กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นเลิศ ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ตระกูลหลินกลับเย็นเยียบดุจลานประหารในฤดูเหมันต์
"ท่านพ่อ... พี่หญิงกล่าวหาข้าเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะมีปัญญาไปหาซื้อสมุนไพรมีพิษเช่นนั้นมาจากที่ใดกันเล่า"
เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของหลินม่านอวานดังขึ้น นางทรุดกายลงคุกเข่าแนบพื้น ศีรษะโขกกับแผ่นหินอ่อนขัดมันจนเกิดเสียงทึบเบาๆ อาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูอ่อนสะบัดไหวตามแรงสะท้าน ใบหน้ารูปไข่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววหวาดวิตกและน่าสงเวชราวกับลูกนกตกยาก ทว่าภายใต้ร่มเงาขนตางอนยาวคู่นั้น กลับซ่อนประกายความอาฆาตมาดร้ายที่ไวกว่าสายฟ้าแลบ
หลินซูเหยายกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่สะท้านสะเทือน นางอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีม่วงเข้มปักดิ้นเงินลายเมฆมงคล ท่าทีเยือกเย็นสง่างามดั่งเทพเซียนผู้สูงศักดิ์ กิริยาการวางถ้วยลงกระทบโต๊ะไม้จันทน์หอมช่างนุ่มนวลไร้เสียง แต่มันกลับดังก้องกังวานในความเงียบงันของทุกคนในห้องโถง
"เจ้าบอกว่าไม่รู้เรื่องเช่นนั้นหรือ... น้องสาวผู้แสนดีของข้า" ซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รื่นหู ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "สมุนไพร 'บุปผาโลหิต' เจ็ดราตรีนี้ เป็นของหายากยิ่งในแคว้นหลี แม้แต่คลังยาหลวงยังต้องใช้ตราประทับสามดวงจึงจะเบิกจ่ายได้ แต่เหตุใดเล่า... ผงยาชนิดเดียวกันนี้ ถึงได้ไปตกค้างอยู่ก้นหีบไม้จันทน์แดงในเรือนพักส่วนตัวของเจ้าได้เล่า?"
หลินฮูหยินผู้เป็นมารดาเลี้ยงหน้าถอดสี รีบก้าวเข้าไปโอบกอดบุตรสาวพลันส่งเสียงแหวใส่ "ซูเหยา! อย่ามาปรักปรำน้องนะ! ม่านอวานเป็นเด็กเรียบร้อยอ่อนหวาน จะไปรู้เรื่องพิษภัยอันใด ถึงกับกล้าใส่ร้ายน้องในเรือนต่อหน้าท่านพ่อเชียวหรือ!"
เสนาบดีหลินเจี้ยนกั๋ว ขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นหว่างคิ้วลึกเป็นเลขสาม ใบหน้าคมเข้มของผู้มีอำนาจในราชสำนักฉายแววลังเลและเคร่งเครียด สายตาคมกริบกวาดมองบุตรสาวทั้งสองสลับกันไปมาด้วยความหนักใจ
"ซูเหยา เจ้ามีพยานหลักฐานอันใดแน่ชัดหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากกล่าวหากันโดยพลการ รังแต่จะทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย" เสนาบดีหลินเอ่ยเสียงเข้ม พยายามรักษาความยุติธรรมอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ในฐานะบิดา
ซูเหยาแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามดั่งบุปผาแรกแย้มในฤดูใบไม้ผลิ แต่กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี นางมิได้ตอบคำถามของบิดาทันที ทว่ากลับผายมือส่งสัญญาณให้สาวใช้คนสนิทก้าวออกไปเบื้องหน้า
ชุนฮุ่ยคุกเข่าลง พร้อมกับประคองถาดไม้ลงรักปิดทองขึ้นเหนือหัว บนถาดนั้นมีห่อกระดาษสาเก่าคร่ำคร่า และสมุดบัญชีเล่มหนึ่งที่ขอบกระดาษเปื้อนคราบหมึกดำ
"เรียนท่านพ่อ... นี่คือสมุดบันทึกการซื้อขายของร้านขายยา 'เป่าเหอซิน' ในตลาดตะวันตก และนี่คือรายชื่อผู้ซื้อยาสมุนไพรเมื่อสามวันก่อน" ซูเหยาปรายตามองน้องสาวต่างมารดาที่เริ่มตัวสั่นเทา "ผู้ที่ลงนามซื้อ 'บุปผาโลหิต' หาใช่คนอื่นไกล... แต่เป็นบ่าวไพร่คนสนิทนามว่า 'ชุนเซียง' ที่รับใช้ข้างกายคุณหนูรอง... อ้อ ลืมไป ตอนนี้เลื่อนขึ้นเป็นคุณหนูรองผู้สูงศักดิ์แล้วนี่นะ เจ้าค่ะ"
คำพูดประโยคสุดท้ายเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก หลินม่านอวานหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือดแต่งแต้มริมฝีปาก ร่างกายสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิมเมื่อบิดาหันขวับมามองนางด้วยสายตาดุดลานประหาร
"ม่านอวาน! เรื่องนี้จริงเท็จประการใด!" เสียงตวาดของเสนาบดีหลินดังก้องจนแก้วหูแทบแตก
"ท่านพ่อ... อย่าทรงกริ้วเลยเจ้าค่ะ!" ม่านอวานโถมตัวเข้าเกาะกุมชายเสื้อของบิดา น้ำตานองหน้า "ข้า... ข้าเพียงแค่... เพียงแค่อยقได้สมุนไพรนี้มาเพื่อ... เพื่อนำมาบดทำเครื่องประทินผิวตามตำรับโบราณ เพื่อให้ผิวพรรณผุดผ่องยามถวายตัวเข้าวังหลวงเท่านั้นเจ้าค่ะ! ข้ามิได้คิดร้ายผู้ใดจริงๆ นะเจ้าค่ะ!"
