"รสชาติของความจงรักภักดีที่เจือด้วยเศษเสี้ยวของความโลภ... ดูท่าจะขมขื่นกว่าที่ท่านคิดไว้มากนักนะเจ้าคะ"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยของหลินซูเหยาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับโถงรับรองของจวนอ๋องเจิ้นเป่ย ร่างระหงในชุดผ้าไหมแพรต่วนสีม่วงเข้มปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินนั่งอยู่อย่างสงบนิ่ง นิ้วเรียวดุจลำเทียนของนางกำลังลูบไล้ขอบถ้วยชาเคลือบศิลาอ่อน ลมหายใจของนางแผ่วเบาทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น
เบื้องหน้านาง ‘พ่อบ้านจ้าว’ ผู้เป็นเสาหลักแห่งการจัดการทรัพย์สินของจวนมานานนับสิบปี บัดนี้กลับทรุดกายลงกับพื้นพรมขนสัตว์ ใบหน้าของเขาซีดเผือดหยาดเหงื่อกาฬไหลซึมผ่านรอยย่นบนผิวหนัง สายตาที่เคยฉลาดเฉลียวบัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
"พระชายา... กระหม่อม... กระหม่อมเพียงแค่ทำไปเพราะความจำเป็น..." เสียงของเขาแหบพร่าสั่นเครือ
"จำเป็นหรือเจ้าคะ?" หลินซูเหยายกถ้วยชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยราวกับพยัคฆ์กำลังหยอกเย้าเหยื่อ "การนำสมุดบัญชีลับออกไปขายให้ฝั่งตรงข้าม เพื่อแลกกับที่ดินผืนงามในเมืองหลวง... นี่คือสิ่งที่ท่านเรียกว่าความจำเป็นเพื่อครอบครัว หรือความเห็นแก่ตัวจนลืมนึกถึงเงาหัวของตนเองกันแน่?"
จ้าวเฟยหลง ซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทขลิบทอง ดวงตาคมกริบดุจดาบที่เพิ่งชักออกจากฝักของเขาจับจ้องไปยังพ่อบ้านทรยศอย่างเย็นชา มือหนาที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้ไม้จันทน์นั้นกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ความดุร้ายที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศภายในห้องเหมือนถูกแช่แข็ง
"ข้าเคยย้ำกับเจ้าแล้วว่า ในจวนแห่งนี้... สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดคือการทรยศ" จ้าวเฟยหลงเอ่ยขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนผู้ฟังรู้สึกราวกับถูกค้อนหนักทุบลงกลางหน้าอก
"ท่านอ๋อง! โปรดเมตตาด้วยเถิด! กระหม่อมรับใช้ท่านมานาน..."
"นั่นยิ่งทำให้ความผิดของท่านร้ายแรงขึ้นเป็นทวีคูณ" หลินซูเหยาขัดขึ้นอย่างนุ่มนวล นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงกังวานดังก้องไปทั่วโถง "คนที่รู้จุดอ่อนและทางหนีทีไล่ดีที่สุด หากแปรพักตร์... ย่อมเป็นหนามยอกอกที่อันตรายยิ่งกว่าศัตรูที่ถือดาบพุ่งเข้าใส่เสียอีก ท่านไม่ได้เพียงแค่ทรยศจวนอ๋อง แต่ท่านทรยศความเชื่อใจที่ได้รับมาตลอดชีวิต"
นางโบกมือเบาๆ องครักษ์เงาสองนายปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดราวกับภูตผี พวกเขาเข้าควบคุมตัวพ่อบ้านจ้าวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
"เอาตัวเขาไปที่ห้องสอบสวนลับ" จ้าวเฟยหลงสั่งการ เสียงของเขาราบเรียบไร้ความปราณี "ไม่ต้องให้ถึงตาย แต่ต้องให้เขารู้ซึ้งว่า การสูญเสียทุกอย่างที่สร้างมาด้วยมือตัวเองเพียงเพราะความโลภชั่ววูบนั้น... มันเจ็บปวดเพียงใด"
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง หลินซูเหยาก็ผ่อนคลายอิริยาบถลง นางขยับกายไปนั่งข้างๆ สามีผู้ทรงอำนาจ กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวชวนให้จ้าวเฟยหลงรู้สึกผ่อนคลายลงชั่วขณะ เขาเอื้อมมือไปกุมมือนางไว้ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวหนังทำให้หัวใจที่เย็นชาของยอดขุนพลสั่นไหว
