คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 9

คำเตือนจากเพื่อนสนิท

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เสียงกรีดร้องของกระดาษเอกสารคดีหมายเลข 048 ที่ถูกเปิดพลิกอย่างแรงดังบาดประสาทสัมผัสในห้องทำงานที่ถูกปิดทึบด้วยม่านกันแสงสีเข้ม ปารมีขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันบรรยากาศระหว่างเธอกับนายตำรวจหนุ่มผู้ยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่ตรงข้าม สารวัตรธนาไม่ได้มาที่นี่เพื่อปรึกษาเรื่องสำนวนคดี เขายืนอยู่ที่นั่นด้วยสถานะของเพื่อนสนิท... และเพื่อนมนุษย์คนเดียวที่ยังเหลืออยู่พอจะกล้าหาญพอจะฉีกหน้ากากความเยือกเย็นของเธอออก "เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ ปารมี" น้ำเสียงของธนาต่ำทุ้ม เต็มไปด้วยความระอุของโทสะที่ถูกสะกดกลั้นไว้ภายใต้กฎระเบียบของเครื่องแบบ "กันตพัฒน์ไม่ใช่แค่ลูกความระดับ VIP ที่มีเงินประกันตัวหนาเตอะจนอัยการต้องเกรงใจ... เขาคือคนที่อยู่ใต้เงาของคดีฆาตกรรมหน้ากากหิน และทุกย่างก้าวที่เธอเดินเคียงข้างเขา มันกำลังพาเธอดิ่งลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดไว้" ปารมีเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มคดี ดวงตาคู่คมกริบภายใต้เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลอย่างเรียบเฉย เธอไม่ได้ขยับตัวหนีแรงคุกคามทางสายตานั้น ปล่อยให้ความนิ่งงันทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุด "หน้าที่ของทนายความคือการปกป้องสิทธิของลูกความ ไม่ใช่การตัดสินพวกเขาตั้งแต่ศาลยังไม่ทันได้เคาะค้อนค่ะ, ธนา" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "และเท่าที่ฉันจำได้ หลักฐานในสำนวนยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ากันต์คือฆาตกร... หรือคุณมีหลักฐานชิ้นใหม่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติปกปิดไว้ล่ะคะ?" ธนาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าของเขาฉายแววเจ็บปวดและเหนื่อยหน่ายอย่างปิดไม่มิด เขาเอื้อมมือลงมาตบลงบนแฟ้มคดีจนกระดาษด้านในขยับไหว "หลักฐานเหรอ? เธอกำลังมองหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในขณะที่จิตวิญญาณของเธอกำลังถูกเขากลืนกินต่างหาก! ปารมี... สายตาที่เธอมองเขาในห้องพิจารณาคดีเมื่อวานนี้ มันไม่ใช่สายตาที่ทนายความควรมองผู้ต้องหา สายตานั้น... มันเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความเย้ายวน และความหลงใหลในความมืดที่เขาซ่อนไว้" คำพูดนั้นราวกับเข็มพิษที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจ ปารมีชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ปลายนิ้วของเธอเผลอจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างไม่ได้รับเชิญ... ค่ำคืนที่ฝนโปรยปรายลงมาบนหลังคากระจกสตูดิโอของกันต์ กลิ่นอายของฝนผสมผสานกับกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวเขา ปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะลงบนขอบแก้วไวน์ และรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งเต็มไปด้วยความลับ ขณะที่เขากระซิบถ้อยคำที่สั่นคลอนเกราะป้องกันทั้งหมดของเธอให้พังทลายลงในพริบตา *“คุณกลัวคดีนี้ หรือกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ให้ตกหลุมพรางผมกันแน่ครับ... คุณทนาย”* "ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่, ธนา" ปารมีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา น้ำเสียงของเธอกลับมามั่นคงและเยือกเย็นดังเดิม "อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับคดีอาญาเลยค่ะ มันไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย" "มืออาชีพ?" ธนาทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงขมขื่น เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้นโน้มตัวลงมาใช้สายตาจดจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ถ้าการปกป้องผู้ชายที่มีประวัติพัวพันกับการหายตัวไปของหญิงสาวสามคนในรอบห้าปีคือความ 