กลิ่นอายของดอกกุ้ยฮวาที่ถูกนำมาเคี่ยวกับน้ำตาลทรายแดงเพื่อย้อมสีผ้าแพรต่วนนั้น มิได้หอมหวานรื่นรมย์ดังเช่นคราที่ลอยล่องอยู่ตามลมในสวน หากแต่ส่งกลิ่นฉุนปร่าคล้ายยางสนไหม้ระคนกลิ่นคาวโลหิตจางๆ ลอยอลวนอยู่ภายใต้ความเงียบงันของห้องแต่งตัวสกุลหลิน
หลินซูเหยายืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องสำริดขัดเงา ปลายเรียวเล็บที่ถูกย้อมด้วยสีชาดอ่อนๆ แตะสัมผัสลงบนเนื้อผ้าต่วนสีแดงเพลิงปักดิ้นทองลายหงส์เคียงมังกร อาภรณ์มงคลชุดนี้คือตัวแทนแห่งเกียรติยศที่ฮูหยินรอง “มู่หรงซื่อ” แม่เลี้ยงผู้เลโอมารยาจงใจส่งมาให้ “คุณหนูรอง” เช่นนางสวมใส่ในพิธีวิวาห์พระราชทานกับอ๋องเจิ้นเป่ยผู้ดุร้ายในวันพรุ่งนี้
ทว่า... สำหรับผู้ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนในโลกอนาคต การแยกแยะสารพิษผ่านประสาทสัมผัสคือสัญชาตญาณดิบที่ฝังรากลึกในกระดูก
“ฮูหยินผู้เฒ่าช่างมีเมตตานัก องค์รัชทายาทประทานสมรสทั้งที ยังอุตส่าห์ให้ช่างหลวงตัดเย็บอาภรณ์มงคลชุดนี้ด้วยความประณีตถึงเพียงนี้” เสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยกเอื้อnเอ่ยขึ้น ทว่านัยน์ตาคู่คมกริบกลับสะท้อนภาพเงาสะท้อนในกระจกด้วยประกายเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี
ชิงหลิว สาวใช้คนสนิทที่ยืนกุมมือสั่นเทารemิกล้าเงยหน้าขึ้นมองนายหญิง รีบก้าวเข้าไปใกล้พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “คุณหนู... บ่าวได้ยินสาวใช้ห้องซักรีดซุบซิบกันว่า ผ้าต่วนผืนนี้ถูกนำไปแช่ในน้ำยาสกัดจาก ‘ดอกอวี้หลานโลหิต’ ที่นำเข้าจากแคว้นใต้ เป็นพิษเรื้อรังที่หากสวมใส่ยามเหงื่อซึมเข้าสู่ผิวหนัง จะทำให้ชีพจรหยุดเต้นช้าๆ ภายในสามวันโดยแพทย์หลวงไม่อาจตรวจพบร่องรอยได้เจ้าค่ะ... พวกนางจิตใจโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ”
ซูเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ร่างระหงหมุนตัวกลับมาช้าๆ ชายกระโปรงผ้าไหมปักลายหงส์สะบัดพริ้วไหวราวกับสายน้ำวน นางก้าวเดินอย่างมั่นคง ท่วงท่าสง่างามดั่งหงส์เหินที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีจากชาติภพก่อน
“โหดเหี้ยมหรือ? ชิงหลิว... เจ้ายังอ่อนต่อโลกนัก” ซูเหยาเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวดึงเข็มเงินเล่มบางออกจากมวยผม แล้วค่อยๆ ปักลงไปบนเนื้อผ้าสีแดงเพลิงบริเวณรอยต่อของลายปักหงส์อย่างแผ่วเบา
เพียงชั่วอึดใจ... เมื่อดึงเข็มเงินนั้นกลับขึ้นมา ปลายเข็มคมกริบก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทดั่งหมึกจีน ชวนให้รู้สึกสะท้านเยือกไปถึงขั้วหัวใจ
มู่หรงซื่อ... ท่านแม่เลี้ยงผู้ประเสริฐ ใต้หน้ากากที่แย้มยิ้มเมตตาตลอดยามออกงานสังคม แท้จริงแล้วซ่อนมือมารที่พร้อมจะบีบคอ ‘บุตรสาวอนุ’ เช่นนางให้ดับดิ้นคาเรือนหอ เพื่อเปิดทางให้บุตรสาวแท้ๆ ของตนได้ตบแต่งเข้าจวนอ๋องแทนที่นางอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นหมากที่เดินได้ตื้นเขินและไร้ซึ่งความปรานีเสียจริง
ทว่า ในเกมกระดานนี้ ผู้ที่ถือหมากเหนือกว่ามิใช่ฝั่งนั้น... แต่คือนางต่างหาก
“คุณหนูเจ้าคะ เช่นนี้เราจะทำอย่างไรดีเล่าเพคะ? จะนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านพ่อหรือ? แต่ท่านเสนาบดีหลงใหลฮูหยินรองยิ่งกว่าสิ่งใด เกรงว่า...” ชิงหลิวมีสีหน้าตื่นตระหนกจนริมฝีปากซีดเผือด
“ฟ้องหรือ? ฮึ... คนโง่เท่านั้นที่วิ่งไปฟ้องสุนัขที่กำลังแยกเขี้ยวใส่ตน” ซูเหยาปรายตามองสาวใช้ด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนชิงหลิวต้องรีบก้มหน้าลงต่ำโดยพลัน “ในเมื่อพวกนางอุตส่าห์เตรียมอาภรณ์มงคลอาบยาพิษต้อนรับข้าถึงเพียงนี้ หากข้าปฏิเสธไม่สวมใส่ มิเป็นการเสียน้ำใจของ ‘มารดาผู้ประเสริฐ’ หรอกหรือ?”
รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวงดงามหยาดเยิ้ม ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายสังหารที่แม้แต่บุรุษชาตินักรบยังต้องครั่นคร้าม
ณ ตำหนักชิงหลาน เรือนพักของฮูหยินรองมู่หรงซื่อในยามวิกาล ควันกำยานกลิ่นกฤษณาอบอวลไปทั่วห้องโถงใหญ่ มู่หรงซื่อในชุดคลุมผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีม่วงเข้มกำลังจิบชาอุ่นๆ ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ นางมองออกไปนอกหน้าต่างที่สายฝนโปรยปรายลงมาบางๆ ดั่งบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง
“ฮูหยินเจ้าคะ สายรายงานมาว่า คุณหนูรองยอมรับหีบอาภรณ์มงคลชุดนั้นไว้แต่โดยดี มิได้เอ่ยปากโวยวายแม้แต่ครึ่งคำเจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้คนสนิทก้าวเข้ามาายรายงานด้วยความน้อมน้อม
มู่หรงซื่อวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เด็กไร้ค่ามารดาด่วนจากไป ย่อมไม่มีสมองพอจะรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมอันใด นางคิดว่าการได้ตบแต่งเป็นชายาอ๋องเจิ้นเป่ยคือวาสนาสูงสุดในชีวิต โดยหารู้ไม่ว่าจวนอ๋องแห่งนั้นคือหลุมฝังศพ... และชุดแต่งงานชุดนั้น คือผ้าห่อศพที่ข้าเมตตาประทานให้ก่อนตาย”
“ฮูหยินทรงปรีชาญาณยิ่งเพคะ เพียงเท่านี้คุณหนูใหญ่ก็จะได้เข้าพิธีสมรสแทนในฐานะชายาเอก...”
*ปัง!*
เสียงประตูห้องโถงใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง สายลมยามค่ำคืนพัดโหมกระหน่ำจนเปลวไฟในตะเกียงสำริดวูบไหวเกือบดับ มู่หรงซื่อสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยความตกใจ
ท่ามกลางม่านฝนและเงาตะคุ่มที่ทอดตัวยาว น่าแปลกที่มิใช่บ่าวรับใช้คนใด หากแต่เป็นร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมยาวสยายดั่งแพรไหมสีนิลไร้เครื่องประดับ ทว่ากลับก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็นราวกับภูตผีที่หลุดออกมาจากขุมนรก
“ซูเหยา! เจ้า... เจ้าบังอาจบุกเข้ามาในเรือนของข้าในยามวิกาลได้อย่างไร!” มู่หรงซื่อตวาดแว้ดด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว นางรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นมารดาผู้ใจดี ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล
หลินซูเหยาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะน้ำชา รอยยิ้มประดับอยู่บนเรียวปาก ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก มือเรียวบางข้างหนึ่งค่อยๆ วางหีบไม้แกะสลักลายวิจิตรลงบนโต๊ะเสียงดัง *ตุบ*
“ข้าเพียงแต่นำของขวัญชิ้นสำคัญ... มาคืนให้แก่ท่านแม่ต่างหากเล่าเจ้าคะ”
ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับกดดันจนคนฟังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง นางค่อยๆ เปิดฝาหีบไม้ ออกเผยให้เห็นอาภรณ์สีแดงเพลิงปักดิ้นทองที่สะท้อนแสงตะเกียงวับวาม
มู่หรงซื่อขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? นั่นคืออาภรณ์มงคลที่ตัดเย็บให้เจ้าสวมในวันพรุ่งนี้ เหตุใดจึงนำกลับมาคืนที่นี่?”
