เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อดีดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดประมูลชั้นวีไอพีของโรงแรมแกรนด์รอยัล แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคריสตัลสาดส่องลงมากระทบใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของ "แบงก์" หัวหน้ากิลด์อัสนีทมิฬ ผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคีย์จนจมดินเมื่อหลายเดือนก่อน
"ห้าสิบล้านเหรียญทอง! ไม่มีใครกล้าสู้ราคามากกว่านี้อีกแล้วใช่ไหม!"
เสียงประกาศกร้าวของพิธีกรประจำงานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเหล่าขุนนางและพ่อค้าวาณิชผู้มั่งคั่ง ไอเทมระดับตำนาน "สร้อยคอแห่งราชันโลหิต" ที่วางอยู่บนแท่นแก้วตรงกลางห้อง กำลังส่งแสงสีแดงฉานเย้ายวนใจ มันคือวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายที่กิลด์อัสนีทมิฬจำเป็นต้องใช้เพื่อปลุกเสกอาวุธประจำกิลด์ให้สมบูรณ์ แบงก์และสมาชิกในกิลด์ต่างมั่นใจเต็มร้อยว่า ด้วยเงินทุนมหาศาลที่พวกเขาระดมมา ไอเทมชิ้นนี้ไม่มีทางหลุดมือไปไหนได้อย่างแน่นอน
ลินน์ขยับกายเข้ามาชิดคีย์เล็กน้อย มือเรียวบางภายใต้ถุงมือสีขาวบริสุทธิ์เอื้อมมาจัดปกเสื้อสูทสากลสีดำสนิทให้ผู้เป็นสามีอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววขบขันระคนสมเพชเมื่อมองไปยังกลุ่มคนเบื้องล่างที่กำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง
"ดูพวกเขาสิครับท่าน..." ลินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏบนริมฝีปากของอดีตนักบวชสาวช่างงดงามราวกับภาพวาด ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง "คิดว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้วแท้ๆ"
คีย์ยกแก้วไวน์สีทับทิมขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกใสของระเบียงชั้นวีไอพีลงไปยังเบื้องล่าง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น
"ความโลภและความมั่นใจตาบอดมักเดินมาคู่กันเสมอนะครับลินน์... พวกมันคิดว่าเงินสิบล้านหรือยี่สิบล้านคือขีดSUDยอดของโลกใบนี้ แต่พวกมันลืมไปว่า คนที่มีทั้งระบบโอนเงินข้ามมิติและบัญชีที่ไม่มีวันติดลบอย่างเรา มองพวกมันเป็นแค่ตัวตลกที่กำลังเต้นระบำอยู่บนฝ่ามือต่างหาก"
"ห้าสิบล้านครั้งที่หนึ่ง..." พิธีกรบนเวทียกค้อนไม้ขึ้นเตรียมเคาะ
แบงก์หัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่น ยืดอกพองโตด้วยความภาคภูมิใจ หันไปพยักหน้าให้กับลูกน้องคนสนิทรอบกาย สายตาของเขาชำเลืองมองขึ้นมาบนชั้นวีไอพีด้วยความเย่อหยิ่ง ราวกับจะประกาศให้รู้ว่าต่อให้เป็นแขกวีไอพีลึกลับหน้าไหน ก็ไม่มีทางสู้กำลังทรัพย์ของกิลด์อัสนีทมิฬได้
"ห้าสิบล้านครั้งที่สอง..."
