เอกสารนับร้อยฉบับถูกวางเรียงรายบนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดี เสียงปลายปากกาขนนกที่จรดลงบนกระดาษหนาฟурต์ดังสม่ำเสมอ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ถูกยึดมาครอบครอง
"รายชื่อเขตการค้าทางตอนเหนือสามเมือง ตกลงว่าจะให้บริษัทการค้าของตระกูลบารอนดาลควบคุมดูแลต่อ แต่เราจะปรับภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละสี่สิบ... เพื่อบีบให้พวกเขาต้องเข้ามาเจรจาขอสินเชื่อวงเงินสูงจากธนาคารกลางที่เราถือหุ้นใหญ่"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเฉียบคมดังขึ้น ลินน์ในชุดกระโปรงยาวสีเทาเข้มเรียบหรู เส้นผมสีเงินยวงถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต เผยให้เห็นลำคอระหงและดวงตาสีฟ้าครามที่กำลังกวาดมองตัวเลขผลกำไรสุทธิประจำไตรมาสผ่านแว่นสายตากรอบทอง เธอยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบเบาๆ โดยละสายตาจากเอกสารตรงหน้าเพียงชั่วครูเพื่อเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม
คีย์ยิ้มรับมุมปาก เขาวางแก้วกาแฟลงบนจานรองช้าๆ ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่ชีวิตและมันสมองเบื้องหลังอาณาจักรการเงินแห่งใหม่นี้ด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
"คุณนี่น่ากลัวกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ ลินน์" คีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "แค่ไม่กี่วัน คุณเล่นเอาตระกูลพ่อค้าที่เคยเหยียบย่ำเราเมื่อก่อน ตอนนี้ต้องวิ่งวุ่นมาขอเข้าพบเพื่อกราบกรานขอส่วนแบ่งการตลาดแล้วหรือครับ"
"พวกเขาไม่ได้เรียกว่าน่ากลัวหรอกครับคีย์... มันเรียกว่าการทวงคืนความยุติธรรมในแบบที่โลกใบนี้เข้าใจต่างหาก" ลินน์วางปากกาลง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายขึ้น รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้า "จำวันที่เราถูกขับไล่ออกจากวิหารหลวงได้ไหมคะ—อ่า ขออภัยครับ จำได้ใช่ไหมครับ วันนั้นพวกมันมองเราเหมือนสุนัขข้างถนน ตอนนี้... ฉันแค่อยากให้พวกมันได้ลิ้มรสความรู้สึกของการเป็นหนี้บุญคุณจนแทบไม่มีแผ่นดินจะยืนบ้าง"
บรรยากาศในห้องอุ่นขึ้นด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง ทั้งคู่ผ่านความมืดมนที่สุดของชีวิตมาด้วยกัน ในวันที่คีย์ถูกตราหน้าว่าเป็น "ผู้กล้าไร้ค่า" ที่ดึงดันจะใช้เงินสดซื้อทุกอย่างแทนที่จะฝึกฝนดาบเวทมนตร์ ลินน์คือคนเดียวที่กุมมือเขาในย่านสลัม ยอมสละสร้อยศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวเพื่อแลกกับเศษขนมปังประทังชีวิต
แต่ตอนนี้... ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
[แจ้งเตือนจากระบบ: ยอดโอนเงินข้ามมิติสำเร็จ +500,000,000 เหรียญทองทรู]
[สถานะทรัพย์สินรวมปัจจุบัน: ครองอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือระบบเศรษฐกิจอาณาจักรซาเลีย]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของคีย์ไม่ได้ทำให้เขาตื่นตระหนกอีกต่อไป เขากลับรู้สึกชาชินเสียด้วยซ้ำ เงินครึ่งพันล้านเหรียญทองนี้ มากพอที่จะซื้อกองทัพอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งกองพลให้มาคุกเข่าเลือกรองเท้าได้สบายๆ
"แล้วเรื่องแผนการเข้าซื้อกิจการเหมืองแร่เวทมนตร์ทางใต้ล่ะครับ?" คีย์ถามต่อด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น
"เรียบร้อยดีครับ" ลินน์เลื่อนแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำมาตรงหน้าคีย์ "หัวหน้าสมาคมนักขุดแร่พยายามเล่นแง่ เรียกราคาเพิ่มเป็นสองเท่าเพราะคิดว่าเราเป็นพวกกระเป๋าหนักหน้าใหม่ที่ไม่รู้เรื่องราคาตลาด... ฉันเลยจัดการปล่อยข่าวเรื่องการค้นพบสายแร่สำรองขนาดใหญ่กว่าทางตะวันออก และสั่งระงับการปล่อยสินเชื่อระยะสั้นทั้งหมดที่สมาคมนั้นกู้ยืมอยู่"
ลินน์ยิ้มหวานหยดย้อย แต่แววตากลับเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"ภายในสามวัน... ถ้าพวกเขาไม่มาคุกเข่าเซ็นสัญญาขายสิทธิ์ขาดให้เราในราคาต่ำกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง เหมืองทั้งหมดนั้นก็จะถูกยึดเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และเราจะเข้าไปกว้านซื้อในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด"