“เพราะข้าคิดว่า... ของล้ำค่าเช่นนี้ หากให้ข้าสวมใส่เพียงผู้เดียว คงจะน่าเสียดายแย่” ซูเหยาแย้มยิ้มหวานหยด ดึงชุดแต่งงานอาบยาพิษนั้นขึ้นมาด้วยมือเปล่าอย่างไม่เกรงกลัว “ในเมื่อท่านแม่มีความปรารถนาดีอยากให้ข้าได้ ‘ลิ้มลอง’ ความงดงามของอาภรณ์ชุดนี้ เหตุใดเราไม่มาแบ่งปันความสุขนี้ร่วมกันเล่าเจ้าคะ?”
สิ้นคำพูด... ซูเหยาก็สะบัดมืออย่างรวดเร็ว กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างบางราวกับราชสีห์จำแลง นางกระชากแขนเสื้อของมู่หรงซื่อเข้ามาหาตัวอย่างแรง ก่อนจะใช้ปลายเข็มเงินที่ซ่อนไว้ในอุ้งมือจิ้มลงไปที่ต้นแขนของแม่เลี้ยงอย่างแม่นยำและรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด!
“โอ๊ย! นังเด็กบ้า! เจ้าทำอะไรข้า!” มู่หรงซื่อกรีดร้องสุดเสียง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปตามกระแสเลือด พร้อมๆ กับความรู้สึกชาหนึบที่เริ่มลามเลียไปทั่วหัวไหล่
“ข้าก็แค่อยากให้ท่านแม่... ได้สัมผัสถึงความ ‘ใส่ใจ’ ที่ท่านมอบให้ข้าอย่างไรเล่าเจ้าคะ” ซูเหยาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของมู่หรงซื่อที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราช “พิษดอกอวี้หลานโลหิตนี้ ออกฤทธิ์ช้าแต่ทรมานยิ่งนัก... สามวันต่อจากนี้ ท่านแม่จะได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการค่อยๆ ดับดิ้นโดยที่หมอหลวงมิอาจช่วยเหลือได้... เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ของขวัญชิ้นนี้ถูกใจท่านหรือไม่?”
มู่หรงซื่อเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว นางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายจะกรีดร้อง แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้แน่น
ในวินาทีนั้นเอง... นอกหน้าต่างเรือนชิงหลาน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ม้าศึกสีดำสนิทตัวมหึมาพุ่งทะยานเข้ามาหยุดนิ่งสนิทหน้าเรือนอย่างไร้ซุ่มเสียง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬและผ้าคลุมสีดำสนิทก้าวลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม รองเท้าหนังปักลายพยัคฆ์เหยียดย่างลงบนพื้นดินโดยไร้ซึ่งสรรพเสียง
จ้าวเฟยหลง... อ๋องเจิ้นเป่ยผู้เหี้ยมโหดและกุมอำนาจกองทัพพายัพครึ่งหนึ่งของแคว้น ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตูเรือนชิงหลาน ร่างสูงใหญ่ทรงอำนาจแผ่ไอสังหารเย็นเยียบกดทับบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลงจนแทบหายใจไม่ออก
ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บกวาดตามองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า... ภาพที่สตรีร่างบางในชุดคลุมขาวกำลังใช้มือข้างหนึ่งกดแม่เลี้ยงของตนไว้ด้วยแววตาเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง ทว่าริมฝีปากกลับแย้มยิ้มอย่างงดงามหยาดเยิ้ม
จ้าวเฟยหลงชะงักฝีเท้าเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายประกายประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงและพึงพอใจอย่างถึงที่สุด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียมและพึงใจ
“น่าสนใจยิ่งนัก...” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดั่งราชสีห์คำรามดังขึ้นทำลายความเงียบ “ชายาของเปิ่นหวาง... ดูเหมือนนางจะดุร้ายยิ่งกว่าที่ข่าวลือกล่าวอานนัก”
ซูเหยาชะงักค้าง นางรีบหันขวับไปตามต้นเสียง นัยน์ตาคู่คมสบเข้ากับดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้นที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในยามวิกาล... และก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำใด จ้าวเฟยหลงก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตาเดียว ปลายด้ามกระบี่เงินในมือหนาเชยคางเรียวขึ้นสบตา พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนขนลุก
“พรุ่งนี้... เกี้ยวรับเจ้าสาวจะมารับเจ้าที่หน้าประตูจวนเตรียมตัวให้ดี ชายาของข้า... เพราะคืนนี้ เปิ่นหวางพบของเล่นที่ถูกใจข้าเสียแล้ว”
—--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมพลิกแค้นที่ไร้ความปรานีนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 3
พิษซ่อนในเครื่องแต่งกาย
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!