กลิ่นอานิสงส์ของความอับชื้นและคราบน้ำมันเครื่องเก่าๆ ในลานจอดรถใต้ดินชั้นใต้สุดของอาคารสำนักงานใหญ่ ช่างเป็นกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงซากศพที่ถูกฝังกลบอย่างไร้พิธีรีตอง ปารมีขยับส้นสูงสีดำสนิทของเธอให้แนบสนิทไปกับพื้นคอนกรีตขัดมัน เสียงก๊อกแก๊กของส้นเข็มที่กระทบกับโครงสร้างปูนเปลือยสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง ปลายนี้ไม่มีแสงอาทิตย์ มีเพียงแสงไฟนีออนสีส้มตุ่นๆ ที่กะพริบติดๆ ดับๆ ราวกับดวงตาใกล้สิ้นลมของคนใกล้ตาย
ทนายความสาวในชุดสูทเข้ารูปสีชาโคลยกข้อมือขึ้นมองนาฬิกาเรือนบาง 02.14 น. — เวลาที่ความยุติธรรมมักหลับใหล และความชั่วร้ายมักออกเดินทอดน่อง
นัดหมายระบุไว้ที่เสาหมายเลข B-14 แต่สิ่งที่ยืนรอเธอกลับไม่ใช่ร่างสูงโปร่งของพยานปากเอกที่ส่งอีเมลนิรนามมาขู่กรรโชกเมื่อสามชั่วโมงก่อน หากแต่เป็นเงาทะมึนของรถยนต์ซีดานยุโรปสีดำสนิทคันหนึ่ง ที่จอดนิ่งสนิทโดยดับไฟหน้าไว้ ทว่าท่อไอเสียยังคงพ่นไอความร้อนระอุออกมาตัดกับอากาศเย็นเยียบในยามวิกาล
ปารมีหยุดยืนห่างจากตัวรถราוהสามเมตร มือเรียวใต้ถุงมือหนังสีดำคว the กระเป๋าเสื้อสูทเพื่อสัมผัสความเย็นเยียบของด้ามปืนพกขนาดเล็กที่สารวัตรธนายัดใส่มือเธอไว้ก่อนแยกย้ายกันเมื่อช่วงหัวค่ำ แม้สมองส่วนลึกจะร้องเตือนว่านี่คือหลุมพรางที่ถูกขุดล่อไว้ให้เธอก้าวลงไป แต่สัญชาตญาณของนักกฎหมายที่กระหายความจริงก็ไม่อาจปล่อยให้เหยื่อล่อชิ้นนี้หลุดมือไปได้
"คุณมาช้าไปสามนาทีนะคะ... ทนายปารมี"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอยละล่องออกมาจากความมืดด้านหลังเสาปูน ไม่ได้ทำให้เธอสะดุ้งโหยกอย่างที่ควรจะเป็น ปารมีเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดความตื่นตัวในกระแสเลือดให้สงบลง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียงอย่างมั่นคง
กันต์ก้าวออกมาจากเงาของเสาปูน แสงไฟนีออนที่กะพริบวูบวาบอาบไล้โครงหน้าคมคายที่มักจะซ่อนความเยือกเย็นไว้ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม วันนี้เขาไม่ได้สวมสูทเนี๊ยบเฉียบคมเช่นเคย เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนที่ข้อมือและรอยแผลเป็นจางๆ ที่เธอยังไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
"คุณต่างหากที่มาเร็วกว่ากำหนด... หรือว่าคุณกลัวว่าเหยื่อของคุณจะหนีหายไปเสียก่อน?" ปารมีสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาคู่สวยที่สะท้อนประกายระยับราวกับสัตว์นักล่าในความมืด
"ผมไม่เคยกลัวการสูญเสียสิ่งที่ควรจะเป็นของผมหครับ... อ้อ ขออภัยค่ะ ฉันติดนิสัยพูดคำว่า 'ครับ' จากพวกผู้ชายไร้สาระในสำนักงาน" กันต์หยุดชะงักไปนิดหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะเยาะหยันทั้งตัวเองและสถานการณ์ "แต่สำหรับคุณ... ผมยินดีที่จะใช้คำพูดที่สุภาพเป็นพิเศษนะคะ"
"เลิกเล่นลิ้นแล้วบอกฉันมาเสียทีว่าคนที่ส่งจดหมายนั่นอยู่ที่ไหน พยานคนนั้นรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคืนวันที่ครอบครัวของฉันต้องตายกันแน่" ปารมีก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาลอยปะทะนาสิก ปลุกเร้าเคมีอันตรายที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอดหลายเดือน
กันต์ไม่ถอยหนี เขากลับโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเรียบตึงของเธอ ราวกับกำลังอ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดบนสัญญาเลือด "คุณช่างใจร้อนเสียจริง ทนายปารมี... ความอยากรู้อยากเห็นนี่แหละที่จะฆ่าคุณในสักวัน เหมือนกับที่มันฆ่าพ่อแม่ของคุณเมื่อสิบปีก่อน"