คีย์หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างถูกใจ มือหนายื่นไปกุมมือเรียวบางของหญิงสาวที่วางอยู่บนโต๊ะ ลินน์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยอมให้เขาจับแต่โดยดี ปลายนิ้วของทั้งคู่ที่สัมผัสกันถ่ายทอดความอบอุ่นและร่องรอยคราบน้ำตาจากอดีตที่เคยร่วมฝ่าฟัน
"ผมโชคดีจริงๆ นะครับที่มีคุณ" คีย์เอ่ยเสียงนุ่ม "ถ้าไม่มีคุณคอยบริหารจัดการเรื่องการเมืองและกลยุทธ์ทางธุรกิจเหล่านี้ ผมคงเอาแต่ใช้เงินฟาดหัวพวกมันจนประเทศล่มจมไปข้างหนึ่งแล้วล่ะครับ"
"คุณก็พูดเกินไปค่ะ—เอ้ย พูดเกินไปนะครับ" ลินน์แกล้งทำเป็นค้อนใส่เบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคัก "เงินของคุณคืออำนาจที่แท้จริงในโลกนี้ค่ะคีย์ ไม่มีเงิน ต่อให้คุณถือดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าประทานให้ ก็เป็นได้แค่ทหารรับจ้างปลายแถวที่นอนตายข้างถนน... หน้าที่ของฉันคือการจัดระเบียบอำนาจนั้นให้มันคมกริบพอที่จะเชือดคอพวกทรยศได้โดยที่มือของเราไม่ต้องเปื้อนเลือดต่างหาก"
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันน่าประทับใจ พ่อบ้านชราในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อม แต่เม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับบ่งบอกว่ามีเรื่องไม่สู้ดีเกิดขึ้น
"เรียนท่านคีย์ และคุณลินน์ครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอเข้าพบที่ประตูหน้าคฤหาสน์ครับ"
คีย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ใครกันครับที่กล้ามาบุกรุกเคหสถานของเราในยามวิกาลแบบนี้"
พ่อบ้านชรารemลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอמהชื่อออกมาช้าๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
"อดีตองค์มหาสังฆราชเบอร์นาร์ด... และท่านเคานต์โรเบิร์ตครับ พวกเขาเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดวิ่น และ... กำลังร้องไห้คร่ำครวญขอความช่วยเหลือจากท่านผู้กล้า บอกว่าวิหารหลวงกำลังจะล่มสลายเพราะหนี้สินมหาศาล และมีเพียงท่านคนเดียวที่จะช่วยไถ่ถอนพวกเขากลับคืนมาได้ครับ"
สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มของลินน์ก็กว้างขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามเปล่งประกายความสะใจอย่างปิดไม่มิด เธอดึงมือกลับจากการกุมของคีย์ ช้าๆ แล้วหยิบกระเป๋าหนังขอบทองขึ้นมาถือไว้
คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อคลุมสูทเนื้อดีให้เข้ารูป รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคาย เขาก้มลงมองหน้าคู่ชีวิตที่รักยิ่ง
"ดูเหมือนว่า... แขกที่เราเฝ้ารอจะมาเคาะประตูถึงที่แล้วนะครับ ลินน์"
ลินน์ลุกขึ้นยืนเคียงข้างเขา จัดปกเสื้อให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ สายตาคู่นั้นมองตรงไปยังประตูทางเข้าด้วยความรู้สึกสะใจที่รอคอยมานานแสนนาน
"ไปต้อนรับพวกเขากันเถอะครับคีย์... ในฐานะที่พวกเราเป็น 'เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด' ของพวกมัน"
คีย์พยักหน้ารับ ร่างสูงก้าวเดินนำหน้าคู่ชีวิตออกจากห้องทำงาน มุ่งตรงไปยังโถงรับแขกขนาดใหญ่ โดยมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบโอนเงินข้ามมิติดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างต่อเนื่อง เป็นจังหวะเดียวกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้าไปใกล้ประตูกลาง—
ปัง!
ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของอดีตผู้มีอำนาจทั้งสองคนที่กำลังล้มลุกคลุกคลาน คุกเข่าซบพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับคีย์ด้วยแวหวาหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่รอยยิ้มของอดีตผู้กล้าค่อยๆ เผยอขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงพูดที่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ...
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็พวกหมาจรจัดที่เคยไล่ผมออกจากเมืองนี่เองนะครับ"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกัน ณ บรรทัดนี้ หวังว่าจะรอชมการฟาดหน้าขั้นเด็ดขาดในตอนหน้านะครับ
ผู้กล้าถูกทิ้งกับระบบโอนเงินข้ามมิติ•ตอนที่ 9
ลินน์ผู้สนับสนุนที่แท้จริง
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กล้าถูกทิ้งกับระบบโอนเงินข้ามมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!