ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 29

การลอบสังหารกลางเมือง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
ปลายกระบี่สีนิลสะท้อนแสงจันทร์สลัว กลิ่นคาวเลือดเจือจางในสายลมราตรีที่พัดผ่านระเบียงไม้จันทน์หอมของเรือนหลินเฟิง ความเงียบงันไม่ได้แปลว่าไร้คลื่นลม หากแต่เป็นความสงบก่อนที่พายุโลหิตจะโหมกระหน่ำอย่างแท้จริง "ท่านอ๋องทรงคาดการณ์ไม่ผิด... สุนัขจนตรอกย่อมกัดไม่เลือกที่จริงด้วยค่ะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด หลินซูเหยาในชุดคลุมผ้าแพรต่วนสีจันทร์ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินยวดยิ่งขับเน้นเรือนร่างระหงให้ดูสง่างามดั่งเทพเซียน ทว่าแววตาคู่คมกลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี นางยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูห้องโถง มือเรียวบางตวัดกระบี่อ่อนในมือจนเกิดเสียงหวีดหิวบาดแก้วหู ร่างเงาทมิฬนับสิบชีวิตพุ่งทะยานข้ามกำแพงจวนเข้ามาดั่งฝูงกาเหว่ากระหายเลือด พวกมันล้วนเป็นนักฆ่ามือฉกาจที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีจากสำนักเงาโลหิตที่รับใช้ฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียวคือการเด็ดหัว "ชายาอ๋องเจิ้นเป่ย" ผู้เป็นหอกข้างแคร่ในการเดินหมากกระดานนี้ เพื่อหวังตัดกำลังและบั่นทอนจิตใจของพยัคฆ์หนุ่มแห่งแดนเหนือ "ฆ่ามัน! อย่าให้เหลือแม้แต่รอดเดียว!" หัวหน้านักฆ่าส่งเสียงคำรามลอดไรฟัน พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ซูเหยาด้วยวิชาตัวเบาอันรวดเร็ว ประกายคมดาบพุ่งตรงมายังจุดตายบริเวณลำคอระหงในพริบตาเดียว ทว่า ซูเหยาไม่แม้แต่จะก้าวถอยหลัง นางกลับย่อกายลงเล็กน้อยอย่างงดงาม ปลายกระบี่ในมือตวัดรับคมดาบที่ฟันเข้ามาด้วยความแม่นยำระดับเสี้ยววินาที *เคร้ง!* ประกายไฟแตกกระจายสว่างวาบในความมืด แรงปะทะทำให้แขนเสื้อผ้าแพรต่วนสะบัดไหวราวกับกลีบดอกไม้ต้องลม แต่ทว่าวงแขนเรียวกลับมั่นคงดั่งหินผา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของสตรีผู้เลอโฉม นางหมุนตัวพลิ้วไหวตามแรงเหวี่ยง อาภรณ์สีจันทร์โบกสะบัดราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่ทรงพลัง ท่วงท่าการต่อสู้ของนางไม่ใช่กระบวนท่าบู๊ล้างผลาญอย่างไร้สมอง หากแต่เป็นการร่ายรำแห่งความตายที่ผสมผสานหลักกายatวิภาคของมนุษย์เข้ากับวิชาดาบโบราณ ปลายกระบี่พุ่งตรงเข้าจุดชีพจรและข้อต่ออย่างไร้ความปรานี *ฉับ!* โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมพฤกษชาติในสวนหย่อมให้กลายเป็นสีชาด นักฆ่าคนแรกทรุดฮาลงกับพื้นโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ ซูเหยาไม่ได้หยุดพักหายใจ ร่างระหงดีดตัวหลบคมดาบที่ลอบเข้ามาจากด้านหลังอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะตวัดปลายกระบี่เชือดเฉือนเข้าที่ข้อมือของศัตรูจนดาบหลุดจากมือ "ฝีมือแค่นี้... คิดจะมาเอาชีวิตข้า ดูถูกกันเกินไปหน่อยกระมังคะ" สตรีสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจจนเหล่านักฆ่าที่เหลือต้องชะงักฝีเท้าด้วยความตื่นตระหนก พวกมันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า สตรีในห้องหอผู้เลื่องชื่อเรื่องความอ่อนแอ จะกลายเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนคมเล็บไว้ได้อย่างแนบเนียนถึงเพียงนี้ ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ประตูใหญ่ของจวนถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล พร้อมกับไอสังหารอันเย็นเยือกที่แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะดำสนิทของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพุ่งทะยานเข้ามาดั่งพญาอินทรี จ้าวเฟยหลง (อ๋องเจิ้นเป่ย) ในยามนี้ดุร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอสูรกายจากขุมนรก นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยววับวาวด้วยเพลิงโทสะเมื่อเห็นภรรยาอันเป็นที่รักตกอยู่ในวงล้อมของศัตรู รัศมีอำนาจกดดันแผ่ขยายออกไปจนเหล่านักฆ่ารู้สึกหายใจไม่ออก "ใครบังอาจแตะต้องชายาของเปิ่นหวาง... ก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียว จงเตรียมหัวหลุดจากบ่า!