'เป็นมืออาชีพ' ของเธอ... งั้นฉันคงต้องบอกตามตรงว่า ปารมีคนที่ฉันเคยรู้จัก เธอกำลังตายไปทีละน้อย" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสาน ธนารู้ดีว่ายิ่งเขาห้าม เธอจะยิ่งดึงดัน นี่คือนิสัยดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนุ่มนวลของทนายสาวคนนี้ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด นายตำรวจหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนห่วงใยที่เธอปฏิเสธที่จะรับมัน "ฉันเตือนเธอด้วยความหวังดี... แต่ถ้าเธอยังเลือกที่จะเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางที่กันตพัฒน์โรยด้วยกลีบกุหลาบอาบยาพิษนี้ วันหนึ่งข้างหน้า คนที่จะต้องใส่กุญแจมือเธอ อาจจะเป็นฉันเอง" สิ้นคำพูดนั้น ธนาหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องทำงาน แรงกระแทกจากบานประตูที่ปิดลงเบาๆ ทว่าหนักแน่น สะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของปารมี เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ความเงียบสงบโอบล้อมรอบกาย ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวเร็วกว่าปกติ เธอรู้ดีว่าสิ่งที่ธนาเตือนไม่ใช่เรื่องเกินจริง กันต์อันตราย... อันตรายเกินกว่าที่ผู้หญิงคนไหนจะเข้าไปใกล้โดยไม่สูญเสียอะไรบางอย่างไป มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานชั้นล่างสุด หยิบกล่องไม้สนสีเข้มที่ถูกล็อกกุญแจไว้ออกมา ปารมีไขกุญแจด้วยมือที่นิ่งสนิท ด้านในไม่ใช่เอกสารคดีสำคัญ แต่เป็นสมุดบันทึกเก่าคร่ำคร่าของบิดา—ผู้พิพากษาที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ปริศนาเมื่อสิบปีก่อน บนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายที่ถูกเปิดค้างไว้ มีลายมือหวัดๆ ของบิดาเขียนเตือนสติด้วยหมึกสีดำสนิทที่เลือนรางตามกาลเวลา *‘ระวังคนที่ยิ้มให้ความมืด... เพราะเขาคือเจ้าของเงาที่แท้จริง’* ปารมีจ้องมองตัวอักษรเหล่านั้น นัยน์ตาสสีเทาเข้มไหวระริกวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเธอจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่คล้ายคลึงกับรอยยิ้มของใครบางคนอย่างน่าประหลาด ในขณะที่เธอกำลังจะปิดสมุดบันทึกเล่มนั้น เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นในความสลัว พร้อมกับข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่เธอจดจำหมายเลขนั้นได้ขึ้นใจเพราะมันคือเบอร์ของกันต์ [ผมรอคุณอยู่ที่เดิม... ทนายปารมี หวังว่าคุณจะไม่ได้ฟังคำขู่ของสารวัตรธนาจนเปลี่ยนใจนะ] ปารมีอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจกระตุกวูบด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะต้านทาน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำมาสวมทับอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงานโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะผลักประตูห้องทำงานให้เปิดออกเพื่อก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความมืดที่รออยู่ด้านนอก เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดชะงักลงที่หน้าประตูห้องของเธอก่อนที่มันจะถูกเคาะ... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงของธนา และไม่ใช่เสียงของกันต์ เพราะจังหวะการเคาะนั้นเยือกเย็น หนักหน่วง และแฝงไปด้วยความคุ้นเคยอย่างประหลาด ปารมีชะงักฝีเท้า หัวใจหล่นวูbyไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อบานประตูไม้เนื้อAหนาค่อยๆ ถูกดันเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายปริศนาในชุดสูทสีเข้มที่สวมหมวกปีกกว้างอำพรางใบหน้าครึ่งหนึ่งจากเงาสลัว ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานของเธอ—มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลเปื้อนคราบโคลนแห้งกรัง และตราประทับรูป "หน้ากากหิน" ที่ถูกผนึกด้วยครั่งสีแดงสดราวกับหยดเลือดใหม่ๆ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%