กลิ่นหอมเย็นของกำยานจันทน์เทศลอยวนอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ ตัดกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่โชยมาจากม้าเร็วตัวยับเยินนอกเรือน
หลินซูเหยากวาดสายตามองม้วนราชโองการประทับตราครั่งสีชาดในมือของจ้าวเฟยหลงด้วยแววตาเรียбеฉย ภายในตำหนักบูรพาเวลานี้ เงาตะคุ่มของเหล่าองครักษ์เงาต่างทอดตัวแนบสนิทอยู่ตามมุมเสา ดุจฝูงกาที่รอเวลาขย้ำเหยื่อ รัตติกาลนี้นับว่ามืดมิดและยาวนานกว่าทุกค่ำคืนที่ผ่านมา
"ฮ่องเต้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ‘โอสถทิพย์’ นี้แก่ชายาเช่นข้าเชียวหรือคะ..."
สุภาพสตรีในชุดฮั่นฟูสีจันทร์กระจ่างเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมไหว ทว่ากลับซ่อนความคมกริบไว้ราวน้ำค้างแข็งบนยอดไผ่ นางก้าวเข้าไปใกล้บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งกองทัพพ Aรักษ์ อาภรณ์ปักลายมังกรห้ากรงเล็บสีดำสนิทของเขาขับเน้นให้เรือนร่างสูงสง่านั้นดูน่าเกรงขามและเยือกเย็นดุจพญายม
จ้าวเฟยหลงมิได้ปริปากกล่าวสิ่งใด นัยน์ตาคู่นคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของชายาเอก พระหัตถ์หนาที่ผ่านการจับกระบี่คร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปรับถาดกระเบื้องเคลือบสีเขียวหยกจากมือขันทีเฒ่า ตัวยาทbรุษเบื้องหน้าส่งกลิ่นฉุนกึกเตะจมูก แม้จะถูกกลบด้วยกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวา ทว่าประสาทสัมผัสของแพทย์อัจฉริยะเช่นนางย่อมแยกแยะออกได้ทันที—นี่คือพิษ ‘สลายโลหิตเจ็ดราตรี’ พิษร้ายที่ไร้สีไร้กลิ่น หากดื่มลงไปแม้แต่หยดเดียว อวัยวะภายในจะค่อยๆ เน่าเปื่อยจากข้างในโดยไร้ร่องรอย คล้ายคนตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ
"เจ้ากลัวหรือไม่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนหินกระทบกันในถ้ำลึกดังลอดริมฝีปากหยักลึกของท่านอ๋อง แม้ภายนอกเขาจะดูไร้ความรู้สึก ทว่ากล้ามเนื้อสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นกลับฟ้องชัดถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในอก
"กลัว?" ซูเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มงดงามผุดขึ้นที่มุมปาก ทว่ากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น "หม่อมฉันใช้ชีวิตอยู่กับการยื้อแย่งลมหายใจจากยมบาลมานับครั้งไม่ถ้วน เหตุไฉนต้องหวาดกลัวพิษกากเดนจากราชสำนักที่เต็มไปด้วยหนอนแมลงเหล่านี้ด้วยเล่าคะ... ในเมื่อพระองค์ทรงอนุญาตให้เล่นสนุกแล้ว มีหรือที่หม่อมฉันจะทำให้ต้องทรงผิดหวัง"
นางเอื้อมมือเรียวระหงดุจลำเทียนหยิบขวดกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมา วางมันลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันเบาๆ กลับก้องกังวานในความเงียบงัน
"ในเมื่อเบื้องบนประทานความตายมาให้ เราก็ควร ‘สนองคุณ’ ให้สมเกียรติ มิเช่นนั้นคงเสียชื่อพระชายาเอกแห่งอ๋องเจิ้นเป่ยแย่"
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาดุร้ายพลันแปรเปลี่ยนเป็นประกายลึกล้ำ เขาชื่นชอบความเด็ดเดี่ยวของนางยิ่งกว่าสิ่งใด สตรีผู้นี้ไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยหวาดผวา มีเพียงสติปัญญาอันเฉียบคมและรอยยิ้มอาบยาพิษที่พร้อมจะเชือดคอศัตรูได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องยืมมือผู้ใด
"เจ้าจะทำสิ่งใด" เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นนางหยิบสมุนไพรแห้งหลากสีสันออกจากห่อผ้าแพรต่วนขึ้นมาปรุงแต่งอย่างคล่องแคล่ว
"ปรุง ‘ยาถอนพิษสลับฉาก’ อย่างไรล่ะคะ..." ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มของนางงดงามดั่งบุปผาพิษที่บานสะพรั่งในยามวิกาล "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นหม่อมฉันกระอักเลือดตายตกตามราชโองการนัก หม่อมฉันก็จักจัดฉากให้พวกมันได้ยลโฉม ‘ศพ’ ที่งดงามที่สุด... ศพที่จะลากไส้คนบงการเบื้องหลังให้ออกมาดิ้นพล่านกลางแสงตะวัน"