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องกังวานดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ดาบยาวคู่กายในมือของท่านอ๋องถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ประกายแสงสีเงินวาบผ่านความมืดเพียงชั่วพริบตา ร่างของนักฆ่าที่พุ่งเข้าหาซูเหยาเมื่อครู่ก็ถูกผ่าร่างแยกออกเป็นสองส่วนอย่างไร้ความปราณี ความดุร้ายและรวดเร็วระดับนี้ทำให้แม้แต่นักฆ่าผู้ผ่านศึกมาโชกโชนยังต้องหน้าถอดสี จ้าวเฟยหลงก้าวสาวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางของภรรยา มือหนาคว้าเอวคอดกึงดึงเข้ามาร่างแนบชิดอกแกร่งอย่างหวงแหน สายตาดุดันกวาดมองสำรวจทั่วเรือนร่างของนางเพื่อหาบาดแผล ด้วยความร้อนรนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเย็นชา "เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่ ซูเหยา?" น้ำเสียงที่เอ่ยถามแม้จะพยายามควบคุมให้ราบเรียบ แต่กลับสั่นเครือด้วยความห่วงใยที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในแผ่นดิน นางคลี่ยิ้มบางเบาอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ มือเรียวบางยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเกราะของเขาเพื่อเป็นการปลอบประโลม "หม่อมฉันมิได้บอบบางปานนั้นเพคะท่านอ๋อง... อีกอย่าง ฝูงสุนัขพวกนี้ยังไม่คู่ควรจะทำให้หม่อมฉันหลั่งเลือดแม้แต่หยดเดียวหรอกค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ทว่าแววตากลับคมกริบ หันไปมองกลุ่มนักฆ่าที่เหลือรอดเพียงไม่กี่คนด้วยสายตาสมเพช จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ความโกรธเกรี้ยวในแววตาลดลงเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม เขาโอบกอดเอวบางของนางไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างยกดาบขึ้นชี้หน้าหัวหน้านักฆ่าที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "กลับไปทูลนายของพวกเจ้า... ว่าบัญชีแค้นครั้งนี้ เปิ่นหวางจะเดินทางไปทวงคืนด้วยตนเองถึงหน้าประตูจวน!" สิ้นเสียงคำราม ดาบในมือของท่านอ๋องก็สะบัดออกไปอย่างไร้ความปราณี คลื่นพลังลมปราณอันรุนแรงกวาดล้างร่างของเหล่านักฆ่าจนกระเด็นกระดอนและสิ้นใจตายคาที่ในพริบตาเดียว ความเงียบสงบกลับคืนสู่จวนหลินเฟิงอีกครั้ง ทว่ากลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศ จ้าวเฟยหลงก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน แววตาที่เคยดุร้ายแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งอ่อนโยนอย่างที่ผู้ใด in this world ก็ไม่มีวันได้เห็น นางคือดวงใจ คือจุดอ่อน และคือชัยชนะทั้งหมดของเขา "ดูท่า... คืนนี้เราคงต้องคุยกันยาวแล้วกระมัง ว่าเหตุใดชายาของข้าจึงมีฝีมือดาบที่ร้ายกาจปานนี้" ท่านอ๋องกระซิบชิดริมฝีปากนางด้วยน้ำเสียงพร่ามัว ซูเหยาแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นางเอียงคอมองเขาอย่างท้าทาย "หากท่านอ๋องทรงอยากรู้... คงต้องตามมาหาคำตอบในห้องบรรทมด้วยกันแล้วล่ะค่ะ" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำท่ามกลางคราบเลือด ขันทีเฒ่าคนสนิทข้างกายฮ่องเต้ก็ก้าวเข้ามาในจวนด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ในมือประคองราชโองการสีทองอร่ามที่สั่นเทา "ท่านอ๋อง... พระชายา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยความตื่นตระหนก "องค์ฮ่องเต้มีรับสั่งด่วน... ทรงมีพระราชโองการให้ท่านอ๋องนำกำลังพลทั้งหมดออกเดินทางสู่ชายแดนใต้ในคืนนี้ทันที เพื่อยับยั้งกบฏ... หาไม่แล้ว จะมีพระราชวินิจฉัยให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งและเนรเทศพระชายา!" จ้าวเฟยหลงชะงัก นัยน์ตาดำขลับหรี่แคบลงทันที บรรยากาศรอบตัวกลับมาเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งอีกครั้ง ซูเหยาหรี่ตามองราชโองการในมือขันที รอยยิ้มบนริมฝีปากค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยประกายตาดุดันที่ล้ำลึกเกินกว่าใครจะคาดเดา... *หึ... เดินหมากตานี้ รวดเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะ* ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกระดานนี้ไปกับซูเหยาและท่านอ๋องนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%