กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษคดีเก่าคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นที่เย็นชืดคาแก้ว ปารมีวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เงียบสงบ... และวังเวงจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง
ในสำนักงานทนายความยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงเงาทะึมของตึกสูงเบื้องล่างที่สะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ ทว่าความเงียบงันกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งเตือนภัยจากกล่องพัสดุอัจฉริยะหน้าห้องทำงาน เสียงนั้นแหบพร่าและก้องกังวานในความมืด ชวนให้ขนลุกเกรียวโดยไร้สาเหตุ
ปารมีขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย นิ้วเรียายาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำที่เธอมักสวมไว้เสมอเพื่อป้องกันร่องรอย เคาะเบาะโต๊ะเป็นจังหวะ ปารมีก้าวเท้าช้าๆ ไปยังประตูด้วยสัญชาตญาณนักกฎหมายที่ถูกฝึกให้ระแวดระวังภัยรอบตัวเสมอ ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีตราประทับไปรษณีย์ มีเพียงซองกระดาษสีน้ำตาลหนาพิเศษที่จ่าหน้าถึงเธอด้วยตัวอักษรปริ้นท์จากคอมพิวเตอร์
ซองพัสดุ... ในยามวิกาลที่ผู้คนต่างหลับใหล
เมื่อกรรไกรคมกริบตัดผ่านขอบกระดาษ ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในไม่ใช่เอกสารทางคดีที่เธอใช้ต่อสู้ในชั้นศาล แต่มันคือ "คมมีด" ที่กำลังกรีดลึกลงมาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างเลือดเย็น
ภาพถ่ายโพลารอยด์สามใบหล่นลงกระทบพื้นโต๊ะ
ปารมีสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด นัยน์ตาสีเทาเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายภาพเพียงเสี้ยววินาทีที่แสดงออกถึงความตกตะลึง ก่อนที่เกราะกำบังความเย็นชาจะถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็ว
ภาพแรก... คือมุมอับสายตาภายในร้านกาแฟกึ่งแกลเลอรีเมื่อสองคืนก่อน เป็นมุมที่หลบพ้นจากสายตาผู้คนโดยสิ้นเชิง เธอกำลังยืนอยู่ชิดกับผนังอิฐเปลือย และเบื้องหน้าคือร่างสูงโปรดักชันสมบูรณ์แบบของกันต์—สถาปนิกหนุ่มผู้มีรอยยิ้มซ่อนคมมีด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอนั้นใกล้ชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ใบหน้าของกันต์โน้มลงมาคล้ายกำลังกระซิบคำต้องห้ามบางอย่างข้างใบหูของเธอ ขณะที่มือเรียวของเธอวางอยู่บนปกเสื้อเชิ้ตของเขา
ภาพที่สอง... เป็นช็อตที่อันตรายกว่า ภาพถ่ายจากมุมสูงภายในลานจอดรถมืดสลัวของคอนโดมิเนียมเธอเอง แสงไฟนีออนสลัวสาดกระทบเงาร่างของเขากำลังโน้มตัวลงมาประชิด ขณะที่เธอแหงนเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันลึกลับนั้น แววตาในภาพสะท้อนความลังเลระคนยอมจำนนอย่างชัดเจน
ภาพที่สาม... เป็นภาพโคลสอัปที่ทำให้ปารมีต้องเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มันคือภาพดวงตาของกันต์ที่มองตรงมายังเลนส์กล้อง... ราวกับเขารู้ตัวอยู่แล้วว่ามีสายตากำลังแอบมอง และตั้งใจส่งสายตาเย้ยหยันทะลุผ่านเลนส์มายังเธอโดยตรง
*เขากำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่... หรือนี่ไม่ใช่ฝีมือของกันต์ แต่เป็นฝีมือของฆาตกรที่กำลังเฝ้ามองพวกเขาราวกับหุ่นเชิดในละครโรงเล็ก?*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแผดเสียงแหลมขึ้น ทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดในห้องทำงานจนสะดุ้ง ปารมีเหลือบมองหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่เธอคาดเดาไว้แล้ว— "สารวัตรธนา"
