คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 27

แผนล่อเสือออกจากถ้ำ

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เสียงกระดาษราคาแพงถูกกรีดผ่านคมมีดคัตเตอร์ดัง *‘แคว่บ’* แผ่วเบาในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดทึบด้วยม่านกันแสงสีเข้ม ปารมีไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปรดักส์ของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกฝ้า โดยมีเงาสลัวของแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าด้านนอกทาบทับลงบนไหล่กว้างของเขา บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่หากจุดประกายไฟเพียงนิดเดียว ทุกอย่างก็พร้อมจะระเบิดเป็นจุล "คุณกำลังเล่นกับไฟ, ทนายปารมี" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง เจ้าตัวยังคงจ้องมองหยดฝนที่เริ่มเกาะพราวบนกระจกเบื้องล่าง กันต์ซุกมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีดำสนิท แผ่นหลังที่เหยียดตรงนั้นแผ่รังสีความเยือกเย็นและอันตรายออกมาอย่างชัดเจน "ไฟบางดวง... ถ้าเราไม่ยอมเดินเข้าไปหา มันก็ไม่มีวันเผาตัวฆาตกรที่หลบซ่อนอยู่หลังม่านบังหน้าได้หรอกนะคะ" ปารมีวางคัตเตอร์ลงบนโต๊ะไม้สักทองอย่างนุ่มนวล แต่แววตาคู่คมที่สะท้อนเงาแสงไฟกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีด เธอเลื่อนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุ ‘หลักฐานปลอม’ ซึ่งผ่านการปรุงแต่งอย่างแนบเนียนชนิดที่แม้แต่กองพิสูจน์หลักฐานก็ต้องไขว้เขว ไปกลางโต๊ะทำงาน "เหยื่อล่อถูกวางไว้แล้ว เหลือแค่รอดูว่า... ปลาตัวใหญ่จะยอมงับเบ็ดหรือเปล่า" กันต์หันกลับมาอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นมองสบตาเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินความบ้าบิ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสูทเข้ารูปและท่าทีสุขุมของทนายความสาว ความเงียบงันดำเนินไปชั่วอึดใจ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับดึงดูดสายตาและสร้างความสั่นไหวในอกของปารมีได้อย่างน่าประหลาด "คุณนี่มัน... ดื้อรั้นเสียจนน่ากลัวจริงๆ" กันต์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวดักแผ่รังสีของนักล่า "รู้ตัวไหมว่าถ้าแผนนี้พลาด คนที่จะไม่ได้แค่ใบอนุญาตว่าความ แต่คือชีวิตของคุณเอง" "ชีวิตของฉัน... ฉันเป็นคนกำหนดเองค่ะ คุณกันตพัฒน์" ปารมีไม่ถอยร่น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความหวาดกลัว ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกาย เคมีอันตรายที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันโอบล้อมรอบตัวพวกเขาราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกัน ในมิติของคดีความที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ความลับ และหน้ากากแห่งความเสแสร้ง ทั้งเธอและเขาต่างยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องและเกมแก้แค้น ปารมีมีปอดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากอดีต ขณะที่กันต์... กลับเป็นเงาปริศนาที่เธอทั้งอยากเข้าใกล้และหวาดระแวงมากที่สุดในคลาบเดียวกัน แผนการที่วางไว้คือการปล่อยข่าวกรองรั่วไหลไปยังแหล่งข่าวใต้ดินว่า ทนายปารมีได้ครอบครอง "สมุดบันทึกฉบับจริง" ของเหยื่อรายแรก ซึ่งระบุชื่อผู้มีอิทธิพลและรอยแผลเป็นเฉพาะตัวของฆาตกรหน้ากากหินเอาไว้ สมุดบันทึกเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตด้วยหมึกเคมีโบราณและรอยนิ้วมือที่จงใจทิ้งร่องรอยให้ตามแกะรอยมาได้ง่ายดาย ราวกับเหยื่อที่บาดเจ็บและพยายามคลานหนีตาย "สารวัตรธนาโทรมาหาฉันเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน" ปารมีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยยังไม่ละสายตาจากริมฝีปากที่ได้รูปของชายหนุ่ม "เขาเตือนว่าเรากำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป และเขากำลังนำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานในอีกไม่ช้า... ถ้าสารวัตรมาเห็นแฟ้มนี้เข้า แผนของเราจะพังทลายทันที" กันต์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มเยارหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ตำรวจน้ำดีคนนั้น... เป็นห่วงความปลอดภัยของคุณ หรือกลัวว่าผลงานการปิดคดีจะหลุดลอยไปจากมือเขากันแน่ล่ะ?" "ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร เขาก็คือตัวแปรที่เราต้องระวัง" ปารมีเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาถือไว้ "แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องทำคือเอาเอกสารนี้ไปเก็บไว้ในเซฟเฮาส์ตามแผน แล้วปล่อยให้เหยื่อล่อทำงานของมัน" ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะได้สัมผัสกับปกแฟ้ม สัมผัสอุ่นจัดจากมือหนากลับคว้าทาบลงบนหลังมือของเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น แรงบีบเพียงเล็กน้อยนั้นทำให้ลมหายใจของปารมีสะดุดไปชั่วขณะ เธอช้อนตาขึ้นมองเจ้าของมือที่ยืนประชิดตัวจนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนจางๆ ของกันต์โชยเข้าจมูก ปลุกเร้าความตื่นตัวในสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ "ไม่ต้องไปเก็บหรอครับ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู จนเส้นผมที่ต้นคอดลุกชัน "เพราะตอนนี้... มีคนกำลังเดินเข้ามาในตึกนี้แล้ว" ปารมีขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณทนายความและอดีตตำรวจเตือนภัยในหัวร้องลั่น เธอหันขวับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินหน้าลิฟต์ชั้นสิบ หน้าจอภาพปรากฏร่างของชายในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่ง กำลังก้าวออกจากลิฟต์อย่างเงียบเชียบ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบังด้วยปีกหมวกแก๊บ แต่ทว่า... รอยแผลเป็นลึกที่ข้างแก้มขวานั้น ชัดเจนเสียจนทำให้เลือดในกายของปารมีเย็นเฉียบลงในพริบตา นั่นไม่ใช่สารวัตรธนา... และไม่ใช่ตำรวจชุดจับกุม แต่เป็น "เงา" จากอดีตที่เธอตามหามาตลอดห้าปี—ฆาตกรตัวจริงที่ควรจะตายไปแล้วในกองเพลิงวันนั้น! ก่อนที่ปารมีจะทันได้เปล่งเสียงอุทานออกมา มือแกร่งของกันต์ก็เอื้อมมาปิดปากเธอไว้เบาๆ พร้อมกับรวบเอวบางให้แนบชิดกับแผงอกของเขาเพื่อหลบมุมสายตาจากบานกระจกใสที่สะท้อนจากภายนอก ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มรดอยู่ข้างแก้ม ขณะที่สายตาคมกลาบของเขายังคงจดจ้องไปที่หน้าจอวงจรปิดด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่แววตาของสถาปนิกผู้เยือกเย็นอีกต่อไป แต่เป็นแววตาของนักล่าที่รอคอยเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความกระหาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หยุดลงที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ... และเสียงเคาะประตูสามครั้งก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%