"ปารมี! อย่าอยู่ใกล้เขา!"
เสียงคำรามของสารวัตรธนาก้องสะท้อนไปตามผนังคอนกรีตเปลือยเปล่าของห้องใต้ดิน กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศเย็นเยียบ ปลายกระบอกปืนพกสีดำสนิทสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ของผู้ถือ มันถูกเล็งตรงไปยังร่างสูงสง่าของกันต์ สถาปนิกหนุ่มผู้ยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินสลัก ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนังได้
ปารมีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดความสั่นไหวในอก เธอยังคงยืนอยู่ห่างจากกันต์เพียงก้าวเดียว ร่างกายภายใต้สูทเข้ารูปสีเทาเข้มเกร็งเครียด ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่รอยขุดเจาะบนพื้นคอนกรีตเบื้องหน้า ที่ซึ่งทีมพิสูจน์หลักฐานเพิ่งขุดพบถุงพลาสติกสีดำบรรจุร่างไร้วิญญาณ
"สารวัตรธนา เก็บปืนลงเถอะค่ะ" เสียงของปารมีราบเรียบ เย็นเยือก และทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งความบ้าคลั่งในแววตาของนายตำรวจหนุ่มได้ชั่วขณะ "ที่นี่ไม่ใช่สนามประลอง และกันต์... เขายังเป็นผู้ต้องสงสัยตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่นักโทษประหารที่คุณจะมีสิทธิ์เหนี่ยวไกใส่ตามอำเภอใจ"
กันต์ปรายตามองหญิงสาวที่ยืนเคียงข้าง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มของผู้บริสุทธิ์ที่กำลังหวาดกลัว แต่เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันความไร้เดียงสาของโลกใบนี้ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นสะท้อนเงาของกระบอกปืนโดยไม่กะพริบ
"ทนายปารมีดูจะเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเสียเหลือเกินนะคะ... ทั้งที่มันเคยเหยียบย่ำครอบครัวของคุณจนไม่เหลือชิ้นดีมาแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความเย้าแหย่ที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
ปารมีกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นเป็นสันนูน เธอนึกอยากจะตบหน้าคนตรงข้ามสักฉากข้อหารู้จักขุดคุ้ยแผลเป็นของเธอมาทิ่มแทง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทนายความมืออาชีพพึงกระทำ เธอก้าวถอยหลังออกมาครึ่งก้าว เว้นระยะห่างเพื่อดึงสติกลับมาสู่ความจริงตรงหน้า
"ความจริงมักจะน่าเกลียดเสมอครับสารวัตร" กันต์หันไปเผชิญหน้ากับธนาโดยตรง มือทั้งสองข้างยังคงซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างผ่อนคลาย "ศพใต้พื้นห้องทำงานผมเหรอครับ? ช่างเป็นการจัดฉากที่ประณีตเสียจริง... น่าเสียดายที่สถาปนิกอย่างผมเกลียดความสมบูรณ์แบบที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือคนอื่นที่สุด"
"หุบปาก! แกเตรียมตัวไปพูดในศาลเถอะ!" ธนาคำรามลอดไรฟัน นิ้วชี้เริ่มกดน้ำหนักลงบนไกปืน
"ถ้าพาเขาไปตอนนี้ เราจะไม่มีวันรู้เลยค่ะว่าใครคือคนออกแบบห้องใต้ดินนี้จริงๆ" ปารมีก้าวเข้ามาขวางระหว่างปืนกับร่างของกันต์อีกครั้ง สายตาเด็ดเดี่ยวจ้องมองสารวัตรเพื่อนสนิท "เอกสารการออกแบบ... ฉบับที่กันต์ส่งให้ดิฉันเมื่อคืนนี้"
ธนาชะงัก สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ "เอกสารอะไร? ปารมี คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่?"
"เกมที่เดิมพันด้วยความยุติธรรมค่ะ" ปารมีหันไปสบตากับกันต์ ชั่วแวบหนึ่ง เธอดันเห็นประกายความพึงพอใจในดวงตาสีเทาคู่นั้น ราวกับว่าทุกลมหายใจของเธอในตอนนี้ เป็นไปตามหมากที่เขาวางไว้ตั้งแต่แรก
---
คืนนั้น ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่อัดแน่นไปด้วยกองเอกสารสำนวนคดีและพิมพ์เขียวสถาปัตยกรรม แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่กางอยู่กลางห้อง ปารมีขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวไล่ไปตามเส้นสายและตัวเลขทางเรขาคณิตที่กันต์ส่งมอบให้ผ่านทางอีเมลเข้ารหัสลับ
พิมพ์เขียวของอาคารคอมเพล็กซ์แห่งนี้ดูเผินๆ ก็เป็นเพียงแบบแปลนก่อสร้างมาตรฐานทั่วไป แต่ด้วยความที่เป็นทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านการตีความช่องโหว่ทางกฎหมายและเอกสาร ปารมีรู้ดีว่า นักออกแบบระดับอัจฉริยะอย่างกันต์ไม่มีทางใส่เส้นสายที่ไร้ความหมายลงในงานของตน
"ซ่อนอะไรไว้กันแน่นะ..." เธอพึมพำกับตัวเอง
ดวงตากวาดมองไปที่พิกัดของห้องใต้ดิน จุดที่ถูกระบุว่าเป็นหลุมศพของเหยื่อ เธอนำเอาตัวเลขพิกัดเหล่านั้นมาเทียบเคียงกับมาตราส่วนในพิมพ์เขียว ปรากฏว่าตัวเลขความกว้าง ยาว และลึก กลับไม่สอดคล้องกับโครงสร้างจริงทางวิศวกรรม มีช่องว่างขนาดสามตารางเมตรที่ถูกเว้นว่างไว้ในแบบแปลนอย่างจงใจ—ช่องว่างที่ไม่มีประตู ไม่มีทางเข้าออก และถูกปิดตายด้วยผนังคอนกรีตหนาพิเศษ
ปารมีหยิบปากกาเน้นข้อความขึ้นมาวงรอบตัวเลขชุดหนึ่งที่มุมล่างขวาของกระดาษ มันคือรหัสโค้ดลับที่ประกอบด้วยตัวเลขและอักษรย่อภาษาละติน *'Aegris Somnia'* — ความฝันของคนไข้ หรืออีกนัยหนึ่งคือภาพหลอนจากจิตใต้สำนึก
มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อต่อสายหาใครบางคน แต่ก่อนที่นิ้วจะทันกดโทรออก เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
