"หากน้ำชาถ้วยนี้มีพิษจริง เหตุใดฮองเฮาผู้ทรงเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมถึงมิใช่ผู้ทรงจิบมันเป็นปฐมเล่าเพคะ?"
สุ้มเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักเฟิ่งอี้ กลิ่นกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่รอบวโรกาสกลับมิอาจกลบกลิ่นอายอันคุกคามที่แผ่ออกมาจากบัลลังก์หงส์เบื้องบนได้เลย
หลินซูเหยายืนตรงสง่าอยู่เบื้องพระพักตร์ อาภรณ์ปักลายหงส์คู่เมฆาเนื้อผ้าแพรตี่ต้วนสีม่วงเข้มขับเน้นให้ร่างระหงดูสง่างามน่าเกรงขาม บนเรือนผมปักปิ่นทองคำประดับไข่มุกราตรีที่สั่นไหวเบาๆ ตามจังหวะการหายใจ ทุกย่างก้าวที่นางก้าวเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นในวันนี้ หาใช่การเดินทางมาเพื่อรับทัณฑ์ทรมานอย่างที่ใครหลายคนคาดคิดไม่ หากแต่เป็นการเดินหมากรุกกระดานใหญ่ที่นางเป็นผู้กำหนดตากลุ่มควันแห่งอำนาจเสียเอง
ฮองเฮาผู้ประทับอยู่เบื้องบนทรงพระสรวลออกมาเบาๆ พระเนตรเรียวยาวทอดมองหญิงสาวเบื้องล่างด้วยแววตารjสมเพชเจือความริษยาที่มิอาจปิด The ความเงียบของตำหนักนี้ช่างยาวนานและเปี่ยมด้วยแรงกดดัน จนเหล่าขันทีและนางกำนัลต่างหมอบกราบลงจนหน้าผากแนบพื้น ห้ามแม้แต่จะหายใจแรง
"หลินซูเหยา... เจ้าช่างบังยิ่งนัก" ฮองเฮาตรัสด้วยน้ำเสียงกังวานเย็นเยียบ ทรงโบกพระหัตถ์อาภรณ์ปักดิ้นทองเพียงเล็กน้อย ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ลายครามบรรจุน้ำชาอุ่นร้อนจึงถูกขันทีคนสนิทนำมาวางตรงหน้าคุณหนูรองหลิน "เปิ่นกง مجرد เมตตาเห็นว่าเจ้าเพิ่งตบแต่งเข้าจวนอ๋องเจิ้นเป่ย จึงพระราชทานชาสมุนไพรบำรุงครรภ์ให้ ไฉนเลยเจ้าจึงกล่าวหาว่าน้ำใจจากเราเป็นยาพิษเล่า หรือว่า... เจ้ารู้อยู่แล้วว่าตนเองมีชนักติดหลัง จึงหวาดระแวงไปหมดทุกสิ่ง?"
กับดักในวังหลวงช่างลึกล้ำและแยบคายสมกับที่เป็นฝีมือของสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งแผ่นดิน
หากซูเหยาปฏิเสธที่จะดื่ม นางจะมีความผิดฐาน "ขัดพระราชโองการและไม่เคารพเบื้องสูง" โทษทัณฑ์คือโบยจนตายในวังหลวง แต่หากนางดื่มลงไป... น้ำชาถ้วยนั้นถูกผสมด้วย "สลายวิญญาณร้อยวัน" พิษร้ายแรงที่จะทำลายชีพจรและมดลูกอย่างช้าๆ โดยไร้ร่องรอย เป็นวิธีฆ่าแกงในวังหลังที่แนบเนียนและไร้ร่องรอยที่สุด
ทว่า... รอยยิ้มประดับมุมปากของซูเหยกลับมิได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
นางก้าวเข้าไปใกล้ถ้วยชาอีกก้าวหนึ่ง ปลายเล็บที่ทาด้วยสีชาดธรรมชาติแตะเบาๆ ที่ขอบถ้วยกระเบื้อง ประสาทสัมผัสของแพทย์อัจฉริยะจากโลกอนาคตทำงานอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายจางๆ ของรากบัวหิมะผสมกับยางไม้หนามม่วงปรากฏชัดเจนในโสตประสาท เป็นพิษที่หายากยิ่งในยุทธภพ แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งในวังหลังเช่นนี้ ช่างน่าขันสิ้นดี
"หม่อมฉันไหนเลยจะกล้ากังขาในพระเมตตาเพคะ" ซูเหยาทูลตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาดอกท้อคู่สวยเงยขึ้นสบพระพักตร์ฮองเฮาอย่างไม่เกรงกลัว "เพียงแต่... สุนัขทรงเลี้ยงของฮองเฮาตัวนั้น ดูท่าทางจะกระหายน้ำยิ่งนัก"
นางปรายตาไปยังสุนัขพันธุ์ปักกิ่งขนฟูสีขาวปลอดที่นอนหมอบอยู่ใกล้พระบาทของฮองเฮา สัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่ได้รับความรักยิ่งกว่าสนมบางคน
พระพักตร์ของฮองเฮาเปลี่ยนสีวูบหนึ่ง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"หม่อมฉันเพียงแต่คิดว่า ของล้ำค่าเช่นนี้ หากให้มนุษย์ดื่มอาจเป็นการสิ้นเปลือง สู้ให้สัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ได้ร่วมเสวยพระเมตตาด้วย น่าจะเหมาะสมกว่ากระมังเพคะ"
สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศภายในตำหนักก็คล้ายจะแข็งค้างลงในทันที นางกำนัลหลายคนถึงกับลอบสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ในขณะที่ฮองเฮาทรงพระพักตร์เผือดสีลงด้วยความโกรธกริ้ว ทรงตบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังสนั่น
"บังอาจ! เจ้ากล้าเอาชาพระราชทานไปให้เดรัจฉานกินรึ!"
