กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณคละคลุ้งไปทั่วห้องทรงพระอักษรลับ แสงจากคบเพลิงด้านนอกทาบทับเงาโครงร่างของบุรุษผู้หนึ่งให้ทอดตัวยาวราดยาวดั่งพญามาร จ้าวเฟยหลง (อ๋องเจิ้นเป่ย) ไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย เขานั่งนิ่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลายมหาราช สายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองม้วนกระดาษแพรสีเหลืองทองอร่ามที่ถูกโยนลงบนพื้นราวกับมันเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่า
"พระราชโองการลับสลักลัญจกรหยกมังกร... ช่างเป็นฝีมือที่แนบเนียนยิ่งนัก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมา เรียบเฉย ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลดลงทันตาเห็น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาของแม่ทัพผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ บรรยากาศกดดันจนองค์รักษ์เงาที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ทว่า ในความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวดั่งเกล็ดหิมะกระทบพื้นก็ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโสมสกัดอันเป็นเอกลักษณ์
หลินซูเหยา ก้าวเข้ามาในห้องทรงอักษรด้วยท่าทีสงบนิ่ง นางสวมชุดกระโปรงยาวผ้าไหมปักลายเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเงินยวง ขับเน้นให้ใบหน้ารูปไข่ที่งดงามราวกับภาพวาดดูเย่อหยิ่งและทรงภูมิปัญญาในคราเดียวกัน ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองม้วนพระราชโองการบนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
"ดูท่าทางแล้ว... ฝ่ายตรงข้ามคงคิดว่าพวกเราเป็นปลาในอ่าง ที่ไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของตาข่ายที่พวกมันถักทอขึ้นมาสินะคะ" ซูเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงใสดังกระดิ่งแก้วแต่กลับซ่อนความคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ
จ้าวเฟยหลงเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา ภายในดวงตาคมกล้าคู่นั้นมีความดุร้ายวูบไหวผ่านไป ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงและอ่อนโยนลงอย่างประหลาดเมื่อเป็นนาง เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง สาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างบางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงอำนาจโอบล้อมร่างนางไว้ในทันที ฝ่ามือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของนางไว้ สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบแต่มั่นคง
"เจ้าไม่กลัวหรือ ซูเหยา... หากพระราชโองการฉบับนี้ถูกประกาศออกไปในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้ ข้อหากบฏที่ถูกยัดเยียดให้ข้า จะทำให้ตระกูลหลินและตัวเจ้าต้องกลายเป็นกบฏชั่วโคตรไปด้วย"
ซูเหยาไม่หลบสายตา นางเงยหน้าขึ้นสบประสานกับดวงตาของสามี รอยยิ้มประดับอยู่บนเรียวปากอิ่มสีชาดอย่างไม่สะทกสะท้าน "กลัวหรือเพคะ? หม่อมฉันใช้ชีวิตผ่านความตายมาครั้งหนึ่งแล้ว จะต้องมาหวาดกลัวกระดาษแผ่นเดียวที่เขียนโดยคนที่มือสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างนั้นหรือคะ ท่านอ๋อง"
นางสะบัดมือออกเบื้องหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปหยุดเบื้องหน้าโต๊ะทรงอักษร นิ้วเรียวยาวดั่งลำหยกหยิบม้วนแพรสีทองขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
"ลายมือนี้เลียนแบบร่องรอยการเขียนขององค์จักรพรรดิได้เหมือนเจ็ดส่วน แต่ทว่า... ตรงรอยประทับลัญจกรหยกมังกรด้านล่างกลับมีรอยนูนที่เกิดจากบล็อกแกะสลักไม้จันทน์ ไม่ใช่หยกแท้ที่สลักขึ้นจากช่างหลวง อีกทั้งหมึกที่ใช้... เป็นหมึกสนจากมณฑลทางใต้ ซึ่งพระองค์ทรงแพ้กลิ่นของมันมาตลอดตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ คนที่เขียนพระราชโองการฉบับนี้ ไม่เพียงแต่โง่เขลาเบาปัญญา แต่ยังรนหาที่ตายอย่างแท้จริง"
