ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 22

คดีฆาตกรรมนางกำนัล

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"ฝ่าบาททรงวินิจฉัยผิดพลาดแล้วกระมังเพคะ... หรือว่าในสายตาของพวกท่าน ความยุติธรรมเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง สำหรับสวมใส่ในยศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้น" น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมพัด ทว่ากลับคมกริบราวกับใบมีดซ่อนในแพรไหม หลินซูเหยาในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ ขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จดจ้องมายังนางในท้องพระโรงใหญ่ กลิ่นอายกดดันจากเหล่าขุนนางฝ่ายบริหารและราชองครักษ์นับสิบชีวิตไม่ได้ทำให้นางสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ปิ่นหยกขาวบนมวยผมปักไว้อย่างประณีต สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับแวม ดุจคมดาบที่พร้อมปลิดชีพผู้บังอาจล่วงเกิน คดีฆาตกรรมนางกำนัลขั้นสาม ‘เสี่ยวหลิน’ ที่ถูกพบเป็นศพจมอยู่ในสระบัวหลังตำหนักบูรพาเมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านมา กลายเป็นหมากตาสำคัญที่ฝ่ายตรงข้ามจงใจโยนเข้าใส่ซูเหยา หลักฐานทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นถุงหอมปักลายดอกโบตั๋นที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อศพ หรือคราบยาพิษชนิดหายากในกระเพาะล้วนพุ่งเป้ามาที่ชายาอ๋องผู้ร่วงหล่น ทว่า... พวกเขากลับคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่ง นั่นคือการประเมินสตรีที่ฟื้นคืนจากความตายผู้นี้ต่ำเกินไป "ชายาอ๋อง... ท่านกำลังท้าทายราชโองการและข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอย่างนั้นหรือ!" เสนาบดีฝ่ายซ้ายกระแทกเสียงกร้าว ใบหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสตรีเช่นนางต้อนจนมุมด้วยวาจาเพียงไม่กี่ประคำ ซูเหยาเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง นางกวาดสายตามองร่างของขุนนางเฒ่าผู้นั้นด้วยแววตาด구กซึ้ง ลุ่มลึก และเย้ยหยันในคราเดียวกัน "ท้าทายหรือเจ้าสำนัก... ข้าเพียงแต่กำลังชี้ให้เห็นถึงความโง่เขลาที่ถูกปรุงแต่งอย่างประณีตต่างหากเล่า" นางก้าวเท้าเดินช้าๆ เสียงรองเท้าปักลายหงส์กระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบเค้นหัวใจผู้คนในห้องโถงให้หยุดเต้น "พวกท่านกล่าวหาว่าข้าใช้ 'ผงจันทร์ดับ' วางยาพิษนางกำนัลผู้นั้นเพื่อปิดปากเรื่องสมุนไพรโบราณในคลังหลวง แต่พวกท่านกลับลืมคิดไปว่า... ยาพิษชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากแคว้นเป่ยหลิว การจะนำเข้ามาในเมืองหลวงต้องผ่านตราประทับของกรมพิธีการ ซึ่งบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านเสนาบดี เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบโดยตรงมิใช่หรือ?" สิ้นคำกล่าวของนาง ท้องพระโรงทั้งห้องก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันสนิท เสนาบดีฝ่ายซ้ายหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับ ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก "บังani... บังอาจนัก! เจ้าไม่มีสิทธิ์กล่าวหาลอยๆ เช่นนี้!" เสียงตวาดกลับสั่นเครือจนสิ้นท่า "กล่าวหาลอยๆ อย่างนั้นหรือ?" ซูเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางสะบัดแขนเสื้อกว้าง แผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งถูกโยนลงกลางลานพิธีอย่างไม่ไยดี ลายมืออันเป็นเอกลักษณ์และตราประทับโลหิตปรากฏเด่นชัดต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่เบื้องบน "นี่คือบัญชีลับการลักลอบซื้อขายสมุนไพรต้องห้ามเมื่อสามเดือนก่อน ลายมือนี้... คงไม่ต้องให้หม่อมฉันทูลหรอกกระมังเพคะ ว่าเป็นของใคร" บรรยากาศรอบกายพลันหนתเยือกขึ้นฉับพลัน แม้แต่ขุนนางที่เคยยืนกรานจะเอาชีวิตซูเหยาก็ยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ จนกระทั่ง... *แกร๊ก...* เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุก ประตูบานใหญ่แกะสลักลายมังกรเปิดออกช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานทัพ กลิ่นอายอำนาจอันดุร้ายและเยือกเย็นแผ่ซยายกดทับจนทุกคนต้องก้มหน้าหลบสายตา ท่านอ๋องจ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยววאกกราดมองรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของสตรีผู้เป็นชายา แววตาดุดันเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ทว่าความเย็นชาที่เขามีต่อคนทั้งห้องกลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่า "ใครหน้าไหน..." สุเฟยหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนสะเทือนไปถึงทรวงอกของผู้ฟัง "บังอาจเอาเรื่องไร้สาระมาใส่ร้ายชายาของเปิ่นหวาง?" ไม่มีใครกล้าปริปากพูดแม้แต่คำเดียว รัศมีแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากตัวแม่ทัพผู้กุมอำนาจกองทัพครึ่งประเทศนั้นเพียงพอที่จะบดขยี้กระดูกของทุกคนในที่นี้ให้แหลกละเอียดได้ในพริบตาเดียว ซูเหยาหันไปสบตากับเขา แววตาของนางมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ภายใต้ความเด็ดเดี่ยว ขณะที่สายตาของเขาที่มองนางนั้น เต็มไปด้วยความหลงใหลอันลึกซึ้งดั่งขุนเขาที่พร้อมจะพังทลายลงเพื่อปกป้องนางผู้เดียว ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้ซูเหยาเป็นฝ่ายกำชัยชนะไว้อย่างเบ็ดเสร็จ ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องโถง ใบซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย พร้อมกับราชоรการฉบับหนึ่งในมือที่สั่นเทา "ทะ... ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! แม่ทัพ... แม่ทัพซ่งนำกองกำลังสามหมื่นนายปิดล้อมประตูเมืองหลวงทางทิศเหนือไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พร้อมกับ... พร้อมกับประกาศว่า..." ขันทีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ประกาศว่า ชายาอ๋องหลินซูเหยา คือสายลับของแคว้นศัตรู สมควรต้องประหารสถานเดียว!" ซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากค้างเติ่ง ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในขณะที่จ้าวเฟยหลงไม่แม้แต่จะหันไปมองราชоรการในมือขันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง วงแขนแข็งแรงเอื้อมออกไปโอบเอวบางไว้มั่น ดึงร่างนางเข้าหาตัวราวกับต้องการประกาศให้โลกรู้ว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมา เขาก็จะไม่มีวันปล่อยมือนางเด็ดขาด ทว่า สายตาคมกริบของท่านอ๋องกลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้คราบเลือดบนจดหมายลับที่ซูเหยาเพิ่งเปิดโปงเมื่อครู่... มันไม่ใช่ลายมือของบุตรชายเสนาบดีฝ่ายซ้าย แต่เป็นตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ขององค์รัชทายาทที่หายสาบสูญไปเมื่อสี่ปีก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตาสำคัญนี้ไปด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%