"ปารมี... คุณยังอยู่ที่สำนักงานใช่ไหม" น้ำเสียงปลายสายร้อนรนและเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากสารวัตรหนุ่มผู้สุขุมนุ่มลึกคนเดิม
"ค่ะ ฉันยังอยู่ มีอะไรหรือคะสารวัตร น้ำเสียงคุณดูไม่สู้ดีเลย" ปารมีตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว แม้สายตาจะยังคงจ้องมองภาพถ่ายบนโต๊ะไม่วางตา
"ผมเพิ่งได้รับรายงานจากหน่วยพิสูจน์หลักฐาน... คดีฆาตกรหน้ากากหินล่าสุด มีความคืบหน้า และมันเกี่ยวข้องกับคุณโดยตรง" ธนาหยุดเว้นจังหวะหายใจ ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะเอ่ยคำพูดประโยคถัดไปดีหรือไม่ "ปารมี... ฟังผมนะ คุณตกเป็นเป้าหมายแล้ว พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ขัดขวางรูปคดี แต่พวกมันกำลังทำลายความน่าเชื่อถือของคุณในฐานะทนายความ"
ปารมีแค่น้ำเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เย็นชาและไร้ความรู้สึก "ทำลายความน่าเชื่อถือหรือคะ? หรือพวกเขากำลังพยายามพิสูจน์ว่า ฉันกับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม... มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าแค่ทนายกับลูกความกันแน่"
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนที่สารวัตรธนาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดต่ำด้วยความกังวล "คุณหมายความว่ายังไง... ปารมี อย่าบอกนะว่าคุณได้รับอะไรบางอย่าง..."
ประโยคคำถามยังไม่ทันสิ้นสุด เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้น "ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก"
สามครั้ง... ช้าๆ แต่หนักแน่นและทรงพลัง ราวกับผู้มาเยือนไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายหรือการมีตัวตนอยู่ของเธอเลยแม้แต่น้อย
ปารมีชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ในยามวิกาลที่ประตูอาคารถูกล็อกแน่นหนาด้วยระบบรักษาความปลอดภัยความหนาแน่นสูง ใครกันที่สามารถเดินขึ้นมาถึงหน้าห้องทำงานของเธอได้โดยที่สัญญาณเตือนภัยไม่ดังขึ้นแม้แต่น้อย?
"ปารมี? เกิดอะไรขึ้น เสียงอะไรน่ะ!" เสียงของธนาลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์ด้วยความร้อนรน
ทว่าปารมีไม่สามารถเปล่งเสียงตอบกลับได้ สายตาของเธอถูกตรึงไว้กับเงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับลงบนประตูกระจกฝ้า เงาร่างนั้นหยุดยืนนิ่งสนิท ราวกับกำลังจ้องมองทะลุกระจกเข้ามาหาเธอโดยตรง และก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัวทำอะไร มือเรียวปริศนาก็กดรหัสปลดล็อกประตูสำนักงานดัง "ติ๊ด..." เสียงกลอนประตูกลไกไฟฟ้าถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย
บานประตูกระจกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างในชุดสูทสีเข้มคุ้นตา เส้นผมสีดำสนิทลู่ปรกหน้าผากเล็กน้อย และรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย—กันต์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเธอ พร้อมกับชูซองกระดาษสีน้ำตาลอีกซองหนึ่งในมือขวาขึ้นช้าๆ
"ผมเกรงว่า... คุณอาจจะยังขาดภาพสำคัญอีกใบหนึ่งนะ ทนายปารมี"
กันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนขนลุก ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองภาพถ่ายบนโต๊ะของเธอก่อนจะสบตาเธอนิ่ง "ภาพที่บอกว่า... เราสองคนกำลังยืนอยู่บนปากเหวเดียวกัน"
****************************************
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
เงาจันทราลี้ลับ
คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 26
ภาพถ่ายปริศนา
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!