ภายในห้องโถงอบอวลด้วยกลิ่นไอของสมุนไพรนานาชนิด นางบรรจงบดตัวยาอย่างประณีต ทุกท่วงท่าและอากัปกิริยาเต็มไปด้วยความสง่างามตามแบบฉบับสตรีสูงศักดิ์ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมในที จ้าวเฟยหลงยืนมองนางเงียบๆ คอยบังร่างกำยำของตนบังสายตาจากบานหน้าต่างที่อาจมีสายสืบจับตาดูอยู่
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป กลิ่นอายยาสมุนไพรในถ้วยกระเบื้องก็เปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมหวานละมุนคล้ายดอกบัวหลวง ซูเหยาหยิบยาเม็ดสีขาวนวลขึ้นมากลืนลงคอไปหนึ่งเม็ด สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเซียวลงในทันที ริมฝีปากอิ่มอาบด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น นางตักน้ำยาในถ้วยที่เหลือเทใส่ถ้วยชาของราชโองการเดิม ก่อนจะทรุดกายลงนอนราบไปกับตั่งไม้อย่างแนบเนียน ลมหายใจแผ่วเบาราวกับคนใกล้หมดลม
จ้าวเฟยหลงก้มมองร่างระหงที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนตั่ง เขาโน้มกายลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง "อย่าเล่นกับความตายให้นานนัก... ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือความฝัน"
ซูเหยาปรือตาขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มบางเบาให้เขาเป็นเชิงบอกว่า *'หม่อมฉันรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่'* ก่อนจะปิดเปลือกตาลงปล่อยให้ร่างกายตกอยู่ในสภาวะจำศีลชั่วคราวตามฤทธิ์ยา
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูตำหนักดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงขันทีสนิทของฮองเฮาที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความร้อนรน
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีรายงานว่าพระชายารองเกิดอาการ... เอ๊ะ เหตุใดพระชายาเอกจึง..."
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของขันทีหน้าขาวและนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอำมหิตที่ซ่อนไว้ไม่มิด ทว่าเมื่อพวกมันกวาดสายตามาเห็นร่างไร้เรี่ยวแรงของหลินซูเหยานอนฟุบอยู่ข้างโต๊ะ โดยมีถ้วยยาพิษวางอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มแห่งชัยชนะก็พลันระบายกว้างบนใบหน้าของคนเหล่านั้น
"ตาย... ตายเสียแล้วหรือนี่ ช่างน่าอนาถใจยิ่งนัก..." ขันทีเฒ่าแสร้งทำเป็นบีบน้ำตาบีบเสียงโศกเศร้า
จ้าวเฟยหลงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าตั่งนอน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนทุกคนต้องสะท้านเยือก นัยน์ตาดุดั่งพญาราชสีห์กวาดมองผู้มาเยือนทีละคนด้วยความเหี้ยมเกรียม
"พวกเจ้า... ช่างบังอาจนัก" สุ้มเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งจากขั้วโลกเอ่ยลอดไรฟัน
ขันทีเฒ่าสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งเบื้องหลัง มันจึงกัดฟันก้าวเข้าไปใกล้ร่างของซูเหยา พร้อมกับยื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะชีพจรที่ลำคอเพื่อยืนยันความตาย
"ข้าทูลลาฮ่องเต้... เพื่อตรวจสอบพระศพตามพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะ..."
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วหยาบกร้านกำลังจะแตะโดนผิวเนื้อของนางนั้นเอง ปลายนิ้วเรียวยาวที่ควรจะไร้เรี่ยวแรงกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของขันทีเฒ่าอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!
ดวงตาที่ปิดสนิทลืมโพลงขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสุกใสไร้ซึ่งความง่วงงัน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของสตรีที่ควรจะสิ้นใจไปแล้ว
"เจ้ากำลังตรวจสอบ... หรือกำลังจะฆ่าปิดปากกันแน่... ขันทีสารเลว"
ขันทีเฒ่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
---
**ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ**
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 7
ยาถอนพิษสลับฉาก
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!