเอง องครักษ์เงาผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความเร่งร้อน สีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ "ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ซูเหยาและเฟยหลงผละออกจากกันเพียงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมของทั้งสองประสานกันโดยมิได้นัดหมาย "มีอันใด ว่ามา" เฟยหลงเอ่ยเสียงเข้ม "อิงอิง... สาวใช้ที่ถูกจับกุมตัวไว้... เกิดอาการเลือดทะลักออกทวารทั้งเจ็ดและสิ้นใจตายคาห้องใต้ดินอย่างกะทันหันพ่ะย่ะค่ะ! และที่สำคัญ... บนโต๊ะในห้องของนาง มีจดลับฉบับหนึ่งถูกทิ้งไว้... ประทับตราลับของ 'ตำหนักองค์ชายใหญ่'พ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นคำรายงาน บรรยากาศภายในห้องหนังสือก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที รอยยิ้มบนมุมปากของซูเหยาเลือนหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความครุ่นคิด องค์ชายใหญ่... ผู้พี่ที่มักทำตัวเป็นเสือยิ้มซ่อนมีด ผู้อยู่เบื้องหลังการลอบปลิดชีพในครั้งนี้หรือ? หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งชั้นกลลวงที่ซ้อนไว้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจกันแน่? เฟยหลงแค่นยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นดั่งสัตว์ป่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความพลิกผันอันรวดเร็วนี้เอง ซูเหยาพลันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างจากเศษกระดาษจดลับที่องครักษ์เงายื่นถวายขึ้นมา... กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกชาดที่ใช้เขียนจดหมาย... มันมิใช่กลิ่นหมึกจากตำหนักองค์ชายใหญ่! แต่มันคือกลิ่นหมึกนำเข้าจากแคว้นซีเป่ยที่ใช้เฉพาะในห้องทรงพระอักษรของ... 'องค์รัชทายาท'! ดวงตาของซูเหยาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่เกมชิงอำนาจระหว่างองค์ชายใหญ่กับจวนอ๋องเสียแล้ว... แต่เป็นกับดักขนาดใหญ่ที่ถูกชักใยจากผู้ที่อยู่สูงยิ่งกว่า! "อย่าเพิ่งขยับ..." ซูเหยาเอ่ยกระซิบเสียงเครียด คว้าแขนเสื้อของเฟยหลงไว้แน่น เมื่อจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากด้านนอกประตูจวน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่สั่นสะเทือนราตรี "มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ปิดล้อมจวนอ๋องเจิ้นเป่ยข้อหาซ่องสุมกำลังพลและคิดกบฏ!" — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%