หัวใจของปารมีกระตุกวูบ เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาเอื้อมไปหยิบที่เปิดซองจดหมายโลหะปลายแหลมที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือไว้มั่น บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมครามในอก ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยในความมืดของทางเดิน
กันต์ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหลุดลุ่ยกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและรอยเงาจางๆ ของสร้อยเงินที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความชื้นของฝนยามค่ำคืนลอยมาแตะจมูก
"ดึกป่านนี้แล้ว ทนายปารมียังทำการบ้านอยู่หรือคะ?" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือแววเย้าหยวนดังขึ้นในความมืด เขาเดินตรงมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน โดยมีพิมพ์เขียวแผ่นนั้นคั่นกลางระหว่างเขากับเธอ
ปารมีไม่ถอยหลัง เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาแข็งกร้าวถูกสวมทับด้วยเกราะป้องกันอันเย็นชา "คุณเข้ามาในห้องของฉันได้อย่างไร? ที่นี่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น หรือคุณมีรหัสผ่านสำหรับทุกประตูในเมืองนี้กันแน่?"
กันต์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ดวงตาสีเทาเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง ราวกับสัตว์ป่ากำลังประเมินภัย
"รหัสผ่านที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกเข้ารหัสไว้หรอกครับ..." นิ้วเรียวยาวของกันต์แตะลงเบาๆ บนกระดาษพิมพ์เขียว ตรงตำแหน่งที่เธอเพิ่งวงกลมไว้ด้วยปากกาเน้นข้อความ "แต่มันคือความปรารถนา... ความปรารถนาที่จะค้นหาความจริง แม้ว่าความจริงนั้นจะแผดเผาคุณจนมอดไหม้ก็ตามที"
ปารมีสะท้านเยือกเมื่อปลายนิ้วของเขาเฉียดโดนหลังมือเธอโดยบังเอิญ เคมีอันตรายที่เธอพยายามหลีกหนีพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ความโกรธ ความหวาดกลัว และความเย้ายวนใจหลอมรวมกันจนแทบหายใจไม่ออก
"ถอยไป กันต์" เธอขู่เสียงต่ำ พยายามทรงตัวให้มั่นคง "คุณกำลังเล่นกับไฟ และฉันเตือนคุณแล้วว่าศาลไม่ได้ใจดีเหมือนฉัน"
กันต์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนในความเงียบ เขาไม่ได้ถอยหนี กลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายของเขาโอบล้อมเธอไว้ทั้งหมด มือใหญ่ข้างหนึ่งวางทับลงบนขอบโต๊ะ กักขังร่างของเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเก้าอี้กับแผงอกของเขา
"คุณคิดว่าศาลคือที่ชำระล้างความผิดงั้นหรือครับ ทนายปารมี?" กันต์กระซิบข้างใบหูเธอ น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความมืดมนที่ชวนให้ขนลุก "ถ้ากฎหมายมันศักดิ์สิทธิ์จริง... ครอบครัวของคุณคงไม่ตายอย่างโดดเดี่ยวในคืนที่ฝนตกหนักเมื่อสิบปีก่อนหรอก"
เพล้ง!
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน คำพูดนั้นกระแทกเข้ากลางใจของปารมีอย่างจัง ความทรงจำอันดำมืดที่เธอพยายามฝังกลบไว้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาในเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง
กันต์รู้เรื่องนั้นได้อย่างไร? เรื่องที่แม้แต่สารวัตรธนาก็ยังต้องระมัดระวังเวลาพูดถึง!
"คุณ... เป็นใครกันแน่..." ปารมีเค้นเสียงถาม ความเย็นชาทั้งหมดพังทลายลงเหลือเพียงความหวาดหวั่นที่ฉายชัดในแววตา
กันต์ยรอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า แววตาสีเทาเข้มกลับลึกล้ำและว่างเปล่าราวนํ้าวนที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เขาก้มลงกระซิบคำตอบที่ทำให้เลือดในกายของเธอจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"เปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดของโต๊ะสิครับ... แล้วคุณจะรู้ว่าพิมพ์เขียวแผ่นนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างตึก"
ปารมีหันขวับไปมองลิ้นชักไม้สีเข้ม มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปจับห่วงโลหะ เธอดึงมันออกมาช้าๆ ภายในนั้น ไม่มีเอกสารคดี ไม่มีปืน และไม่มีร่องรอยของการฆาตกรรม
มีเพียง... หน้ากากหินสีเทาแกะสลักลวดลายโบราณที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง และรูปถ่ายใบเก่าของครอบครัวเธอเอง ที่ถูกกรีดด้วยรอยมีดสั้นตรงกลางใบหน้าของพ่อแม่เธออย่างเหี้ยมเกี้ยม!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไฟทั่วทั้งตึกก็ดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดกลืนกินห้องทำงานทั้งห้อง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังประสานกันในความเงียบงัน... และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวขึ้นบันไดมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของเธอ!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไป1ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เงาจันทราลี้ลับ
คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 3
ร่องรอยในพิมพ์เขียว
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!