คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 8

รอยแผลเป็นที่ซ่อนเร้น

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับฝุ่นละอองที่ลอยวนในลำแสงสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานของกันต์ยามวิกาลดูราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์ฟิล์มนัวร์ ปารมีขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวชะงักค้างบนเอกสารสำนวนคดีที่กองสุมอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง เธอไม่ได้นัดหมายให้เขาเปิดโอกาสให้เธอเข้ามาค้นคว้าเอกสารเหล่านี้ตามลำพังในยามดึกดื่น แต่อีกฝ่ายกลับยินยอมพร้อมใจด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ราวกับเสือดาวที่จงใจเปิดกรงให้เหยื่อเดินเข้ามาสำรวจอาณาเขตของมันเอง เสียงฝนโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขับเน้นความเงียบงันภายในห้องให้ยิ่งลุ่มลึกและบีบคั้นหัวใจ ปารมีเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มคดีฆาตกรรมหน้ากากหินที่เต็มไปด้วยคราบหมึกสีดำ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงโปร่งของเจ้าของห้องซึ่งยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ กันต์กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกทีละเม็ด การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความเชื่องช้า ทว่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่ปฏิเสธไม่ได้ แผ่นหลังกว้างที่สะท้อนผ่านเงาสลัวของกระจกเงาทำให้ปารมีเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ความคิดที่ว่าเธอเป็นทนายความสาวผู้ผ่านคดีฆาตกรต่อเนื่องมาโชกโชนและควบคุมสติได้เสมอ พลันสั่นคลอนลงอย่างง่ายดายเพียงแค่ได้เห็นสรีระที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมส่วนของผู้ชายตรงหน้า ทว่า... สิ่งที่ดึงดูดสายตาของปารมีให้ตรึงอยู่กับที่ ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบของรูปร่าง หากแต่เป็นร่องรอยที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ร่มผ้าต่างหาก รอยแผลเป็นสีเงินยวดยาวพาดเฉียงผ่านแผ่นหลังด้านซ้าย ลากยาวตั้งแต่หัวไหล่ลงมาจนถึงสะบักหลัง ลักษณะของรอยแผลนั้นบิดเบี้ยวและลึกราวกับถูกกรีดด้วยคมมีดโบราณหรืออาวุธที่มีความร้อนสูง เป็นรอยแผลที่ต่อให้เวลาผ่านไปนานสักแค่ไหนก็ไม่มีวันเลือนหาย และที่สำคัญที่สุด... รูปแบบการเรียงตัวของเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายนั้น ช่างคุ้นตาเสียจนหัวใจของปารมีกระตุกวูบ ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อสิบปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมุดบันทึกคดีเก่าของบิดาที่เธอเคยแอบเปิดอ่าน รายงานการแพทย์ระบุถึงรอยแผลของเหยื่อรอดชีวิตจากพิธีกรรมลับ ลายเส้นที่ปรากฏในเอกสารฉบับนั้นซ้อนทับกับแผ่นหลังของกันต์ในยามนี้อย่างไร้ที่ติ "คุณจ้องนานเกินไปแล้วนะฃ... ทนายปารมี" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้นทำลายความเงียบ กันต์หมุนตัวกลับมาอย่างกะทันหัน ดวงตาคมปลาบสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองตรงมายังเธอโดยไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเปลือยท่อนบน ปล่อยให้รอยแผลเป็นอันน่าสะพรึงกลัวนั้นเปิดเผยต่อหน้าเธออย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มอบอุ่นอย่างที่เคยแสดงออกต่อหน้าสาธารณชน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่รู้ทันเกมทุกอย่าง ปารมีรีบดึงสายตากลับมาสบตาเขา เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่กำลังตีรวนอยู่ในอก เธอยืดตัวขึ้นตรง ตั้งสติด้วยความเป็นมืออาชีพ แม้ว่าฝ่ามือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะจะชื้นเหงื่อเย็นเฉียบก็ตาม "ฉันแค่กำลังประหลาดใจค่ะ..." เสียงของเธอเรียบสนิท เย็นชา และเจือไปด้วยความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด "ไม่คิดว่าสถาปนิกผู้มีชื่อเสียง จะมีงานศิลปะชิ้นเอกที่เจ็บปวดเช่นนี้ประทับอยู่บนร่างกายด้วย" กันต์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มที่ก้องกังวานในความเงียบ เขาเดินเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ฝีก้าวของเขามั่นคงและไร้เสียง ราวกับแมวป่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ปารมีไม่ถอยหลังหนี เธอเลือกที่จะยืนหยัดเผชิญหน้า ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "งานศิลปะหรือครับ?" กันต์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าคมคายอยู่ระดับเดียวกับเธอ ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง "บางที... มันอาจจะเป็นเครื่องเตือนใจ ว่าอดีตไม่เคยฝัง องศาของบาดแผลนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทั่วไปหรอกนะ คุณปารมี" คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก ปารมีรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากแห่งความสุขุมออกทีละน้อย กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายฝนและบุหรี่จางๆ จากตัวเขาลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเธอตื่นตัวถึงขีดสุด เธอมองลึกลงไปในดวงตาสีเทาคู่นั้น พยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านหมอกแห่งความลับ "ถ้ามันคือเครื่องเตือนใจ..." ปารมีเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาไม่หลบเลี่ยง "ทำไมคุณถึงเลือกที่จะเก็บมันไว้ แทนที่จะลบมันทิ้งไปเสียล่ะคะ... หรือเพราะว่าคุณโหยหาความเจ็บปวดนั้น เพื่อหล่อเลี้ยงบางอย่างในตัวคุณกันแน่" กันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่ากลัวชั่วขณะ เคมีอันตรายระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะจุดประกายไฟได้ในอากาศ ความขัดแย้งทางอุดมการณ์และความลับในอดีตกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน บังคับให้ทั้งคู่ต้องก้าวล้ำเส้นแบ่งระหว่างทนายความและผู้ต้องสงสัยไปไกลลิบ ก่อนที่ปารมีจะได้เค้นคำถามอื่นออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของสารวัตรธนาที่ดังทะลุบานประตูไม้หนาเข้ามา "ปารมี! ออกมาเดี๋ยวนี้! รีบออกจากห้องนั้นซะ!" กันต์ไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้ง ช้าๆ และเยือกเย็น ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้หูของปารมีจนกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาขัดจังหวะการสนทนาของเราเสียแล้วสิครับ แต่จำไว้เถอะ... ความลับไม่มีวันตายหรอกนะ... โดยเฉพาะความลับที่คุณกำลังตามหาอยู่" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%