"หากน้ำชานี้บริสุทธิ์ไร้มลทิน ไฉนเลยจะให้สุนัขกินไม่ได้เล่าเพคะ? หรือว่า... ฮองเฮาทรงทราบอยู่แล้วว่าในถ้วยนี้มีสิ่งใดซ่อนอยู่?" ซูเหยาเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับเย็นยะเยือกเสียจนผู้พบเห็นต้องขนลุกซู่
ก่อนที่ฮองเฮาจะทันได้มีรับสั่งประหารชีวิต ขันทีหน้าพระพักตร์ผู้หนึ่งก็ผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อสุนัขปักกิ่งตัวน้อยที่วิ่งเข้าไปเลียน้ำชาจากถ้วยที่ซูเหยาแกล้งทำหกไว้บนพื้นพรม เกิดอาการชักกระตุก ดวงตาเบิกโพลง และนอนแน่นิ่งไปในเวลาเพียงชั่วลมหายใจเดียว เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกจากมุมปากของมัน ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่ว
ความเงียบงันเข้าปกคลุมตำหนักเฟิ่งอี้อีกครั้ง ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและแรงกดดันอันมหาศาล
ฮองเฮาทรงทรุดพระกายลงพิงพนักเก้าอี้ พระเนตรเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อ พระองค์ทรงพลาดท่าเสียแล้ว... พลาดอย่างมหันต์ต่อสตรีที่ทรงคิดว่าเป็นเพียงคุณหนูรองผู้ไร้ค่าผู้นี้
"ดูท่า... หม่อมฉันคงต้องกราบทูลขอความเป็นธรรมจากฝ่าบาทเสียแล้วกระมังเพคะ ว่าเหตุใดตำหนักเฟิ่งอี้จึงมีพิษร้ายแรงเช่นนี้เตรียมไว้ต้อนรับชายาอ๋องเช่นหม่อมฉัน" ซูเหยาเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของนางเนิบนาบทว่าเฉียบคมดุจใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ
"เจ้า!... หลินซูเหยา เจ้ากล้าขู่เปิ่นกงรึ!" ฮองเฮาทรงตรัสด้วยพระสุระเสียงสั่นพร่า ความเย่อหยิ่งทระนานในคราแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดระแวงต่อสตรีตรงหน้า
"หม่อมฉันมิกล้าขู่ผู้ใดเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่... ปกป้องตนเอง" ซูเหยาคำนับถอยหลังอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนักทุกประการ ทว่าแววตาที่เงยขึ้นมองฮองเฮากลับเต็มไปด้วยความเฉียบขาดเด็ดเดี่ยว "วันนี้หม่อมฉันรอดมาได้ด้วยปัญญาของตนเอง แต่วันหน้า... หากยังมีผู้ใดคิดเล่นตลกกับชีวิตของหม่อมฉันอีก เกรงว่าน้ำชาถ้วยต่อไป อาจมิใช่แค่สุนัขที่ต้องดื่มมันหรอกเพคะ"
นางหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของเหล่านนางกำนัลที่พยายามช่วยชีวิตฮองเฮาซึ่งทรงพระประชวรหมดสติไปกะทันหันด้วยความตกพระทัย
ทว่า เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูตำหนักเฟิ่งอี้ ลมหนาววูบหนึ่งก็พัดผ่านร่างระหง
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองยืนตระหง่านรออยู่ใต้ร่มเงาต้นเหมันต์ ใบหน้าหล่อเหลาดุดันไร้ที่ติคู่นั้นเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ทว่านัยน์ตาคมกริบกลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความคลั่งไคล้และความห่วงใยที่ถูกเก็บกดไว้
จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว พระหัตถ์หนาเอื้อมมาคว้าเอวบางไว้แน่น ราวกับต้องการยืนยันว่านางยังมีชีวิตอยู่จริงๆ
"เจ้านี่นะ... กล้าหาญจนเกินไปแล้ว" สุ้มเสียงทุ้มต่ำดุดันกระซิบข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่านพวงแก้มเนียน "รู้หรือไม่ว่าข้าเกือบจะพังประตูตำหนักเข้ามาสังหารคนให้หมดทั้งวังแล้ว"
ซูเหยาช้อนตาขึ้นมองสามีหนุ่มผู้ทรงอำนาจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปาก "ท่านอ๋องทรงร้อนใจเกินไปแล้วเพคะ เกมนี้... หม่อมฉันยังสนุกอยู่"
จ้าวเฟยหลงจ้องมองนางด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความรักที่หนักหน่วงดั่งขุนเขา พระองค์โน้มพระพักตร์ลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
"สนุกพอแล้วกระมัง... เพราะคืนนี้ มีคนส่งสาส์นลับมาจากชายแดนเหนือ แจ้งว่ากองกำลังทหารม้าเกราะดำของเจ้ารั่ว... กำลังเคลื่อนพลเข้าประชิดเมืองหลวงแล้ว... และเป้าหมายของพวกเขา มิใช่การออกศึก..."
ดวงตาดอกท้อของซูเหยาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาเป็นครั้งแรกเมื่อได้ยินชื่อนั้น...
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 17
กับดักในวังหลวง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!