คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 10

อาหารค่ำใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เสียงปิดประตูรถยนต์ที่ดังทึบในความเงียบสงัดของยามวิกาล ราวกับเสียงลั่นไกปืนที่ถูกเหนี่ยวไว้ล่วงหน้า ปารมีกวาดสายตามองบ้านทรงโมเดิร์นลอฟท์ปูนเปลือยที่ซ่อนตัวอยู่หลังแมกไม้รกครึ้ม ตัวบ้านอาบไล้ด้วยแสงสีนวลจากหลอดไฟทังสเตน แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังของสัตว์ป่ามากกว่าสถานที่พัก นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำแตะกระชับด้ามปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้สูทเข้ารูปโดยสัญชาตญาณ เธอไม่ได้มาที่นี่ในฐานะแขกผู้ร่วมมื้อค่ำ แต่มาเพื่อกระชากหน้ากากของสถาปนิกหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเคลือบยาพิษผู้นี้ ออกมาเผชิญหน้ากับความจริง "คุณมาตรงเวลาเสียยิ่งกว่ากฎหมายอาญาเสียอีกนะคะ ทนายปารมี" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากความมืดริมระเบียงชั้นสอง ก่อนที่ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนจะก้าวออกมา เผยให้เห็นโครงหน้าคมคายและแววตาสีเทาคู่ที่มักทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเดินบนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบ กันตพัฒน์ถือแก้วไวน์แดงในมือ กลิ่นอายของไวน์บอร์โดซ์ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นชาในอากาศ ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด ปารมีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอนิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น ราวกับผิวน้ำในคืนเดือนมืด "กฎหมายมีไว้เพื่อให้คนทำตามเวลา มิใช่เพื่อให้ใครใช้หลบซ่อนตัวเหมือนที่คุณกำลังทำอยู่หรอกค่ะ คุณกันต์" ประโยคเชือดเฉือนลอยเค្វ้งท่ามกลางสายลมเย็นเยียบ ก่อนที่ประตูกระจกบานใหญ่จะเลื่อนเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ ราวกับเป็นการต้อนรับผู้บุกรุกเข้าสู่เขาวงกตที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นทุกตารางเมตร ภายในบ้านอบอวลด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสเต็กเนื้อชั้นดีและเครื่องเทศ แต่บรรยากาศกลับอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก โต๊ะไม้ยาวตัวใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับสองที่นั่ง มีเทียนไขเล่มใหญ่ส่งแสงสว่างวับแวมขับเน้นเงาทอดยาวบนผนังปูนเปลือย ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างไร้ที่ติ ราวกับฉากในภาพยนตร์ฆาตกรรมจิตวิทยาที่ผู้กำกับจงใจสร้างขึ้นเพื่อทดสอบขีดจำกัดทางอารมณ์ "เชิญนั่งสิครับ หรือคุณเกรงว่าอาหรจานนี้จะมีรสชาติของความผิดติดอยู่ด้วย?" กันต์ผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มมุมปากของเขาลึกล้ำและอ่านยากเกินกว่าจะคาดเดา ปารมีหย่อนกายลงนั่งอย่างระมัดระวัง หลังตรงแน่วไม่พิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจทุกรายละเอียดบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะหยุดนิ่งที่ดวงตาคู่คมของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างพวกเขาสั้นเกินไป สั้นจนเธอกลัวว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวในอกจะเล็ดลอดออกไปให้เขาได้ยิน "ดิฉันไม่สนใจรสชาติของอาหารหรอกค่ะ สิ่งที่ดิฉันสนใจ คือความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มใจดีของคุณต่างหาก... ทำไมคุณถึงเชิญดิฉันมาที่นี่ บ้านหลังนี้ไม่มีพยาน ไม่มีเสียงกริ่งเรียกตำรวจ และไม่มีทางหนีทีไล่สำหรับคนผิด" เธอกล่าวเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำคมกริบราวกับใบมีดโกน กันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าขนลุก เขารินไวน์สีแดงเข้มลงในแก้วฝั่งตรงข้าม ช้าๆ อย่างจงใจให้ของเหลวสีชาดไหลวนเป็นวง ก่อนจะดันแก้วนั้นเลื่อนมาตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วอุ่นของเขาเฉียดผ่านหลังมือเธอเพียงเสี้ยววินาที