ประโยคราวดาบคมก్రిบแทงทะลุหัวใจของปารมี ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วชาดิก เธอยกมือขึ้นคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น แรงดึงทำให้หน้าอกของเขากระแทกเข้ากับกำแพงความอดทนของเธอ
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับคืนนั้น... บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด ทว่าแววตายังคงแข็งกร้าวและดุดัน
กันต์ไม่ได้ขัดขืน เขาปล่อยให้เธอยึดปกเสื้อไว้ ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขากลับเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าเนียนของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ปารมีชะงัก คล้ายถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง "ถ้าอยากรู้ความจริง... คุณต้องพิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าคุณกล้าพอที่จะก้าวลงไปในนรกขุมเดียวกันกับผม"
ฉับพลันนั้นเอง...
*เอี๊ยด!—*
เสียงเบรกของรถยนต์ที่ลากยาวเสียดสีกับพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วแทบแตก ตามมาด้วยแสงไฟสูงแยงตาสีขาวโพลนที่สาดส่องเข้ามาจากทางทางลาดลานจอดรถอย่างไม่ทันตั้งตัว รถกระบะสีดำทึบสองคันพุ่งทะยานเข้ามาปิดกั้นทางออกทั้งสองด้านในพริบตาเดียว แรงลมจากการเคลื่อนที่กะทันหันพัดปะทะร่างทั้งสองจนเซ
"หมอบลง!" กันต์คำรามลั่นในลำคอ พร้อมกับกระชากร่างของปารมีให้ล้มกลิ้งหลบไปหลังแนวเสาปูนซีเมนต์หนา พร้อมๆ กับเสียงปืนนัดแรกที่กรีดแหวกลมผ่านหัวพวกเขาไปฝังเข้ากับตัวถังรถยนต์จนเกิดเสียงโลหะฉีกขาดดังสนั่น
กระสุนนัดที่สองตามมาติดๆ เศษปูนแตกกระจายร่วงหล่นใส่ไหล่ของปารมีจนเจ็บแปลบ หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม นี่ไม่ใช่การขู่... นี่คือการฆ่าตัดตอน!
"พวกมันตามเรามาได้ยังไง..." ปารมีกัดฟันกรอด ขณะที่มือเรียวควักปืนพกออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างคล่องแคล่ว แขนเรียวดันแนบกับเสาปูนเพื่อใช้เป็นที่กำบัง
"เพราะคุณใจร้อนเกินไปไงล่ะคะ... ที่พาหางเลขมาส่งถึงที่" กันต์กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายกลับมีรอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นอีกครั้งท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังสนั่นไม่ขาดสาย "แต่ดูเหมือนว่า... คืนนี้เราคงต้องร่วมมือกันหนีเอาชีวิตรอดเสียก่อนแล้วล่ะค่ะ ทนายคนสวย"
เงาดำร่างหนึ่งถืออาวุธปืนยาวติดลำกล้องกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แนวเสาปูนที่พวกเขาหลบอยู่ทีละนิด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเงาตะקุ่มที่ทาบทับลงบนพื้นผิวคอนกรีต
ปารมีสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาสีเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอหันไปสบตากับกันต์ในระยะประชิด เคมีอันตรายและแรงดึงดูดประหลาดท่ามกลางเสียงกระสุนปืนทำให้โลกทั้งใบหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะพยักหน้าให้เขานิดหนึ่งเป็นสัญญาณรับรู้
นิ้วเรียวเหนี่ยวไกปืนพร้อมลั่นกระสุนสวนกลับออกไปในความมืดทันทีที่เงาร่างนั้นปรากฏขึ้นตรงหน้า—!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำนะคะ
"เงาจันทราลี้ลับ"
คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 29
เงาลึกลับในลานจอดรถ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!