คีย์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงกระทบเบาๆ เขายื่นมือไปหยิบแท็บเล็ตควบคุมระบบการเงินสีดำสนิทที่วางอยู่ข้างตัว นิ้วเรียหายกดกดหน้าจออย่างรวดเร็วและมั่น
"ห้าสิบล้านครั้งที่สา—"
"ห้าร้อยล้านเหรียญทองครับ"
เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังกังวานไปทั่วห้องโถงประมูลผ่านระบบกระจายเสียงซ่อนรูป ทุกสรรพเสียงในห้องพลันเงียบกริบลงทันทีราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา ค้อนไม้ในมือของพิธีกรค้างเติ่งกลางอากาศ ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถล่นออกจากเบ้า
แบงก์สำลักน้ำลายตัวเองหน้าดำหน้าแดง เขาหันขวับไปมองยังที่มาของเสียงบนชั้นวีไอพีทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ
"ใครวะ! มันเป็นใครกล้าลองดีกับกิลด์อัสนีทมิฬ!" แบงก์คำรามลั่นด้วยความเดือดดาล กวาดสายตามองขึ้นไปด้านบน
คีย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเดินออกมาจากเงามืดของระเบียงวีไอพี แสงไฟสปอตไลท์อัตโนมัติของงานสาดส่องลงมาที่ตัวเขาและลินน์ที่ยืนเคียงข้าง รัศมีแห่งความเยือกเย็นและอำนาจเงินตราแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนผู้คนในห้องต้องกลั้นหายใจ
เมื่อใบหน้านั้นปรากฏชัดเจนในสายตาของทุกคน แบงก์ถึงกับผงถอยหลังไปสามก้าว ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับกำลังเห็นผีร้ายในเวลากลางวัน
"คะ... คีย์!? เป็นไปไม่ได้! แก... แกมันไอ้ผู้กล้าตกอับไร้ค่าที่พวกเราไล่ออกไปไม่ใช่เหรอวะ!" แบงก์ตะโกนเสียงหลง ลืมตัวตนและมา D-E-CORUM ของหัวหน้ากิลด์ชื่อดังไปจนหมดสิ้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา
สมาชิกกิลด์อัสนีทมิฬคนอื่นๆ ต่างหน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน ความทรงจำในวันที่พวกมันร่วมกันรุมทำร้าย ขับไล่ และยึดทรัพย์สินทั้งหมดของคีย์ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ภาพของชายหนุ่มสภาพสะביรอมสะบมในวันนั้น ซ้อนทับกับชายหนุ่มผู้สวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับยืนมองลงมาด้วยสายตาดุจพญาอินทรีย์มองเหยื่อในวันนี้
คีย์ยิ้มรับปฏิกิริยาเหล่านั้นด้วยความใจเย็น เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีจริงบนปกเสื้อเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ตกอับอย่างนั้นหรือครับคุณแบงก์... น่าเสียดายจังนะครับ ที่คำว่า 'ไร้ค่า' ในวันนั้น มันดันกลายเป็นตั๋วเดินทางสู่ความมั่งคั่งที่พวกคุณไม่มีวันเอื้อมถึงในชาตินี้"
ลินน์ก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นปรากฏบนใบหน้า เธอกวาดสายตามองเหล่าอดีตสหายที่เคยเหยียบย่ำเธอด้วยความสมเพชเวทนา
"จำไม่ได้เหรอครับว่าพวกคุณเคยบอกว่าฉันเป็นแค่ตัวถ่วงไร้ประโยชน์... แต่ตอนนี้ ตัวถ่วงคนนี้กำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดเคียงข้างคนที่กุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอาณาจักรนี้ทั้งหมด"
แบงก์กัดฟันกรอด ความโกรธเข้าครอบงำสติจนหน้ามืดตามัว เขาตะโกนลั่นห้องประมูล
"แกมีเงินเยอะมาจากไหนวะ! ต่อให้แกฟลุกรวยขึ้นมาแค่ไหน สร้อยเส้นนั้นกิลด์อัสนีทมิฬของฉันต้องได้มัน! ประมูลสู้มันสิเว้ย! ใส่ราคาไปพันล้านเลย!" แบงก์หันไปสั่งการรองหัวหน้ากิลด์ที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ
รองหัวหน้ากิลด์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือสั่นเทาหยิบแท็บเล็ตข้ามมิติของกิลด์ขึ้นมาเช็กยอดเงินคงเหลือ ก่อนจะหันมามองหน้าหัวหน้าด้วยรอยยิ้มเจื่อนสนิท
"มะ... หัวหน้าครับ... บัญชีสำรองของกิลด์เรา... ตอนนี้เหลือแค่สี่สิบล้านแล้วครับ... เราใช้เงินเกลี้ยงบัญชีไปกับการประมูลรอบที่แล้วหมดแล้ว..."
สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของแบงก์ก็เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดหล่อเลี้ยง ร่างกายทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองมาด้วยความสมเพชและเยาะเย้ย
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจและทรงพลัง เขายกแท็บเล็ตในมือขึ้นกดปุ่มยืนยันการชำระเงินครั้งสุดท้าย
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบโอนเงินข้ามมิติดังสนั่นก้องไปทั่วห้องโกลด์ พร้อมกับสัญลักษณ์การชำระเงินสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือร่างของแบงก์ ยืนยันการเป็นเจ้าของ "สร้อยคอแห่งราชันโลหิต" อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องรอเคาะไม้ครั้งที่สาม
คีย์ก้มมองแบงก์ที่กำลังคุกเข่าหมดสภาพอยู่เบื้องล่าง สายตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันขั้นสุดยอด
"เงินซื้อทุกอย่างไม่ได้หรอกครับคุณแบงก์..." คีย์เว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มปีศาจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "...แต่มันซื้อความพินาศของพวกคุณได้... ในพริบตาเดียวนี่แหละครับ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ระดับไฮendก็คำรามกึกก้องดังสนั่นมาจากนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ แรงลมจากการพัดตัวของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพัดกระหน่ำเข้ามาจนผ้าม่านปลิวไสว แสงไฟสปอตไลท์จากเฮลิคอปเตอร์ส่องตรงมาที่ระเบียงวีไอพีที่คีย์และลินน์ยืนอยู่ ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออกเผยให้เห็นกองกำลังรักษาความปลอดภัยส่วนตัวในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนายยืนคุมเชิงอยู่พร้อมอาวุธครบมือ
ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องโถงประมูลก็ถูกถีบเปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝเท้าหนักแน่นของชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตาคนหนึ่งเดินนำหน้าเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางข้ามมิติระดับสูงห้าคนเดินเข้ามาตรงกลางห้อง พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีทองคำแท้ในมือ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนนั้นเดินตรงเข้าไปหาแบงก์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น ก้มมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะโยนเอกสารชุดหนึ่งลงบนหัวของแบงก์จนกระดาษกระจายเกลื่อนพื้น
"ประกาศจากสภาการพาณิชย์ข้ามมิติ..." เจ้าหน้าที่กล่าวด้วยเสียงกังวานชัดเจนแจ่มแจ้ง "เนื่องจากกิลด์อัสนีทมิฬมีหนี้สินค้างชำระและผิดสัญญาค้ำประกันวงเงินกับทางเรา ซึ่งได้รับการซื้อหนี้ทั้งหมดโดยท่าน 'คีย์' แต่เพียงผู้เดียว ทางเราจึงขอประกาศยึดทรัพย์สิน อาคารที่ทำการ และสิทธิ์การครอบครองกิลด์ทั้งหมดของพวกคุณ ณ บัดนี้!"
แบงก์เบิกAตากว้าง ล้มฟุ้งลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความฝันที่จะสร้างอาณาจักรพังทลายลงในพริบตาเดียว
คีย์หันไปโอบเอวบางของลินน์เข้ามาแนบชิด ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่รอคอยมานานแสนนาน ก่อนที่คีย์จะหันมามองกล้องวงจรปิดของงานประมูลที่ถ่ายทอดสดไปยังหน้าจอหลักทั่วอาณาจักร และเอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายก่อนก้าวเดินออกจากระเบียงเพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกคุณนะครับ... หวังว่าจะสนุกกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะขอทานข้างถนน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้ หวังว่าจะสะใจกับการฟาดหน้าพวกเหลือบไรด้วยพลังเงินสดนะครับ
ผู้กล้าถูกทิ้งกับระบบโอนเงินข้ามมิติ•ตอนที่ 5
ใครกันแน่ที่ไร้ค่า
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กล้าถูกทิ้งกับระบบโอนเงินข้ามมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!