คำวิเคราะห์อันแม่นยำและเด็ดขาดของนาง ทำให้องค์รักษ์เงาเบื้องล่างถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความทึ่ง จ้าวเฟยหลงเดินเข้ามาประชิดด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบรอบเอวคอดกิ่วของนางไว้โดยธรรมชาติ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาซุกซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียน
"พระชายาของข้า... ช่างฉลาดล้ำจนข้าอยากจะซ่อนเจ้าไว้เบื้องหลัง ไม่ยอมให้ผู้ใดได้ยลโฉมหรือได้ยินเสียงอันไพเราะนี้อีกเลย" เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และครอบครองอย่างเต็มเปี่ยม
ซูเหยาเอียงคอหลบเล็กน้อย นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายแห่งแผนการ "ถ้าท่านอ๋องทรงซ่อนหม่อมฉันไว้ วันนี้ใครเล่าจะช่วยท่านขุดหลุมฝังพวกสุนัขรับใช้ที่คอยเห่าหอนในราชสำนักเล่าเพคะ? ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ส่งกระดาษแผ่นนี้มาให้เป็นของขวัญชิ้นใหญ่... เราก็ควรจะสนองน้ำใจพวกมันให้สาสม"
"เจ้าวางแผนไว้อย่างไร" จ้าวเฟยหลงเอ่ยถาม เสียงของเขาราบเรียบแต่นัยน์ตากลับทอประกายเหี้ยมเกรียม รอเพียงสัญญาณจากนาง เพื่อที่เขาจะได้กวาดล้างศัตรูให้ราบคาบในคราเดียว
"คืนนี้... ปล่อยให้ข่าวลือเรื่องพระราชโองการลับแพร่สะพัดออกไปให้ถึงหูของเสนาบดีหลี่และองค์ชายสาม ทำทีว่าพวกเรากำลังตื่นตระหนกและพยายามทำลายหลักฐาน" ซูเหยาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "จากนั้น... หม่อมฉันจะเดินทางไปพบ 'แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ' ที่จวนเสนาบดีด้วยตนเอง พร้อมกับของขวัญชิ้นพิเศษที่จะทำให้พวกมันต้องนอนไม่หลับไปตลอดกาล"
จ้าวเฟยหลงจ้องมองภรรยาของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรัก ทั้งหลง และทึ่งในความเด็ดเดี่ยวปานปีศาจสาวในร่างเทพธิดา เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างพึงพอใจ ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบาและมั่นคง
"ตามใจเจ้า... ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ หากเจ้าต้องการพลิกคว่ำ ข้าก็จะถือดาบนำทางให้เจ้าเอง"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหอมหวานแห่งเล่ห์กลและการร่วมมือกันนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของบ่าวรับประจําเรือนก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วผิดปกติ
"เรียนท่านอ๋อง พระชายา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงของพ่อบ้านจ้าวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก "มี... มีราชโองการด่วนจากในวังหลวง แจ้งว่า... องค์จักรพรรดิเสด็จสวรรคตแล้วกะทันหันพ่ะย่ะค่ะ!"
ซูเหยาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลง รังสีอำมหิตพวยพุ่งทะลักออกมาจนหน้าต่างกระดาษในห้องสั่นสะเทือน
และทันทีนั้นเอง ประตูห้องทรงอักษรก็ถูกถีบเปิดออกผาง!
เงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายด้านนอก พร้อมกับรอยยิ้มเยแยวาะที่ฉาบอยู่บนใบหน้าซีดเซียว
"เสด็จพ่อสิ้นพระชนม์แล้ว... พระเชษฐา... พระราชโองการสืบราชบัลลังก์ฉบับจริง อยู่ในมือข้าแล้ว!"
— ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกระดานนี้ไปกับซูเหยาและท่านอ๋องนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบค่ะ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 31
ปมปริศนาพระราชโองการ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!