ข้อแก้ตัวอันน่าสมเพชหลุดออกจากปากนาง ทำให้ซูเหยาถึงกับหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"เครื่องประทินผิว? ช่างเป็นวิธีดูแลความงามที่ใช้ต้นทุนสูงส่งยิ่งนัก บุปผาโลหิตเจ็ดราตรี เมื่อสัมผัสกับผิวหนังจะช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่องจริงอยู่... แต่หากนำไปผสมลงในน้ำชาเพียงสามหยด มันจะออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างช้าๆ ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกอ่อนแรง ราวกับล้มป่วยด้วยโรคเรื้อรัง... ช่างบังเอิญเสียจริง ที่มารดาผู้ล่วงลับของข้า... มารดาเอกผู้กราบไหว้ถูกต้องตามธรรมเนียม ได้ดื่มชาถ้วยนั้นก่อนจะสิ้นใจไปอย่างไร้สาเหตุเมื่อปีก่อน!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องโถงราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาวเหน็บ หลินฮูหยินหน้าซีดเผือดจนลมแทบจับ หายใจติดขัดจนต้องใช้มือทบอกตัวเอง เสนาบดีหลินเบิกตากว้าง ดวงตาแดงก่ำด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"เจ้า... เจ้ากล้าทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ ม่านอวาน!" เสนาบดีหลินสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงจนร่างของบุตรสาวกระเด็นไปกระแทกกับพื้นห้อง
"ท่านพ่อ! ข้าถูกใส่ร้าย! นางปีศาจนี่มันกุเรื่องขึ้นมาเพื่อทำลายอนาคตของข้า!" ม่านอวานแผדเสียงกรีดร้องด้วยความสติแตก ความเสแสร้งอ่อนหวานที่มีมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและคับแค้น นางชี้หน้าซูเหยาด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังสารเลว! เจ้ามันควรจะตายไปพร้อมกับแม่ของเจ้าตั้งแต่เมื่อปีก่อนแล้ว!"
เพี้ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบแก้วหนาหนักหน่วงจนร่างของหลินม่านอวานหน้าหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือสีแดงปรากฏเด่นชัดบนผิวแก้วขาวเนียน เสนาบดีหลินยืนหอบหายใจด้วยความโกรธจัด มือหนาสั่นเทา
"คนไร้คุณธรรมต่ำช้าเช่นเจ้า... ยังกล้าอาจหาญมาแว้งกัดพี่สาวในเรือนอีกรึ! กฎบ้านตระกูลหลินมีไว้เพื่อสิ่งใด เจ้าจำไม่ได้หรือ!" เสนาบดีหลินคำรามลั่น "พ่อบ้าน! ลากตัวอัปมงคลผู้นี้ไปโบยสี่สิบไม้ แล้วขังไว้ที่เรือนซักล้างหลังจวน ห้ามผู้ใดส่งข้าวส่งน้ำเป็นอันขาด!"
หลินม่านอวานกรีดร้องโหยหวนยามเมื่อบ่าวรับชายร่างกำยำสองคนกรูเข้ามาลากตัวนางออกไปอย่างไม่ใยดี เสียงร้องขอความเมตตาดังสะท้อนก้องก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปในความมืดมิดยามราตรี
หลินซูเหยานั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตานิ่งสงบ ดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ไม่มีแม้แต่ระลอกคลื่น นางค่อยๆ ยกชาขึ้นจิบอีกครา รสชาติขมปร่าของใบชาช่างหอมหวานยิ่งนักในยามนี้
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนสู่ห้องโถง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก้าวเข้ามาทางประตูหน้า พร้อมกับเงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองดุร้ายที่แผ่รังสีอำมหิตกดดันจนทุกคนในห้องต้องก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ
จ้าวเฟยหลง อ๋องเจิ้นเป่ยผู้กุมอำนาจกองทัพทิศพยัคฆ์ ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าซูเหยา ดวงตาคมกราบกวาดมองภรรยาเอกผู้เพิ่งแสดงฝีมือตบหน้าศัตรูฉะฉานด้วยแววตาพึงพอใจระคนเอ็นดู
"ชายาของเปิ่นหวางช่างเก่งกาจยิ่งนัก..." สุเฟยหลงโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูซูเหยาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ "จัดการคนในจวนเสร็จแล้ว... คืนนี้ เราคงต้องมาสะสาง 'บัญชีรัก' ระหว่างเจ้ากับข้าให้เรียบร้อยเสียที"
ซูเหยาชะงักก้าวเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงอันตราย
แต่ก่อนที่นางจะได้เอวาจาใดโต้ตอบ จู่ๆ ขันทีหลวงผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า พร้อมกับชูพระราชโองการสีเหลืองทองอร่ามขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นเทา
"มีพระราชโองการด่วน... พระราชทานสมรสใหม่จากฮ่องเต้ สั่งให้ท่านอ๋องเจิ้นเป่ยและพระชายาซูเหยา... แยกทางกัน ณ บัดนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมพลิกแค้นที่ไร้ความปรานีนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 4
ตบหน้าให้สาสม
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!