"ฉีกใบสัญญาบ้าๆ นี่ทิ้งซะ แล้วก็คุกเข่ากราบขอโทษภรรยาผม... นี่คือโอกาสเดียวที่คุณยังจะมีลมหายใจเดินออกจากตึกนี้ครับ, หัวหน้ากิลด์พงษ์"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องไปทั่วห้องโถงรับรองของกิลด์ 'พยัคฆ์ทมิฬ' กิลด์ระดับท็อปเท็นของประเทศ แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของรินทร์ จนทำให้เหล่าฮันเตอร์ระดับสูงที่ยืนล้อมอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือดและหายใจติดขัด บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงในทันที ราวกับมีใครเอาค้อนยักษ์มาทุบความอวดดีของทุกคนให้แหลกละเอียดในพริบตา
รินทร์ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิท ยืนกอดอกมองชายวัยกลางคนผู้สวมแหวนทองประดับเพชรเม็ดโตที่นิ้วชี้อย่างเย้ยหยัน ด้านข้างของเขาคือลินิน ฮันเตอร์แรงก์ S สาวผู้เลอโฉม เธอยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ มือเรียวบางเอื้อมมาจับมือรินทร์ไว้หลวมๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น หลังจากที่พวกเขาต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนกับสัญญาาสุดระยำที่กิลด์นี้เคยหลอกลวงต้มตุ๋นไว้ในวันที่รินทร์ยังเป็นแค่ฮันเตอร์ไร้แรงก์ที่ไม่มีแม้แต่ค่าข้าว
พงษ์ หัวหน้ากิลด์พยัคฆ์ทมิฬ ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนฉีกหน้าต่อหน้าลูกน้องนับสิบชีวิต
"แก... ไอ้สวะไร้แรงก์! คิดว่าหาเงินมาจากไหนไม่กี่ล้านแล้วจะมาทำกร่างในถิ่นของฉันได้งั้นเหรอวะ!" พงษ์ตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมปลดปล่อยจิตสังหารระดับแรงก์ A ออกมาข่มขวัญ "สัญญาบ้าบออะไรนั่นน่ะ แกเซ็นด้วยความสมัครใจ! ถ้าอยากจะยกเลิกสัญญาเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แกต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาห้าร้อยล้าน! ห้าร้อยล้านโว้ย! ไอ้ยาจกอย่างแกต่อให้ทำงานจนตายห่าก็ไม่มีปัญญาหามาจ่ายหรอก!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากเหล่าสมุนรอบห้อง พวกมันมองรินทร์ด้วยสายตาสمเพชเวทนาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่ารินทร์จะแต่งตัวดูดีขึ้นแค่ไหนในวันนี้ แต่สำหรับพวกมัน เงินห้าร้อยล้านมันคือตัวเลขที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับฮันเตอร์ตกอับ
แต่รินทร์กลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้พงษ์รู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่าน
"ห้าร้อยล้าน... สำหรับคุณมันอาจจะเป็นเงินก้อนโตที่ต้องใช้เวลาโกงกินอีกหลายปีนะครับ" รินทร์ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อก... ก๊อก... ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของอีกฝ่าย "แต่สำหรับผม... มันเป็นแค่เศษเงินทอนที่ผมใช้ซื้อกาแฟกินเล่นเมื่อเช้า"
พรึบ!
รินทร์สะบัดมือเบาๆ กระเป๋าเอกสารหนังแท้ราคาแพงก็ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงาน เสียงวัตถุกระแทกหนักๆ เรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี เมื่อฝากระเป๋าเปิดอ้าออก แสงสีทองประกายจากสมุดบัญชีพิเศษและฮาร์ดแวร์ยืนยันตัวตนระดับวีไอพีขั้นสูงสุดก็สะท้อนเข้าตาของทุกคนจนแสบตา
"เช็คยอดดูสิครับ... ว่าเงินในบัญชีของผมตอนนี้ มันพอจะซื้อหัวสุนัขอย่างคุณได้กี่รอบ"
พงษ์หน้าถอดสี มือสั่นเทาหยิบแท็บเล็ตแสดงผลยอดเงินขึ้นมาตรวจสอบด้วยความระแวง ดวงตาของหัวหน้ากิลด์เบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า เมื่อหน้าจอปรากฏตัวเลขศูนย์เรียงรายกันยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วน ยอดเงินสดในบัญชีของรินทร์เวลานี้ทะยานแตะหลัก 'หมื่นล้าน' ไปเรียบร้อยแล้ว ผ่านระบบอภิมหาเศรษฐีข้ามมิติที่ประทานความมั่งคั่งอย่างไร้ขีดจำกัดให้แก่เขา!
