กลิ่นอายของสนิมเหล็กและน้ำมันตานีคละคลุ้งจนแสบจมูก ในความมืดสลัวของคลังแสงใต้ดินเขตชายแดนพยัคฆ์ประจัญบาน แสงจากคบเพลิงสาดกระทบโครงเหล็กกล้าของหน้าไม้กลและดาบยาวนับหมื่นเล่มที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของหลินซูเหยากระตุกวูบมิใช่จำนวนของศาสตราอาวุธเหล่านี้ หากแต่เป็นตราประทับรูปหมาป่าอัคคีที่สลักไว้บนด้ามดาบ—ตราประจำกองกำลังลับที่ควรจะมีเพียงองค์ฮ่องเต้เท่านั้นที่ทรงครอบครอง
"ดูท่า... ฮ่องเต้พระองค์นี้จะทรงเตรียมการ 'กวาดล้าง' ตระกูลจ้าวของพวกเรามานานแรมปีแล้วกระมั้ง"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปีดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง จ้าวเฟยหลงก้าวออกมาจากเงาอับชื้น อาภรณ์สีนิลปักดิ้นลายพยัคฆ์ทะยานเมฆสะท้อนแสงไฟวับวาม เขายามนี้มิได้สวมเกราะออกศึก แต่รัศมีอำนาจกดดันรอบกายกลับรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะหนักอึ้งลงไปถนัดตา
หลินซูเหยาค่อยๆ หมุนตัวกลับ นางอยู่ในชุดรัดกุมสีดำสนิทสำหรับปฏิบัติภารกิจลับ เส้นผมยาวถูกรวบเก็บอย่างทะมัดทะแมงด้วยปิ่นหยกขาว ขับเน้นให้ดวงหน้างามล้ำดุจภาพวาดนั้นดูเฉียบคมและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนยังคงลูบไล้อยู่บนคมดาบอาบยาพิษเล่มหนึ่งอย่างใจเย็น
"ฝ่าบาททรงโปรดปรานการเล่นเกมระยะยาวเพคะ... น่าเสียดายที่พระองค์ทรงลืมไปว่า หมากที่พวกพระองค์คิดว่าไร้ค่าอย่างหม่อมฉัน บัดนี้ได้เดินมาถึงกระดานส่วนAในวังหลวงแล้ว" หลินซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับคมกริบราวน้ำ
จ้าวเฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยโอบล้อมกายนางไว้ สัมผัสนั้นทั้งดุดันและโหยหาในคราเดียวกัน มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่กำลังสัมผัสคมดาบไว้ ปลายนี้วของเขาสากเล็กน้อยจากรอยดาบ แต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาดจนซูเหยาต้องชะงัก
"เจ้าอันตรายเกินไปแล้ว ซูเหยา" จ้าวเฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านข้างแก้มเนียน "รู้ทั้งรู้ว่าคลังแสงนี่มีกับดักร้อยแปด แต่เจ้าก็ยังลอบเข้ามาคนเดียว... หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะเอาชีวิตผู้ใดมาสังเวยให้สาสม"
"หม่อมฉันไม่ใช่สตรีในห้องหอที่จะต้องรอให้ท่านอ๋องมาปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวนะคะ" หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อรั้นและฉลาดเฉลียวคู่นั้นทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้เยือกเย็นกระตุกวูบ "อีกอย่าง... แผนที่อาวุธลับฉบับนี้ หากไม่ได้หม่อมฉันถอดรหัสลับค่ายกลแปดทิศ ท่านอ๋องก็คงต้องเสียทหารกล้าไปอีกนับหมื่นเพื่อทะลวงเข้ามาไม่ใช่หรือเพคะ"
จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคออย่างยอมจำนน ดวงตาคมกปลาบมองสตรีในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งรัก หวงแหน และทึ่งในสติปัญญาอันล้ำเลิศ นางมิใช่เพียงภรรยาที่เขาเคยคิดจะหย่าร้างเพื่อความปลอดภัย แต่นางคือสหายร่วมเป็นร่วมตาย คือดวงใจที่เขาพร้อมจะแลกด้วยบัลลังก์และลมหายใจ
"เจ้าชนะแล้ว..." เขากระซิบชิดริมหู นางนุ่มนวลขึ้นยามเมื่ออยู่ลำพังกับนาง "แต่เรื่องนี้ยังไม่จบ บันทึกบัญชีการค้าอาวุธที่ซ่อนอยู่ในคลังนี้... เจ้าพบมันแล้วใช่หรือไม่"
หลินซูเหยาแย้มยิ้มบาง นางหยิบม้วนกระดาษหนังแก้วสีเหลืองซีดออกจากอกเสื้อ ชูขึ้นตรงหน้าเขา "สิ่งนี้ต่างหากคือหัวใจสำคัญ ชื่อของขุนนางกังฉินครึ่งราชสำนักที่แอบลักลอบค้าอาวุธเถื่อนเพื่อสะสมกำลังพล... อยู่ในนี้ทั้งหมดเพคะ"
ทันใดนั้นเอง!
*ฉับพลัน!* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากปากทางเข้าคลังแสงใต้ดิน แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนแสบตา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความเหี้ยมเกรียม
"ท่านอ๋องและพระชายา! พวกท่านหนีไม่รอดแล้ว! ทางหลวงสั่งให้ปิดตายคลังแสงทั้งหมด! ใครขัดขืนฆ่าให้ตายคาที่!"
จ้าวเฟยหลงตวัดสายตากลับไปมองทางเข้าด้วยแววตาดุร้ายดั่งพญาเสือที่ถูกปลุกเร้า รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกมารอบกายจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันตา ทว่าหลินซูเหยากลับคว้าแขนเขาไว้ นางมิได้มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กุมความได้เปรียบ
นางค่อยๆ หยิบหยกพกประจำตัวขององค์รัชทายาทที่เพิ่งไปขโมยมาจากตำหนักบูรพาเมื่อคืนวานขึ้นมา ชูให้แสงเพลิงสะท้อนประกายวับวาว
"ดูท่า... สุนัขรับใช้ขององค์รัชทายาทจะรีบร้อนมาเป็นสักขีพยานในความพินาศของตัวเองเสียแล้วกระมั้งเพคะ"
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 19
แผนที่อาวุธลับ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!