ทว่ากลับสร้างความร้อนวูบวาบราวกับถูกไฟลวก ปารมีชักมือกลับแทบไม่ทัน สายตาวับวาวขึ้นด้วยความไม่พอใจ "ระวังหน่อยสิครับ ทนายสาว... ไฟในเตาอาจจะไม่ได้แผดเผาคุณเท่ากับความอยากรู้อยากเห็นของตัวคุณเองหรอกนะ" กันต์โน้มตัวไปข้างหน้า แววตาคู่นั้นดาร์กลงจนน่ากลัว "คุณคิดว่าตัวเองกำลังไล่ล่าฆาตกร แต่บางที... คุณอาจจะเป็นแค่แมลงเม่าที่บินเข้าหาแสงไฟเพราะคิดว่ามันคือความอบอุ่น" "ถ้าดิฉันเป็นแมลงเม่า คุณก็คงเป็นกองไฟที่พร้อมจะมอดไหม้ไปพร้อมกันนั่นแหละค่ะ" ปารมีสวนกลับทันควัน ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารคุกรุ่นไปด้วยแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวและอันตรายที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เคมีระหว่างทั้งคู่รุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ ความเกลียดชังและความเย้ายวนใจผสมผสานกันอย่างแยกไม่ออก มีดเงินในมือของกันต์หั่นลงบนเนื้อช้าๆ เสียงคมมีดกระทบจานกระเบื้องดังบาดหู ทว่าสายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มของหญิงสาวตรงหน้า "คุณกลัวผมไหม ปารมี... หรือจริงๆ แล้ว สิ่งที่คุณกลัวที่สุด ไม่ใช่ตัวผม แต่เป็นความรู้สึกที่ว่า คุณเข้าใจผมดีเกินกว่าที่ทนายความควรจะเข้าใจจำเลยของตัวเองต่างหาก" คำถามนั้นทิ่มแทงทะลุเกราะกำบังทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้น ปารมีชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม มือบางกำก้านแก้วไวน์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ฉันไม่มีทางเข้าใจฆาตกรที่พรากชีวิตคนอื่นหรอกค่ะ..." น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีตอันดำมืดที่ตามหลอกหลอน "งั้นเหรอครับ..." กันต์วางมีดลง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะอาหารมาหยุดอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ ร่างสูงโน้มตัวลงมาแนบชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง กลิ่นกายผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนนี้ทำให้สติของปารมีเกือบหลุดลอย มือหนาวางทับลงบนพนักเก้าอี้ทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างสมบูรณ์ "ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นฆาตกร... ทำไมหัวใจของคุณถึงเต้นแรงขนาดนี้ล่ะครับ ทนายปารมี?" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู ทำลายความแข็งกร้าวทั้งหมดของเธอลงในพริบตา ปารมีรู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด ร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง สมองขาวโพลนเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบชิด ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะแตะกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงทุบประตูกระจกด้านล่างก็ดังสนั่นหวั่นไหวทำลายความเงียบงัน "ปารมี! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้! คุณอยู่ในนั้นกับมันไม่ได้!" เสียงตะโกนด้วยความร้อนรนของสารวัตรธนาดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายจากการถูกกระแทกอย่างแรงจากภายนอก! กันต์ชะงัก ผละออกจากร่างของหญิงสาวช้าๆ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ดวงตาสีเทาคู่คมมองลอดผ่านหน้าต่างชั้นสองลงไปยังสนามหญ้าเบื้องล่าง ที่ซึ่งเงาร่างของตำรวจหนุ่มกำลังพังประตูเข้ามาพร้อมกำลังเสริม ก่อนที่ปารมีจะทันตั้งสติ กันต์ก็เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้แจกันดอกไม้กลางโต๊ะ แล้วโยนมันลงบนตักของเธอ แรงกระแทกทำให้เอกสารภายในหลุดร่วงออกมาบางส่วน... และแผ่นกระดาษแผ่นแรกที่เลื่อนหล่นลงมาบนพื้น ก็ทำให้ลมหายใจของทนายความสาวหยุดกิ๊กทันที ภาพถ่ายใบเก่าที่เปื้อนคราบเลือด... คือภาพคดีฆาตกรรมครอบครัวของเธอเมื่อสิบปีก่อน และลายมือที่เขียนกำόไว้ด้านหลังด้วยหมึกสีแดงสด ก็คือลายมือของคนที่เธอตามหามาตลอดชีวิต ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%