"เจ้าใจอ่อนเกินไปหรือเปล่าซูเหยา?" เขาถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตากระจ่างใสของนาง "ถ้าเป็นข้า... หัวของเขาคงหลุดจากบ่าไปตั้งแต่คำสารภาพแรกแล้ว"
หลินซูเหยาคลี่ยิ้มบาง เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงเพียงดวงตา แต่ยังสะท้อนถึงปัญญาที่ลุ่มลึก "ความตายคือการปลดปล่อยเจ้าค่ะท่านอ๋อง แต่การให้เขาอยู่อย่างไร้เกียรติ ไร้ที่พึ่ง และต้องเฝ้ามองความล่มจมของตระกูลที่เขารัก... นั่นต่างหากคือบทเรียนที่สาสมที่สุดสำหรับคนทรยศ"
จ้าวเฟยหลงจ้องมองภรรยาด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ในสายตาคนอื่นนางอาจเป็นเพียงคุณหนูรองผู้บอบบาง ทว่าในสายตาของเขา นางคือผู้ที่มีหัวใจแกร่งดั่งหินผาและสมองที่เฉียบแหลมกว่าขุนนางฝ่ายบุ๋นคนใดในราชสำนัก
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันแสนหวานจะดำเนินต่อไป เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากหน้าจวนก็ขัดจังหวะความเงียบสงบ องครักษ์คนสนิทวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขารีบคุกเข่าลงแทบเท้าของจ้าวเฟยหลง
"ท่านอ๋อง! ข่าวร้ายพ่ะย่ะค่ะ... กองกำลังที่ชายแดนถูกซุ่มโจมตี และตราประทับแม่ทัพที่ท่านฝากไว้กับรองแม่ทัพหลี่... หายไป!"
ร่างของจ้าวเฟยหลงผุดลุกขึ้นยืนในทันที บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นแรงกดดันมหาศาล หลินซูเหยาลุกขึ้นตาม ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือแผนการที่ถูกวางไว้เป็นระบบเพื่อโค่นล้มฐานอำนาจของจ้าวเฟยหลงโดยเฉพาะ
"รองแม่ทัพหลี่?" จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกักเก็บไว้ "คนที่ข้าไว้ใจที่สุด... คือคนที่ถือมีดรอจ่อคอหอยข้าอยู่สินะ"
"ท่านอ๋องเจ้าคะ..." หลินซูเหยาจับแขนเสื้อเขาไว้ สายตาของนางจ้องไปยังม้วนจดหมายลับที่องครักษ์ยื่นมาให้ "จดหมายฉบับนี้... ไม่ได้ถูกส่งมาโดยรองแม่ทัพหลี่"
นางคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ ลายมือที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำให้ลมหายใจของนางสะดุดลงชั่วขณะ มันไม่ใช่ลายมือของคนในกองทัพ แต่มันคือลายมือที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ลายมือของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ชาติภพก่อน
"นี่มัน..." จ้าวเฟยหลงชะงักเมื่อเห็นสัญลักษณ์ตราประจำตัวที่มุมกระดาษ ซึ่งเป็นตราขององค์รัชทายาทที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว
ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมจวนอ๋อง ประตูห้องรับรองถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่เดินนวยนาดเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในมือของเขามีถ้วยยาพิษที่ถูกตระเตรียมไว้ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าใครจะดื่มมัน และรอยยิ้มบนใบหน้าของเขานั้น... ช่างดูคุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว
"ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของข้า... อ๋องเจิ้นเป่ย"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกระดานนี้ไปกับซูเหยาและท่านอ๋องนะคะ เงียบแต่ฟาดเรียบค่ะ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 32
ความตายของคนทรยศ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!