"มะ... เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้ยังไง! แกไปปล้นธนาคารไหนมาวะไอ้ฮันเตอร์ไร้แรงก์!" พงษ์หวีดร้องออกมาอย่างเสียสติ ขาอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่งแปะกับเก้าอี้
"เงินสะอาดที่ได้มาจากความสามารถและโชคชะตาที่พวกคุณไม่มีวันเข้าใจต่างหากล่ะครับ" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอปรายตามองหัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตด้วยความสมเพช "จำได้ไหมคะ? วันที่เราสองคนมาขอความช่วยเหลือตอนที่คุณพ่อของฉันป่วยหนัก คุณเหยียบย่ำเรา ไล่เราออกจากกิลด์เหมือนหมูเหมือนหมา บอกว่าคนไร้ค่าอย่างพวกเราไม่มีวันมีค่าอะไรในวงการนี้... วันนี้ล่ะค่ะ คือดอกเบี้ยที่เราสองคนมาทòiคืน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกได้ของเหล่าสมุนกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ ไม่มีใครกล้าสบตารินทร์หรือลินินเลยสักคน พวกมันเพิ่งตระหนักได้ว่า ฮันเตอร์ที่พวกมันเคยเหยียบย่ำในอดีต ได้กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของพวกมันไปเสียแล้ว
รินทร์ดึงสัญญาฉบับจริงออกมาจากมือของพงษ์ที่กำลังสั่นเทา เขาฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตาอย่างไม่แยแส ก่อนจะโยนเศษกระดาษโปรยลงบนศีรษะของอีกฝ่ายราวกับโปรยทาน
"สัญญาทาสนี่... จบสิ้นกันแค่นี้นะครับ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "และต่อจากนี้ไป กิลด์พยัคฆ์ทมิฬของคุณ... ก็เตรียมตัวรับหมายศาลและประกาศล้มละลายได้เลย เพราะทุกบริษัทในเครือที่ติดหนี้ผม ผมได้กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว"
เปรี้ยง!
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาลของพงษ์ เขากระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความช็อกสุดขีด ร่างกายล้มพับลงไปกองกับพื้น พยายามจะตะเกียกตะกายเข้ามาจับขากางเกงของรินทร์เพื่อร้องขอชีวิต
"คุณรินทร์! ท่านรินทร์ครับ! ได้โปรดเมตตาผมด้วย! ผมมันตาถั่ว! ได้โปรด..."
รินทร์เมินเฉยต่อเสียงคร่ำครวญนั้น เขากุมมือลินินเตรียมจะหันหลังเดินออกจากห้องนรกแห่งนี้ ทว่า... ก่อนที่ฝ่าเท้าของเขาจะก้าวพ้นประตูบานใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสนั่นมาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพงษ์หลายเท่าตัว
กึก... กึก... กึก...
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเงินปักลายด้ายทอง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งการต่อสู้ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาดุดั่งพญาอินทรีจ้องมองมาที่รินทร์และลินินเขม็ง
"คิดจะมาถอนตัวแล้วชักดาบหนีไปง่ายๆ แบบนี้... มันไม่ดูถูกกิลด์ระดับประเทศของเราไปหน่อยเหรอครับ คุณฮันเตอร์รินทร์"
เสียงทุบโต๊ะและเสียงประหลาดบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลังของชายชราคนนั้น รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่คุ้นเคย... ชายคนนี้ไม่ใช่คนของกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ แต่เป็นถึง 'ผู้บัญชาการสูงสุด' แห่งสมาคมฮันเตอร์แห่งชาติผู้กุมอำนาจมืดตัวจริง!
...ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ...
ฮันเตอร์ไร้แรงก์กับระบบอภิมหาเศรษฐีข้ามมิติ•ตอนที่ 3
ตบหน้าหัวหน้ากิลด์ด้วยเงินสด
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้แรงก์กับระบบอภิมหาเศรษฐีข้ามมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!