คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 21

ความใกล้ชิดที่อันตราย

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
คราบหยดน้ำที่เกาะอยู่บนกระจกใสของสำนักงานกฎหมาย ถูกสายฝนด้านนอกชะล้างให้ไหลรวมกันเป็นเส้นทางยาว บิดเบี้ยว และพร่ามัว ราวกับโลกภายนอกกำลังละลายหายไปในความมืดมิดของราตรีกาล ปารมีขว้างปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะทำงาน เสียงโลหะกระทบกับกองแฟเอกสารคดีฆาตกรหน้ากากหินดังทึบในความเงียบงัน ดวงตาคู่คมกริบใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาจ้องมองตัวอักษรในสำนวนฟ้องที่บิดเบี้ยวในสายตา ความเหนื่อยล้าจากการขุดคุ้ยหลักฐานตลอดสิบแปดชั่วโมงเต็มเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะ จนเส้นประสาทขมับเต้นตุบๆ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงฟ้าคะนองคำรามก้องกังวานเหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการแก้ต่างทางกฎหมาย แต่มันคือหลุมพรางจิตวิทยาที่ถูกขุดขึ้นมาเพื่อฝังกลบเธอทั้งเป็น... และผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องคนนั้น คือผู้คุมกฎแห่งความมืดที่ถือเสียมอยู่ "คุณกำลังใช้เหตุผลผิดวิธีในการตีความข้อกฎหมายมาตราสิบสองนะคะ, ทนายปารมี" เสียงทุ้มนุ่มลึกที่เจือความเย้าแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจากความสลัว กันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม แสงไฟจากหน้าจอแท็บเล็ตสะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างของเขา สรสันฐานคมสันและแววตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่เธอ มันไม่ใช่สายตาของลูกความที่กำลังหวาดกลัวคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรง ปารมีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ฉันเป็นทนายของคุณ, คุณกันตพัฒน์... และหน้าที่ของฉันคือการปกป้องคุณจากกรรเชียงของแท่นประหาร ไม่ใช่มานั่งฟังคุณวิเคราะห์สภาพจิตใจของฉันในยามวิกาลแบบนี้" "แต่คุณกำลังแพ้คดี... ไม่ใช่เพราะหลักฐานของฝั่งตำรวจแน่นหนาหรอกนะ" กันต์ลุกขึ้นช้าๆ ขายาวก้าวเดินผ่านเงาสลัวของห้องทำงาน เสียงฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ "แต่เพราะคุณกำลังเห็นเงาของตัวเองซ้อนทับอยู่ในตัวฆาตกรต่างหากล่ะครับ" ประโยคพูดคุยนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึก ปารมีสะท้านเฮือก เธอผุดลุกขึ้นจนเก้าอี้หมุนกระแทกกับชั้นหนังสือด้านหลัง เสียงกิริยานั้นรุนแรงจนสะท้อนความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดหลายปี "คุณรู้อะไร..." ปารมีก้าวเข้าไปประชิด รักษาระยะห่างเชิงวิชาชีพไว้อย่างสุดกำลัง แม้ว่ากลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาราวกับไม้จันทน์หอมผสมกลิ่นอายฝนยามค่ำคืน จะกำลังรุกรานพื้นที่อากาศของเธอจนแทบหายใจไม่ออก "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับอดีตของฉันกันแน่, กันต์?" ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่ถึงคืบ ในคืนที่สายฝนโหมกระหน่ำซัดสาดอาคารสำนักงานจนเกิดเสียงอึกทึก ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลับอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ กันต์ไม่ถอยหลังหนี เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ดวงตาสีเทาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของครอบครัวเธอเมื่อสิบปีก่อน "ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวดแค่ไหน... เวลาที่ต้องยืนอยู่บนศาลแล้วพบว่าความยุติธรรมเป็นเพียงภาพลวงตา" เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงสายฝน แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของปารมีอย่างชัดเจน "เหมือนกับที่ผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้... มีคุณเป็นเกราะกำบังเดียว และในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนเดียวที่สามารถแทงข้างหลังผมได้คมที่สุด" มือหนาของกันต์ยื่นออกมาช้าๆ นิ้วเรียวยาวเอื้อมผ่านกรอบหน้าผากของเธอ ปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกอย่างทะนุถนอม สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบแต่วูบไหวในความรู้สึก ทำให้ลมหายใจของปารมีสะดุดกึก ร่างกายของทนายความสาวผู้เยือกเย็นแข็งค้างราวกับถูกสะกดด้วยเวทมนตร์ เธอควรจะผลักเขาออก เธอควรจะยกกฎหมายหรือจรรยาบรรณวิชาชีพขึ้นมาเป็นเกราะกำแพง แต่มتตากลับบอกให้เธอนิ่งงัน ปล่อยให้ความอบอุ่นอันตรายนี้คืบคลานเข้ามาครอบครองพื้นที่ความรู้สึก "คุณกำลังข้ามเส้น..." ปารมีกระซิบเสียงสั่น พยายามรวบรวมเศษ 1 ของความตั้งใจสุดท้าย แต่เสียงของเธอกลับเบาหวิวไร้พลัง "เส้นแบ่งมันเลือนรางตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก, ปารมี..." กันต์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากเธอนิดเดียว ลลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะปฏิเสธ "เราต่างก็เป็นปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่หลังคราบของความถูกต้อง... คุณก็รู้" ปารมีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ในวินาทีที่ความตึงเครียดทางอารมณ์พุ่งถึงขีดสุด ริมฝีปากของเขาก็ทาบทับกลีบปากของเธออย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เป็นจูบที่ไม่มีความหวานละมุน แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และแรงปรารถนาอันมืดมนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้คดีฆาตกรรมอันโหดร้าย ร่างบางสะท้านเฮือกก่อนที่สัญชาตญาณจะสั่งให้มือเรียวคว้าจับปกเสื้อของเขาไว้แน่น ไม่ใช่เพื่อผลักไส... แต่เพื่อดึงรั้งเขาให้เข้ามาลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของห้องทำงานที่มืดสลัวและเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซ้ำเติมความเปราะบางในจิตใจ ทว่า ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังหลอมรวมสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้เป็นหนึ่งเดียว เสียงกริ่งเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยของสำนักงานก็ดังแหลมขึ้นแทรกกลางความเงียบ! *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* ปารมีสะดุ้งสุดตัว ผลักร่างของกันต์ออกห่างทันที หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตกใจและสำนึกผิดชอบชั่วดีที่เพิ่งกลับคืนมา เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว ขณะที่สายตากวาดมองไปที่จอภาพมอนิเตอร์วงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่มุมห้อง หน้าจอแสดงภาพโถงทางเดินด้านนอกสำนักงาน... ไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบวับแวม และที่หน้าประตูห้องกระจกฝ้า มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนนิ่งสนิท มือข้างหนึ่งกำลังเอื้อมมาหมุนลูกบิดประตูจากด้านนอกอย่างช้าๆ และกลิ่นบางอย่างที่ลอยโชيเข้ามาตามช่องลมใต้ประตู... ก็ทำให้เลือดในกายของปารมีเย็นเฉียบลงทันที มันคือกลิ่นของ "ดินประสิวและคราบเขม่าควัน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%