เข็มวินิจฉัยบนนาฬิกาข้อมือเรือนหรูดีดตัวผ่านเลยเที่ยงคืนไปสิบห้านาที เสียงติ๊กๆ ที่เคยสม่ำเสมอกลับดังสะท้อนก้องกวาดในความเงียบสงัดของสำนักงานทนายความ ปารมีปะทะสายตากับกองเอกสารคดีเก่าบนโต๊ะทำงาน แสงไฟนีออนสีวลีขาวนวลสาดส่องลงบนกระดาษสำนวนคดีฆาตกรรมหน้ากากหินที่เธอกำลังศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้สมองของเธอล้าลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม โสตประสาททุกส่วนกลับถูกปลุกให้ตื่นตัวถึงขีดสุดราวกับสัญชาตญาณของสัตว์นักล่าในยามวิกาล
เธอตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์พกพา เก็บแฟ้มเอกสารสำคัญลงกระเป๋าหนังสีดำสนิท ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและหยิบเสื้อโค้ทตัวยาวมาสวมทับ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานข้ามวันข้ามคืนไม่อาจเทียบเท่ากับความระแวงที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ ตั้งแต่ที่กันต์ก้าวเข้ามาในชีวิตเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน ทุกย่างก้าวของเธอดูลزลวงและถูกจับตามองราวกับเธอกำลังเดินอยู่บนกระดานหมากรุกที่เขากุมความได้เปรียบเอาไว้ทั้งหมด
ปารมีก้าวออกจากอาคารสำนักงาน ทัศนียภาพยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครเบื้องหน้าช่างดูโดดเดี่ยวและเวิ้งว้าง ถนนสายหลักเบื้องล่างเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางที่ทอดยาวเป็นเงาดำทึบ เธอกดลิฟต์ลงมายังชั้นใต้ดินซึ่งเป็นลานจอดรถ จุดอับสายตาและเงาเสาปูนเปลือยขนาดใหญ่ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูคล้ายเขาวงกตในความมืดมิด
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังสะท้อนก้องกังวานขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถ
ปารมีหยุดชะงักฝีเท้าทันที หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างแรง เธอค่อยๆ หันกลับไปมองเบื้องหลัง ความมืดสลัวทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่เธอมั่นใจว่านั่นไม่ใช่เสียงสะท้อนจากรองเท้าส้นสูงของเธอเอง เสียงฝีเท้าคู่นั้นหนักแน่น มั่นคง และทิ้งจังหวะตามหลังเธอมาในระยะห่างเท่าเดิม ราวกับเงาตามตัวที่จงใจรักษา ‘ระยะ’ เอาไว้เพื่อทดสอบความอดทนทางจิตวิทยาของเธอ
มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังรีบล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท นิ้วเรียวสัมผัสโดนด้ามโลหะเย็นเฉียบของกระป๋องสเปรย์พริกไทย สัญชาตญาณดิบในตัวถูกปลุกเร้า เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ปารมีไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่จะยอมตกเป็นเหยื่อของความกลัวได้ง่ายๆ—เธอคือทนายความสาวผู้ผ่านคดีอาชญากรรมมาโชกโชน และผ่านการฝึกฝนการป้องกันตัวเบื้องต้นมาอย่างดี
เธอแกล้งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น มุ่งตรงไปยังรถยนต์ซีดานสีดำที่จอดอยู่มุมอับสายตา แต่เสียงฝีเท้าเบื้องหลังก็เร่งจังหวะตามติดมาติดๆ เช่นกัน เสียงนั้นใกล้เข้ามาทุกที... ใกล้จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่แทรกตัวผ่านความอับชื้นของลานจอดรถ
ปารมีสะบัดตัวหันขวับกลับไปเผชิญหน้า พร้อมกับตวัดมือชูสเปรย์พริกไทยเล็งไปยังความมืดเบื้องหน้าทันที!
"หยุดอยู่ตรงนั้น!" น้ำเสียงของเธอทรงพลัง เย็นเยียบ และเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่พร้อมกรีดแทงทุกสิ่งที่ขวางหน้า
แสงไฟนีออนกะพริบไหววูบหนึ่ง ทอดเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังเสาปูน ปริมี่หรี่ตาเพ่งมองผ่านความมืด กลิ่นอายเย็นเยียบและคุ้นเคยลอยมาแตะจมูก กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นไม้จันทน์และฝนตก—กลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มปริศนาเสมอ
ร่างนั้นก้าวออกมาจากเงาอย่างช้าๆ แสงไฟสลัวตกกระทบลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึก ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนประกายระยิบระยับราวกับสัตว์ป่าในยามค่ำคืน มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก
"คุณนี่ระแวงเก่งเสียจริงนะ, ทนายปารมี" เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและเคมีอันตรายที่พุ่งพล่านจนแทบหายใจไม่ออก
"กันต์..." ปารมีกัดฟันกรวด นิ้วที่ถือสเปรย์พริกไทยสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่ถูกคุกคาม "คุณสะกดรอยตามฉันทำไม? งานอดิเรกของคุณคือการเดินตามผู้หญิงในที่มืดหรือไงกัน"
กันต์ไม่สะทกสะท้านต่ออาวุธในมือเธอแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละก้าวอย่างไม่รีบร้อน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน ปารมีถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับประตูรถของตัวเอง
"ผมไม่ได้สะกดรอยตามคุณ" กันต์เอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาสื่อความหมายล้ำลึกขณะจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ผมแค่... เป็นห่วงความปลอดภัยของคุณก็เท่านั้นเอง คดีที่คุณกำลังทำอยู่มันอันตรายเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการออก"
"ความห่วงใยจากผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรม... ฉันควรจะรู้สึกซาบซึ้งหรือควรจะแจ้งตำรวจจับคุณข้อหาคุกคามดีล่ะคะ?" ปารมีสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขา พยายามรักษาเกราะกำบังความเย็นชาเอาไว้ไม่ให้สั่นคลอนต่อเสน่ห์อันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม
กันต์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเขาลอยอยู่เหนือเธอเพียงไม่กี่คืบ สายตาคู่คมกวาดมองสำรวจใบหน้าตึงเครียดของเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านยาก—มันทั้งท้าทาย เย้ายวน และลึกลับในเวลาเดียวกัน
"ระวังตัวให้ดีเถอะครับ, คุณทนาย..." กันต์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเยือกเย็นจนน่าขนลุก "เพราะบางที... สิ่งที่คุณกำลังตามหา อาจจะกำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณนานกว่าที่คุณคิด"
ปารมีชะงักกึก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อคำพูดสองแง่สองง่ามนั้นกระแทกเข้ากลางความรู้สึก ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากโต้
ก๊อก! เสียงวัตถุบางอย่างตกลงบนพื้นคอนกรีตข้างล้อรถของเธอ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ปารมีก้มลงมองตามสัญชาตญาณ... หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อสิ่งที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นคือ 'หน้ากากหิน' ขนาดจิ๋ว สลักลวดลายประหลาดแบบเดียวกับที่ปรากฏในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมศพแรก... และเมื่อเธองยหน้ากลับขึ้นมาเพื่อจะคาดคั้น ร่างสูงของกันต์ก็หายลับไปในความมืดอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เงาจันทราลี้ลับ
คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 4
เสียงฝีเท้าในยามวิกาล
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!